เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า•ตอนที่ 6

ทฤษฎีเซียนเมามาย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
ความตายไม่ได้มาเยือนด้วยเสียงคำรามของสายฟ้า แต่มันมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยล่องมาตามสายลมยามค่ำคืน "หึๆๆ น่าสนุกจริงนะ... แย่งชิงกระดูกมังกรกันโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ เห็นทีข้า 'ราชาโลหิต' ผู้นี้ คงต้องขอมีส่วนร่วมด้วยคนแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งโลหะเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าทึบ เบื้องหน้าของไป๋เฉินและหลี่มู่เหยา เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีเลือดปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ปราณโลหิตเข้มข้นพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นกลุ่มเมฆสีชาดน่าสะพรึงกลัว ราชาโลหิต... ยอดฝีมือแห่งแดนทมิฬผู้ใช้ชีวิตอยู่กับการสังหารและดูดกลืนพลังชีวิตผู้อื่น บัดนี้มันมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสองแล้ว หลี่มู่เหยาขมวดคิ้วเรียวงามจนแทบชิดกัน ร่างอรชรของนางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะบาดแผลภายในที่ยังไม่หายดีจากการปะทะกับสัตว์อสูรบรรพกาลก่อนหน้านี้ กระบี่น้ำแข็งในมือของนางส่งเสียงกรีดร้องเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงภัยคุกคามระดับมรณะ "ถอยไป" น้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกหลุดจากริมฝีปากบาง นางก้าวเท้าขึ้นมาเบื้องหน้าไป๋เฉินอย่างไม่ลังเล แม้พลังปราณในจุดตันเทียนจะปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่ได้แล้วก็ตาม "คนผู้นี้อยู่ในขอบเขตเบิกเนตรขั้นสมบูรณ์ เจ้าสู้มันไม่ได้หรอก" ไป๋เฉินที่กำลังยกไหสุราขึ้นจิบอึกใหญ่สำลักออกมาเล็กน้อย เขายกหลังมือขึ้นเช็ดมุมปากอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาเรียวรีที่มักจะฉายแววเกียจคร้านและกวนประสาทอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับทอประกายคมกริบดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "มู่เหยาเอ๋ย มู่เหยา..." ไป๋เฉินถอนหายใจยาวเหยียด น้ำเสียงติดตลกแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง "เจ้าเห็นข้าเป็นบุรุษประเภทที่จะยอมให้สตรีมาปกป้องยามคับขันเช่นนี้หรือ? เสียชื่อ 'เซียนสุรา' ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุทธภพหมด" "เจ้าคนบ้า! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้น!" หลี่มู่เหยาตวาดเสียงกร้าว ใบหน้างดงามฉายแววเกรี้ยวกราด "พลังปราณของเจ้าแทบไม่เหลือแล้วจากการซัดวิชาเมื่อวาน หากยังดื้อดึง เราจะต้องตายกันหมดที่นี่!" "ใครบอกว่าข้าจะสู้กับมันด้วยกำลัง?" ไป๋เฉินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของนางเอาไว้ แรงสัมผัสที่อบอุ่นส่งผ่านไปยังผิวเนื้อเย็นเฉียบทำให้นางชะงักไปชั่วขณะ "ในเมื่อพวกเรามีกำลังไม่พอ สิ่งที่เราต้องทำ... คือการใช้ 'ทฤษฎีเซียนเมามาย'" ราชาโลหิตมองภาพคนทั้งสองด้วยแววตาสสมเพชเวทนา มันหัวเราะลั่นจนป่าสะเทือน "ฮ่าๆๆ ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ ยังมีอารมณ์มาสวีทกันอีกหรือ? ดี! เช่นนั้นข้าจะส่งพวกเจ้าไปสวรรค์พร้อมกัน เป็นคู่รักร่วมวิญญาณใต้คมดาบของข้าเสียเถอะ!" สิ้นเสียง เงาร่างสีเลือดก็พุ่งทะยานเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด กรงเล็บโลหิตที่แหลมคมถูกหลอมรวมด้วยปราณสังหารอันบ้าคลั่ง พุ่งตรงมาหมายปลิดชีพไป๋เฉินในคราเดีย "ตั้งใจดูให้ดี!" ไป๋เฉินกระซิบข้างหูหลี่มู่เหยาด้วยน้ำเสียงจริงจัง แทนที่จะชักกระบี่หรือตั้งรับด้วยกระบวนท่าอันสวยงามตามตำราสำนักใหญ่ ไป๋เฉินกลับดึงร่างของหลี่มู่เหยาให้หมุนวนตามจังหวะก้าวเท้าที่แปลกประหลาด ราวกับคนเมาที่กำลังรำพัดท่ามกลางสายฝน เทคนิคการเคลื่อนไหวนี้ไม่มีความสง่างามตามแบบฉบับยุทธภพแม้แต่น้อย แต่มันกลับสอดคล้องกับกระแสลมปราณธรรมชาติรอบตัวอย่างน่าอัศจรรย์ *ฟรึบ!* กรงเล็บโลหิตเฉียดผ่านหัวไหล่ของไป๋เฉินไปเพียงเส้นยาแดง แรงลมจากกรงเล็บทำเอาเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ทว่าพวกเขาทั้งสองกลับหลบพ้นการโจมตีระดับถึงตายนั้นได้อย่างเหลือเชื่อ! "วิชาบ้าอะไรกันนี่?" หลี่มู่เหยาอุทานด้วยความตกตะลึง นางรู้สึกได้ว่าเส้นชีพจรและจุดลมปราณของตนถูกชี้นำโดยฝ่ามือของไป๋เฉินให้ไหลเวียนในทิศทางที่สวนทางกับหลักการทั่วไปอย่างสิ้นเชิง แต่มันกลับทำให้พลังที่เคยติดขัดกลับมาหมุนวนได้อย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาดใจ "นี่คือ 'ก้าวสุราไร้ลักษณ์' ขีดเขียนโดยเซียนเมามายผู้ล่วงลับ" ไป๋เฉินกล่าวพลึงดึงร่างนางถอยหลังไปสามก้าว หลบหลีกกระแสคลื่นโลหิตที่กวาดผ่านพื้นดินจนกลายเป็นหลุมลึก "จำไว้ มู่เหยา การต่อสู้ไม่ได้มีแค่การรุกและรับตามกฎเกณฑ์ แต่คือการ 'ไหลไปตามความว่างเปล่า' เมื่อศัตรูแข็งแกร่ง เราอย่าปะทะตรงๆ จงใช้แรงของมันส่งเสริมตัวเราเอง" ราชาโลหิตขมวดคิ้วด้วยความฉงน มันไม่คาดคิดว่าคนใกล้ตายทั้งสองจะสามารถรอดพ้นจากการจู่โจมเต็มกำลังของมันไปได้ "หนอนแมลงรนหาที่ตาย! คิดว่าลูกไม้ตลกๆ แค่นี้จะช่วยพวกเจ้าได้หรือ?" มันคำรามลั่น ประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง เมฆโลหิตบนท้องฟ้าเริ่มหมุนวนกลายเป็นพายุโลหิตขนาดยักษ์ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของไป๋เฉินและหลี่มู่เหคาร้าวราน นี่คือกระบวนท่าสังหารแท้จริงของมัน 'โลหิตาพิฆาตสวรรค์'! หลี่มู่เหยาหน้าถอดสี รัศมีพลังของพายุโลหิตนี้รุนแรงเกินกว่าที่พวกนางในสภาพบาดเจ็บจะรับมือไหว นางกัดริมฝีปากแน่น เตรียมจะระเบิดพลังปราณเฮือกสุดท้ายเพื่อซื้อเวลาให้ไป๋เฉินหนีไป ทว่า ไป๋เฉินกลับคว้าไหสุราชั้นดีออกมาจากแหวนมิติอีกครั้ง เขาดึงจุกไม้ออก กลิ่นสุราหอมหวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่แปลกคือ ไป๋เฉินไม่ได้ดื่มมันเข้าไป เขากลับสาดของเหลวสีใสพุ่งขึ้นไปบนอากาศ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง ละอองสุราเหล่านั้นสะท้อนประกายระยิบระยับดั่งเกล็ดเพชร "มู่เหยา ผสานปราณน้ำแข็งของเจ้าเข้ากับละอองสุราของข้า เดี๋ยวนี้!" ไป๋เฉินตะโกนสั่งเสียงเฉียบขาด แม้จะลังเล แต่ด้วยความเชื่อใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้งในยามวิกฤต หลี่มู่เหยาจึงไม่รอช้า นางยกกระบี่ขึ้นฟ้า ปล่อยพลังปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกไปในพริบตา ละอองสุราบนอากาศถูกความเย็นจัดแช่แข็งจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นที่สะท้อนแสงสีเงินระยิบระยับ ทว่ามันไม่ได้ตกลงมา แต่มันกลับหมุนวนตามวิถีโคจรของ 'ก้าวสุราไร้ลักษณ์' ที่ไป๋เฉินได้ถ่ายทอดให้เมื่อครู่! "เคล็ดวิชาผสาน... หิมะเมามายสะท้านภพ!" *ฉับพลัน!* ผลึกน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นพุ่งเข้าปะทะกับพายุโลหิตของราชาโลหิตอย่างดุเดือด เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ปราณโลหิตและปราณน้ำแข็งเข้าหักล้างกันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกกระจายไปทั่วทิศทาง ต้นไม้รอบกายหักโค่นไม่เป็นท่า ราชาโลหิตเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่เคยเห็นวิชาประหลาดที่ผสานพลังตรงกันข้ามเช่นนี้มาก่อน แรงสะท้อนกลับกระแทกใส่ร่างมันจนต้องกระอักเลือดออกมาคำโต ฝุ่นควันและละอองพลังค่อยๆ จางลง ความเงียบสงบเข้าปกคลุมผืนป่าอีกครั้ง ไป๋เฉินยืนหอบหายใจเล็กน้อย ร่างกายมีบาดแผลถลอกปอกเปิกไม่น้อย แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างสง่างาม ขณะที่หลี่มู่เหยาซบลงบนไหล่ของเขาเนื่องจากพลังหมดสิ้น นางใช้กระบี่ค้ำยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง ราชาโลหิตจ้องมองคนทั้งสองด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย มันกัดฟันกรอด "พวกเจ้า... เดรัจฉานน้อย..." "ยังไม่ตายอีกหรือ?" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปจัดการให้สิ้นซาก แต่ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน บรรยากาศรอบกายที่เพิ่งสงบลง กลับเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงนับร้อยองศาในพริบตา กลิ่นอายกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าราชาโลหิตหลายร้อยเท่าแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของป่า ราชาโลหิตที่กำลังจะพุ่งเข้ามาแก้แค้น ชะงักกึก สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ มันหันขวับไปมองยังทิศทางนั้นด้วยความหวาดผวา เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด ช้าๆ ทว่ามั่นคง... เป็นสตรีในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายดอกเหมันต์ ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าแพรโปร่งบาง แต่นัยน์ตาคู่นั้นที่มองมา กลับเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดั่งยมทูตผู้มารับวิญญาณ "พบตัวจนได้..." น้ำเสียงหวานใสแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังสั่นสะท้อนก้องในความเงียบ "องค์หญิง... ถึงเวลาที่ท่านต้องกลับสำนักเพื่อรับโทษทัณฑ์แห่งราชสำนักหิมะนิรันดร์แล้ว" หลี่มู่เหยาที่อยู่บนไหล่ของไป๋เฉิน ตัวแข็งทื่อในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว ขอบปากสั่นระริก "ท่าน... ท่านผู้นำอาวุโสเจ็ด...?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและบททดสอบแห่งวิถียุทธภพไป0ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%