เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา•ตอนที่ 11

คำลวงของผู้อาวุโส

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายกำยานพันปีในตำหนักลับแห่งยอดเขาเมฆานั้นหนาแน่นจนเกือบกลายเป็นของแข็ง หยดน้ำค้างบนยอดสนพันปีร่วงหล่นกระทบกระเบื้องหยกเกิดเสียง ‘ติ๊ง’ ราวกับเสียงเตือนสติจากห้วงนรก หลี่มู่เฉินมิได้ขยับเขยื้อนกายมาสามวันสามคืนแล้ว ร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะปราศจากรอยยับย่น ทว่าจิตสำเหนียกกลับปั่นป่วนดั่งพายุหมุน ภาพเงาร่างของเยี่ยซิงเหอในวันวาน—วันที่ดวงตาดอกท้อคู่นั้นยังคงฉายแววศรัทธาและเทิดทูน—ยังคงกรีดแทะหัวใจที่ถูกแช่แข็งด้วยวิถีกระบี่ไร้ใจให้ร้าวราน “ท่านประมุข... เรื่องที่ท่านสืบหา เกรงว่าคงมิใช่สิ่งที่เรียกว่า ‘ความจริง’ ทั้งหมดหดอกกระมัง” เสียงแหบแห้งรากไม้แก่ของผู้อาวุโสไท่เฉินดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอคัมภีร์สวรรค์ผู้นี้มีอายุขัยเกินกว่าเจ็ดร้อยปี ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ไร้ชีวา ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นกวาดมองหลี่มู่เฉินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความสมเพชเวทนาและความหวาดกลัวระคนกัน หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะปรายตาแล เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมกริบดั่งคมกระบี่ที่สะท้อนเงาความหนาวเหน็บแห่งฟ้าดิน “ผู้อาวุโสไท่เฉิน ท่านอยู่กับสำนักนี้มาก่อนข้า เหตุใดเบาะแสการหายไปของ ‘คัมภีร์บรรพกาลชะตาฟ้า’ เมื่อสิบปีก่อน จึงมีเพียงร่องรอยปราณกระบี่ของซิงเหอที่ถูกจงใจทิ้งไว้ราวกับจัดฉากเล่า?” ความกดดันระดับขอบเขตเซียนแผ่ซ่านออกจากร่างของหลี่มู่เฉินโดยไร้เจตนา แม้จะเป็นเพียงการคายลมหายใจเบาๆ แต่ก็ทำให้เทียนไขวิญญาณรอบตำหนักสั่นไหววูบวาบ เปลวไฟสีครามเกือบจะดับลง ผู้อาวุโสไท่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ท่านหลงเชื่อสิ่งที่ตาเห็นมาตลอดสิบปี... เพราะท่านมั่นใจในวิถีกระบี่ของตนเอง คิดว่าสิ่งใดที่กระบี่ไร้ใจสัมผัสย่อมเที่ยงแท้เสมอ แต่ท่านหลงลืมไปแล้วกระมัง ว่ากระบี่ที่ไร้ซึ่งความรัก ย่อมไร้ซึ่งความระแวงสงสัยเช่นกัน” ไท่เฉินเอ่ยพลางยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ไม้เท้าหัวมังกรในมือเคาะพื้นหยกเบาๆ หลี่มู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด “ท่านหมายความว่าอย่างไร?” “ในคืนที่คัมภีร์สูญหาย และศิษย์รักของท่านถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ... มิใช่เพราะมันขโมยไป แต่มัน ‘เข้าไปขัดขวาง’ ต่างหาก!” ผู้อาวุโสไท่เฉินกระชากเสียงต่ำ ประกายตาฝ้าฟางพลันวาวโรจน์ด้วยความหวาดกลัวที่ถูกเก็บงำมานาน “ผู้ที่ต้องการลบหลู่กฎสวรรค์และแก้ไขเส้นชะตา หาใช่เด็กหนุ่มผู้นั้นไม่... แต่เป็นคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงที่สุดในสำนักแห่งนี้ต่างหากเล่า!” สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในตำหนักลับพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนเกาะกุมตามเสาหยกและคัมภีร์โบราณรอบด้าน หลี่มู่เฉินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนที่เขาเคยคิดว่ากระจ่างแจ้งราวกับมองผ่านกระจกแก้ว บัดนี้กลับถูกรอยร้าวปริศนาบดบังจนบิดเบี้ยว หากเยี่ยซิงเหอไม่ได้เป็นคนทรยศ... หากเด็กหนุ่มคนนั้นยอมแบกรับข้อครหา ยอมถูกขับไล่ออกจากสำนัก และยอมดื่มกินความแค้นนับหมื่นชั่ง เพียงเพื่อปกป้องความลับบางอย่าง... แล้วตัวเขาเล่า ในฐานะอาจารย์ ได้ทำอะไรลงไป? เขาลงมือสังหารจิตวิญญาณของศิษย์รักด้วยมือตนเอง หรือว่า... เขากำลังเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมที่ใหญ่กว่านั้น? ก่อนที่หลี่มู่เฉินจะได้ซักถามความจริงที่เหลือ ผู้อาวุโสไท่เฉินกลับกระอักเลือดสีดำสนิทออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากสั่นระริกพยายามจะเอ่ยบางอย่าง ทว่าลำคอกลับถูกแทรกแซงด้วยอักขระโลหิตสีทองที่ผุดขึ้นจากใต้ผิวหนังอย่างไร้ที่มา “ระ... ระวัง... มันมา...” ยังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างชราของผู้อาวุโสไท่เฉินก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำต่อหน้าต่อตา โดยไร้ซึ่งร่องรอยของการต่อสู้ ไร้ซึ่งพลังปราณกระบี่อื่นใด นอกจาก ‘เงาดำ’ สายหนึ่งที่ทาบทับลงมาจากหน้าต่างกระดาษสาด้านนอก พร้อมกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ทำให้หลี่มู่เฉินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ นั่นคือ... ปราณกระบี่ของตนเอง! กระบี่ไร้ใจที่ควรจะอยู่ในฝัก กลับถูกจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบอันแผ่วเบาและคุ้นเคยดังชิดใบหู “อาจารย์... ท่านสืบหาความจริงช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ... เช่นเดียวกับเมื่อสิบปีก่อนนั่นแหละ” หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%