เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา•ตอนที่ 6

ร่องรอยอาฆาต

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตสีดำสนิทหยดลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ ส่งเสียงกังวานดั่งเสียงระฆังมรณะในความเวิ้งว้างของสุสานตระกูลเยี่ย เงาร่างสีดำนับสิบสายที่พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พวกนางเพื่อสังหารในทันที หากแต่ตั้งค่ายกลวิญญาณโลหิตปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี ประหนึ่งกรงขังที่ถักทอขึ้นจากความตาย เสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณนั้น... เป็นเสียงที่หลี่มู่เฉินจดจำได้แม่นยำแม้ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี — เสียงของผู้อาวุโสสำนักมารโลหิต ผู้เคยชักใยแผนการทำลายล้างตระกูลเยี่ยเมื่ออดีตกาล “อาจารย์ ระวัง!” เสียงหวานเจือความตื่นตระหนกของเยี่ยซิงเหอดังขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วปานสายฟ้า ร่างบางในชุดอาภรณ์สีนิลสะบัดปลายกระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้ง ปราณกระบี่เหมันต์สีฟ้าครามแผ่พุ่งออกไปปะทะกับโครงกระดูกวิญญาณที่พุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย แรงปะทะทำให้เศษหินและฝุ่นผงฟุ้งกระจาย แต่นางหาได้สนใจบาดแผลที่ต้นแขนซึ่งถูกไอปีศาจกัดกร่อนจนเลือดสีแดงสดซึมเปื้อนเนื้อผ้าไม่ หลี่มู่เฉินนิ่งงันไปเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่คมดุจน้ำแข็งกวาดมองค่ายกลตรงหน้า ความเยือกเย็นและทรนงในวิถีกระบี่ไร้ใจถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด เขาไม่เอ่ยคำพร่ำเพ้อใดๆ มือเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดออก กระบี่วิญญาณ ‘เหมันต์ผลาญนภา’ หลุดจากฝักพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องดั่งมังกรสะท้านฟ้า ไอความเย็นระดับศูนย์องศาสัมผัสกับบรรยากาศจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมรัศมีรอบตัวร้อย丈ในพริบตา “ถอยไป ซิงเหอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดภายใต้หน้ากากความไร้ใจ “ศิษย์ไม่ถอย” เยี่ยซิงเหอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเย้ยหยันและริษยา บัดนี้กลับสะท้อนภาพแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่นางทั้งรักทั้งชังฝังจิต “ค่ายกลวิญญาณโลหิตนี้มีจุดอ่อนอยู่ที่ตำแหน่ง ‘ทิศบูรพาชำระบาตร’... ข้าจำได้ นี่คือกลลวงเดียวกันกับคืนที่ตระกูลเยี่ยต้องพินาศ!” คำพูดของนางทำให้หลี่มู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด คดีเก่าของตระกูลเยี่ยเมื่อสิบปีก่อนที่เขาเคยคิดว่าเป็นฝีมือของสำนักมารธรรมดา บัดนี้กลับซ่อนเงื่อนงำและร่องรอยอาฆาตที่เชื่อมโยงกับเบื้องบนอย่างคาดไม่ถึง พริบตานั้นเอง เงาร่างสีดำประหลาดตนหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านม่านหมอกโลหิตเข้ามา รูปร่างของมันบิดเบี้ยวคล้ายมนุษย์แต่มีไอปีศาจพวยพุ่งออกมาจากดวงตาทั้งสี่ข้าง มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนก่อนจะซัดฝ่ามือโลหิตอัดกระแทกเข้าใส่จุดตายกลางแผ่นหลังของเยี่ยซิงเหอโดยไม่มีสัญญาณเตือน! “ระวัง!” หลี่มู่เฉินพุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างบางในเสี้ยวลมหายใจ ปลายกระบี่ในมือตวัดรับฝ่ามือปีศาจนั้นอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะมหาศาลทำให้กระบี่ในมือของเซียนหนุ่มสั่นสะท้านจนเกิดรอยร้าวเล็กๆ เลือดสีสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของหลี่มู่เฉิน ทว่าเขากลับไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว วงแขนแข็งแกร่งตวัดโอบกระหวัดเอวบางของศิษย์สาวเข้ามาชิดแนบอกโดยสัญชาตญาณ กลิ่นอายจางๆ ของดอกเหมันต์ที่ประทับอยู่บนเรือนร่างของเยี่ยซิงเหอผสานกับกลิ่นคาวเลือด ทำเอาลมหายใจของหลี่มู่เฉินสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางห้วงวิกฤต ความใกล้ชิดนี้สั่นคลอนหัวใจที่ถูกแช่แข็งมาเนิ่นนานของประหมุขยอดเขาเมฆาอย่างรุนแรง “ท่าน... บ้าไปแล้วหรือไร เหตุใดจึงเอาตัวมารับการโจมตีแทนข้า” เยี่ยซิงเหอเบิกตากว้าง หัวใจในอกเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ นางพยายามผลักเขาออกแต่แขนแกร่งกลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก “เจ้ายังตายไม่ได้... จนกว่าจะสะสางความแค้นนี้ให้จบสิ้น” หลี่มู่เฉินเอ่ยเสียงพร่า ประกายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของนาง ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศรอบกายกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งอันร้าวราน เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกก็ดังแทรกขึ้นทำลายทุกสิ่ง *“ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพศิษย์อาจารย์ที่น่าประทับใจเสียจริง หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการปกป้องนังเด็กทรยศผู้นี้ จะช่วยให้เจ้าล่วงรู้ความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมตระกูลเยี่ยได้?”* เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดเสาหินเหนือศีรษะของทั้งคู่ มันค่อยๆ ก้าวเดินลงมาอย่างเชื่องช้า ไอปีศาจสีม่วงเข้มปกคลุมใบหน้าครึ่งซีก แววตาคู่นั้นจ้องมองมาที่หลี่มู่เฉินด้วยความแค้นเคืองสุดซึ้ง พร้อมกับโยนป้ายวิญญาณชิ้นหนึ่งตกลงแทบเท้าของเยี่ยซิงเหอ เสียงป้ายไม้กระทบพื้นหินดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของเยี่ยซิงเหอนางจำป้ายวิญญาณนั้นได้ทันที... มันคือป้ายวิญญาณของบิดาที่หายสาบสูญไปในคืนวันเกิดเหตุ! “นั่นมัน...!” เยี่ยซิงเหอหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงมองป้ายวิญญาณนั้น ก่อนที่นัยน์ตาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นอักขระลับสลักอยู่ด้านหลัง — อักขระประจำตัวของ ‘เจ้าสำนักสวรรค์เร้นลับ’ ผู้เป็นสหายสนิทที่สุดของเขาเอง! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%