"หากพวกเจ้ายังรักชีวิต... จงคายกระดูกมังกรออกมาเสีย!"
เสียงคำรามนั้นสะท้อนก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูร้อน แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับจนผืนป่ารอบด้านสั่นสะเทือน ใบไม้ร่วงหล่นโปรยปรายราวกับหิมะสีเลือด ไป๋เฉินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงยกไหสุราขึ้นจิบหนึ่งอึก กลิ่นสุราฤทธิ์แรงแผ่ซ่านกลบกลิ่นไอฆ่าฟันที่โหมกระหน่ำเข้ามาได้อย่างน่าประหลาด
ดวงตาของบุรุษหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่มืออีกข้างหมุนจอกกระเบื้องในมือเล่นอย่างไม่แยแส
"เฮ้อ... สมัยนี้พวกสุนัขรับใช้มักเห่าเสียงดังเช่นนี้เสมอสินะ แม่นางหลี่... เจ้าว่าข้าควรใช้กระบี่จิ้มตูดมัน หรือจะให้มันกลืนสุราพิษร้อยอัคคีลงไปก่อนดีล่ะ?"
หลี่มู่เหยาซึ่งยืนอยู่เคียงข้างไร้ซึ่งความหวาดหวั่น นางกวาดสายตาคมปลาบดั่งน้ำแข็งพันปีไปยังเงาร่างนับสิบที่รายล้อมอยู่รอบทิศทาง ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดตามแรงลมปราณอันหนาวเหน็บที่เริ่มแผ่ขยาย ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกรอบตัวจนพื้นดินรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา
"ไร้สาระ... ศัตรูมาถึงหน้าประตูแล้ว เจ้ายังมัวเล่นลิורอยู่ได้"
น้ำเสียงของนางเยียบเย็นดั่งหุบเขาหิมะ แต่ในแววตากลับซ่อนความระแวดระวังไว้ลึกๆ นางรู้ดีว่าผู้ที่มาเยือนในยามวิกาลนี้ไม่ใช่ศัตรูระดับปลายแถว กลิ่นอายทมิฬที่ปกคลุมพวกมันคือกรรมวิธีฝึกตนสายมารโลหิตแห่งสำนักมารทมิฬอัคคี สำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและวิชาดูดกลืนพลังชีวิต
"ความรักและความตาย... ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งสิ้น แม่นางหลี่ แต่หากเจ้าห่วงข้าขนาดนั้น... เปลี่ยนเป็นรินสุราให้ข้าสักจอกหลังเสร็จเรื่องนี้ จะดีกว่าไหม?" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคู่นั้นทอประกายคมกริบราวกับกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝักมานานปี
"ไป๋เฉิน! เจ้าคนสารเลว! อย่าคิดว่ามีวิชากระบี่สะท้านฟ้าแล้วจะรอดไปได้!"
เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานแหวกความมืดออกมาอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ผู้นำกลุ่มคือนักฆ่าสวมหน้ากากเงิน นัยน์ตาสีแดงฉานสะท้อนแสงจันทร์ มันคือหนึ่งในสี่ผู้ตรวจการโลหิตแห่งสำนักมารทมิฬ—'อู๋ฉาง' ฝ่ามือของมันประกบเข้าหากัน ก่อนจะวาดออกเป็นร結อักขระมารสีดำสนิท พลังปราณทมิฬควบแน่นกลายเป็นหอกโลหิตนับร้อยพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองราวกับห่าฝน
"ระวัง!" หลี่มู่เหยาอุทานเบาๆ ร่างบางเคลื่อนไหวราวนางสวรรค์ร่ายรำ กระบี่น้ำแข็งในมือถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ประกายแสงสีฟ้าใสสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิด
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงปะทะกันของลมปราณน้ำแข็งและหอกโลหิตดังสนั่นหวั่นไหว ไอเย็นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พลังปราณที่ปะทะกันทำให้ต้นไม้ใหญ่รอบรัศมีสחקสิบวาหักโค่นลงในพริบตา หลี่มู่เหยาใช้วิชากระบี่เซียนหิมะนิรันดร์ วาดลวดลายตระการตาต้านทานการโจมตีระลอกแรกไว้อย่างงดงาม แต่ทว่า... ปริมาณของศัตรูมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
เงาร่างเบื้องหลังอีกแปดคนพุ่งเข้าจู่โจมจากมุมอับ พลังปราณมารกดทับจนลมหายใจติดขัด
"หึ... รุมกินโต๊ะหรือ? น่าเสียดายที่ข้าเกลียดพวกมากว่ามากที่สุด"
รอยยิ้มกวนประสาทของไป๋เฉินหายวับไปในพริบตา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งพญายม
ร่างของเขาหายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่ไร้รูปร่าง
*ฟึบ!*
"อะไรกัน... เร็วกนัก!" อู๋ฉางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แนบชิดอยู่ข้างกาย
ไป๋เฉินปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังนักฆ่าระดับสูงคนหนึ่ง ดัชนีมือขวาของเขาจิ้มเข้าที่จุดชีพจรกลางหลังของศัตรูอย่างไร้ความปรานี พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แทรกซึมเข้าไปทำลายเส้นลมปราณภายในชั่วพริบตา ร่างของนักฆ่าผู้นั้นแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลง ก่อนจะกระออกมาเป็นเลือดคำโตแล้วล้มลงสิ้นใจตายคาที่โดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
