เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า•ตอนที่ 2

กระบี่หิมะปะทะฝ่ามือสุรา

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เจ้า... นับว่ารินสุราได้แย่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาจริงๆ" คำกล่าวของไป๋เฉินยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายความเย็นเยียบของโรงเตี๊ยมร้างกลางหุบเขา หลี่มู่เหยานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาดั่งหยกน้ำแข็งคู่સ્วยหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างนางจนเกล็ดน้ำค้างบนโต๊ะไม้เก่าๆ แตกละเอียดเป็นผุยผง แต่นางยังไม่ทันได้เอאวาจาใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าฝ่าความหนาวเหน็บนับสิบก็ดังขึ้นจากเบื้องนอก ราวกับเสียงคำรามของพายุก่อนห่าฝนจะซัดสาด ครืน! ประตูไม้ของโรงเตี๊ยมถูกพลังปราณอันดุดันกระแทกจนแหลกละเอียด เศษไม้ปลิวว่อนดุจห้วงกระสุนลับ กลุ่มบุคคลในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรเงาหิมะก้าวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่ายรุนแรงจนอากาศรอบด้านแทบจะแข็งตัว พวกมันมิใช่ผู้สัญจรทั่วไป แต่เป็นมือสังหารเดนตายจาก "กลุ่มโจรเงาหิมะ" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี "แม่นางหลี่ และคุณชายไป๋... พวกเรานายท่านรอต้อนรับพวกท่านอยู่นานแล้ว ส่งศิลาเพลิงสุริยะและเคล็ดกระบี่หิมะนิรันดร์มาเสียโดยดี มิฉะนั้น ศพของพวกท่านจะถูกฝังไว้ใต้หิมะแดงฉานนี้!" หัวหน้าโจรเงาหิมะเอ่ยขึ้น เสียงของมันแหบพร่าคล้ายเสียงเสียดสีของโลหะ ไป๋เฉินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมัน มือข้างหนึ่งยังคงถือจอกสุราแกว่งไปมาอย่างเกียจคร้าน เขายกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคู่คมฉายแววเย้ยหยันชัดเจน "เฮ้อ... ยุทธภพนี้ช่างวุ่นวายเสียจริง คนพวกนี้ไม่มีความสุนทรีย์เอาเสียเลย ข้ากำลังจะสอนสตรีผู้หนึ่งรินสุราให้ถูกวิธีแท้ๆ พวกเจ้ากลับมาทำลายบรรยากาศอันงดงามนี้เสียได้... น่าตายนัก" ไป๋เฉินถอนหายใจยาวนาน พลางส่ายหัวเบาๆ "หนอย! เจ้าเดรัจฉานปากดี สังหารมัน!" หัวหน้าโจรคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว สั่งการให้ลูกน้องพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกัน พริบตานั้น ประกายกระบี่นับสิบสายพุ่งทะยานเข้าหาทั้งสองจากทุกทิศทาง รัศมีปราณสีครามหนาแน่นแผ่พุ่งจนผนังโรงเตี๊ยมสั่นสะเทือน หลี่มู่เหยาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม กระบี่น้ำแข็งในมือถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง นางเตรียมจะใช้ "วิชากระบี่หิมะนิรันดร์" กวาดล้างศัตรูในคราเดียว ทว่า ไป๋เฉินกลับขยับตัวเร็วกว่า ร่างของจอมยุทธ์หนุ่มไหววูบราวกับภูตผี เขาพุ่งแทรกผ่านกลางวงล้อมของกลุ่มโจรเงาหิมะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือซ้ายถือไหสุรา มือขวาหยิบตะเกียบไม้ไผ่คู่หนึ่งขึ้นมาแทนศาสตราวุธ "แม่นางหลี่ เพลงกระบี่ของเจ้าเยือกเย็นเกินไป วันนี้ข้าจะแสดงให้เห็นว่า... สุราและการฆ่าฟันสามารถบรรเลงร่วมกันได้อย่างไร" ซูม! ไป๋เฉินใช้เคล็ดวิชา "ย่างก้าวสุราเมายามา" ร่างของเขาพลิ้วไหวผ่านหน้ามือสังหารสามคนพร้อมกัน ปลายตะเกียบไม้ไผ่ในมือจิ้มเข้าที่จุดชีพจรสำคัญของพวกมันอย่างแม่นยำราوจับวาง เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เสียงกระดูกแตกหักดังประสานกับเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย มือสังหารทั้งสามทรุดฮอดลงไปกองกับพื้นทันทีโดยไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องด้วยซ้ำ ความเร็วและอณูพลังปราณที่ไร้ร่องรอยนี้ทำให้หลี่มู่เหยาถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยเห็นผู้ใดใช้ตะเกียบเป็นอาวุธสังหารคนได้อย่างงดงามและอำมหิตเช่นนี้มาก่อน "อย่ามัวแต่มองสิ แม่นางหลี่! ระวังข้างหลัง!" ไป๋เฉินส่งเสียงเตือน พร้อมกับซัดไหสุราในมือออกไปกระแทกเข้ากับหน้าอกของมือสังหารที่ลอบโจมตีด้านหลังหลี่มู่เหยาจนกระเด็นทะลุผนังออกไป หลี่มู่เหยาได้สติกลับคืนมา ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น นางไม่ยอมน้อยหน้า สะบัดข้อมือวาดกระบี่น้ำแข็งออกไป ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่ายเปลี่ยนหยาดน้ำค้างรอบตัวให้กลายเป็นเข็มน้ำแข็งนับพันเล่ม พุ่งเข้าเสียบร่างของกลุ่มโจรเงาหิมะจนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ทั้งสองประสานสืบทอดกระบวนท่าได้อย่างเข้าขา แม้จะไร้การนัดหมาย แต่วิถีกระบี่ของหญิงสาวและวิชาหมัดสุราของชายหนุ่มกลับสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับมังกรและหงส์ที่กำลังร่ายรำท่ามกลางพายุหิมะ ผ่านไปเพียงชั่วก้านธูป กลุ่มโจรเงาหิมะนับสิบก็เหลือเพียงหัวหน้าโจรที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มันไม่คาดคิดเลยว่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์สองคนนี้จะร่วมมือกันได้อย่างไร้รอยต่อเช่นนี้ "พวก... พวกเจ้าเป็นใครกันแน่!" หัวหน้าโจรละล่ำละลักถาม ถอยหลังกรูดจนติดมุมห้อง ไป๋เฉินเดินเข้าไปหาช้าๆ เขายกไหสุราขึ้นดื่มอึกใหญ่ เช็ดมุมปากด้วยหลังมืออย่างไม่ี่อสังคม รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นอีกครั้ง "พวกเราเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญที่ว่า เจ้าทำให้ข้าเสียรสชาติในการดื่มสุรา และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น..." ไป๋เฉินหันไปสบตากับหลี่มู่เหยาที่ยืนถือกระบี่นิ่งอยู่เบื้องหลัง แววตาของนางที่มองเขามีความซับซ้อนระคนความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "...เจ้าดันมาขัดจังหวะตอนที่ข้ากำลังสั่งสอนสตรีผู้หนึ่งให้รู้จักการรินสุราที่ถูกต้อง" ไป๋เฉินกล่าวจบ ก็ประสานสายตากับหลี่มู่เหยาที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋เฉินก็พลันแข็งค้าง แววตาสนุกสนานเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมจริงจังอย่างเฉียบพลัน ท้องฟ้าด้านนอกโรงเตี๊ยมที่เคยเงียบสงบ กลับถูกจู่โจมด้วยม่านพลังปราณสีดำทมิฬที่กดทับลงมาอย่างมหาศาล แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา! หลี่มู่เหยาหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ นางอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "พลังปราณระดับนี้... หรือว่ามันจะมาถึงแล้ว?" ไม่ทันที่ไป๋เฉินจะได้เอ่ยปากตอบ เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบตรงหน้าต่างโรงเตี๊ยม ร่างนั้นสวมหน้ากากทองคำรูปอสูรโบราณ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งสองแทบหยุดเต้น ก็คือกระบี่ในมือของมัน... เป็นกระบี่เล่มเดียวกับที่สังหารอาจารย์ของไป๋เฉินเมื่อสิบปีก่อน! "ไป๋เฉิน... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอ" เสียงแหบแห้งเย็นยะเยือกราวดังก้องมาจากขุมนรกดังขึ้น ทะลุทะลวงโสตประสาทจนเลือดในกายของทั้งคู่แทบจะพลانเดือดพล่าน - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถียุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ -
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%