"คนที่สอง... ใครจะเป็นรายต่อไปล่ะ?" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือซ้ายยังคงถือไหสุราไว้มั่น ราวกับเมื่อครู่เขาเพียงแค่ปัดแมลงวัน มิใช่การสังหารยอดฝีมือ
บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบงันลงชั่วขณะ เหล่านักฆ่าสำนักมารทมิฬต่างชะงักฝีเท้า ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของพวกมัน เมื่อพบว่าเป้าหมายที่พวกมันตามล่า มีฝีมือลึกล้ำเกินกว่าข่าวกรองระบุไว้หลายเท่า
"ไป๋เฉิน... เจ้าซ่อนวิชานี้ไว้สินะ" หลี่มู่เหยาเอ่ยพลึงเบาๆ ขณะที่นางสะบัดกระบี่กวาดล้างศัตรูรอบกายจนถอยร่นไปหลายก้าว นางย่อมรู้ว่าเขาเก่งกาจ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าในยามเอาจริง บุรุษผู้กวนประสาทผู้นี้จะมีความน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มสำราญใจได้ถึงเพียงนี้
"หากข้าไม่สำรวมฝีมือไว้บ้าง แม่นางหลี่จะยอมเดินทางร่วมกับข้าหรือ?" ไป๋เฉินหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้พรรคพวกสาวผู้เย็นชา แม้ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เขาก็ยังไม่วายที่จะหยอกเย้า
"เจ้าคนเจ้าชู้... ระวังตัวด้วย!" หลี่มู่เหยาค้อนให้เขาคราหนึ่ง แม้ใบหน้าจะยังคงความเย็นชา แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่
"ฮ่าๆๆ ดี! ยอดเยี่ยมมาก! สมคำร่ำลือจริงๆ ไป๋เฉิน!"
เสียงปรบมือดังขึ้นจากความมืดเบื้องลึกของป่า เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวที่มันก้าวเดิน พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ไอพิษและกลิ่นอายความตายพวยพุ่งออกมาจากร่างของมันอย่างไม่ขาดสาย
ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียด ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองมาที่ไป๋เฉินและหลี่มู่เหยาด้วยความกระหายเลือด
"ผู้อาวุโส... ผู้อาวุโสเฮยหลาง!" เหล่านักฆ่าสำนักมารทมิฬต่างคุกเข่าคำนับด้วยความหวาดกลัวและเคารพสูงสุด
ไป๋เฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังเป็นครั้งแรก เขารู้จักชื่อนี้ดี... หนึ่งในยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้ฝึกวิชามารโลหิตกลืนวิญญาณแห่งสำนักมารทมิฬ 'เฮยหลาง'
"นึกไม่ถึงว่าสำนักมารทมิฬจะส่งสุนัขแก่เช่นท่านออกมาเดินเล่นในยามวิกาล เกรงว่ากระดูกมังกรที่พวกท่านตามหา จะกลายเป็นกระดูกของพวกท่านเองเสียมากกว่าที่จะได้มันไป" ไป๋เฉินกล่าววาจาเชือดเฉือน กระบี่ในมือเริ่มส่งเสียงคำรามเบาๆ ตอบรับจิตวิญญาณการต่อสู้ที่กำลังลุกโชน
เฮยหลางหัวเราะเสียงแหบพร่า ดวงตาสีเขียวมรกตทอประกายเหี้ยมเกรียม "ปากกล้าดีนี่... แต่เด็กน้อย เจ้าคงไม่รู้หรอกว่า ค่ำคืนนี้... คือคืนที่โชคชะตาของพวกเจ้าต้องดับสูญ!"
สิ้นเสียงของเฮยหลาง พลังปราณระดับปรมาจารย์ก็ระเบิดออกอย่างไร้ความปราณี แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านครอบคลุมทั่วทั้งหุบเขา ราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมาทับถมร่างของพวกเขาทั้งสอง
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยมีแสงจันทร์สาดส่อง บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬที่เคลื่อนตัวเข้ามาปิดบังอย่างรวดเร็ว สายลมพัดโหมกระหน่ำรุนแรงราวกับพายุวิปริต
ในวินาทีที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก
เขากระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น ขณะที่หลี่มู่เหยาขยับกายยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ประกายแสงสีฟ้าและสีขาวผสานหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
ทว่า... ในเงาของความมืดที่ลึกยิ่งกว่า เสียงฝีเท้าปริศนาอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของหุบเขา... เสียงฝีเท้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะปรากฏขึ้น ณ ที่แห่งนี้
"หึๆๆ น่าสนุกจริงนะ... แย่งชิงกระดูกมังกรกันโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ เห็นทีข้า 'ราชาโลหิต' ผู้นี้ คงต้องขอมีส่วนร่วมด้วยคนแล้วกระมัง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันบ้าระห่ำนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า•ตอนที่ 5
เงาพญามารในยามค่ำคืน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!