เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า•ตอนที่ 1

กลิ่นสุราลอยมากับลมปราณ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ไวน์ชั้นเลิศ... แต่เสียดายที่คนรินช่างไร้รสนิยมสิ้นดี" สุ้มเสียงติดจะเกียจคร้านดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมพายุทรายที่แผดเผาแคว้นไร้ชื่อ เม็ดทรายร้อนระอุต้องปะทะกับผนังไม้เก่าคร่ำครึของโรงเตี๊ยมกลางทะเลทรายจนเกิดเสียงกรีดแหลมราวกับภูตผีโหยหวน ทว่าท่ามกลางบรรยากาศอันแห้งแล้งและตึงเครียดถึงขีดสุดนี้ กลับมีกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของสุราหมักหมื่นปีลอยคละคลุ้งตัดผ่านกลิ่นคาวเลือดอย่างไร้ความเกรงกลัว ในมุมมืดของโรงเตี๊ยม บุรุษผู้หนึ่งกำลังเอนกายพิงเสาไม้ ร่างสูงโปร่งสวมชุดคลุมสีเทามอมแมม เส้นผมยาวระต้นคอยังคงเปียกชื้นด้วยหยดสุราที่หกเรี่ยราด มือข้างหนึ่งถือไหเหล้าเคลือบดินเผาเก่าๆ อีกข้างถือพัดกระดาษเก่าคร่ำครึที่ปิดสนิท เขากำลังหรี่ตามองไหเหล้าในมือด้วยความเสียดาย ราวกับว่าโลกใบนี้จะแตกสลายหรือไม่ มิใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ ขอเพียงสุราในไหไม่หมดลงก็พอ ชายผู้นั้นคือ ไป๋เฉิน จอมยุทธ์พเนจรผู้ซึ่งยุทธภพต่างขนานนามลับๆ ว่าเป็น 'ตัวซวย' ประจำแผ่นดิน "เจ้าเป็นผู้ใด! กล้าดียังไงมาสอดปากเรื่องของสำนักอัคคีทมิฬ!" เสียงตวาดกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยวมาจากกลางโถงโรงเตี๊ยม ชายฉกรรจ์ร่างกำยำนับสิบชีวิตในชุดเครื่องแบบสีแดงเพลิงกำลังล้อมกรอบเป้าหมายสำคัญเอาไว้ ทุกคนแผ่ไอสังหารรุนแรงออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว ดาบยาวในมืออาบด้วยคราบเลือดสดๆ บ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันเพิ่งผ่านการฆ่าฟันมาหมาดๆ ทว่า ตรงกลางวงล้อมนั้น กลับมีร่างระหงร่างหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว นางคือ หลี่มู่เหยา ธิดาแห่งสำนักหิมะนิรันดร์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะบนยอดเขาหมื่นปีตัดกับความสกปรกโสมมของโรงเตี๊ยมอย่างสิ้นเชิง ใบหน้ารูปไข่นั้นงดงามล่มเมืองทว่าไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับแกะสลักมาจากหยกน้ำแข็งพันปี แม้ว่ามุมปากของนางจะมีรอยโลหิตสีชาดไหลซึมลงมา และลมปราณในร่างจะปั่นป่วนจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม แต่นัยน์ตาคู่คมกริบของนางกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและดื้อรั้นที่จะเผชิญหน้ากับความตาย "สำนักอัคคีทมิฬ... ช่างเป็นชื่อที่ฟังดูร้อนรนจนน่ารำคาญ" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาซดสุราเข้าปากอีกอึกใหญ่ ก่อนจะยกหลังมือขึ้นเช็ดมุมปากลวกๆ "แม่นางผู้นี้แค่อย1ากรินสุราให้ข้าสักจอก แต่พวกเจ้ากลับจะเข้ามาตัดหน้าเอาชีวิตนาง แบบนี้มันหยามน้ำใจคนชอบดื่มอย่างข้าเกินไปหน่อยกระมัง?" หลี่มู่เหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเหลือบสายตาอันเย็นเยียบมามองบุรุษผู้ทำตัวไม่รู้เวล่ำเวลาแวบหนึ่ง นัยน์ตานางฉายแววดูแคลนระคนสมเพช 'คนใกล้ตายผู้หนึ่ง ยังมีแก่ใจมาห่วงเรื่องสุรา' "ไป๋เฉิน! อย่ารนหาที่ตาย!" หัวหน้ามือสังหารของสำนักอัคคีทมิฬจำหน้าตัวปัญหาผู้นี้ได้ มันแค่นเสียงเย็นชา "ประกาศิตของประมุขคือการสังหารสตรีทรยศผู้นี้ ใครขวางย่อมต้องตายตกตามกัน ข้าเห็นว่าเจ้าพอมีชื่อเสียงในยุทธภพ รีบไสหัวไปเสีย หากไม่อยากกลายเป็นศพไร้ญาติ!" ไป๋เฉินถอนหายใจยาวเหยียดราวกับโลกนี้ช่างน่าเบื่อหน่าย เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ พัดในมือถูกสะบัดออกเบวาๆ เผยให้เห็นลวดลายกระบี่โบราณที่สลักไว้บนนั้น "คำก็ตาย สองคำก็ตาย... คนหนุ่มสาวสมัยนี้นี่ใจร้อนเสียจริง ข้าแก่จนป่านนี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นใครส่งข้าไปยมโลกได้สักคน" รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากของไป๋เฉิน เขากวาดสายตามองกลุ่มมือสังหารด้วยแววตาที่ว่างเปล่าดั่งห้วงมหรรณพ ทว่าในความว่างเปล่านั้น กลับซ่อนเร้นคลื่นพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำเอาพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะท้าน "ถ้าพวกเจ้าอยากได้หัวของนางนัก ก็ลองก้าวผ่านซากศพของข้าไปดูก่อน... อ้อ แต่บอกไว้ก่อนนะ สุราในไหของข้าราคาแพงมาก หากพวกเจ้าทำมันหกแม้แต่หยดเดียว ข้าจะคิดดอกเบี้ยเป็น 'ชีวิต' ของพวกมันทั้งหมด" บรรยากาศในโรงเตี๊ยมพลันเงียบสงบลงชั่วพริบตา เสียงลมพายุภายนอกราวกับถูกกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นระทึกของเหล่ามือสังหารที่สัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตจากบุรุษท่าทางยโสผู้นี้ หลี่มู่เหยาจ้องมองแผ่นหลังกว้างของไป๋เฉินที่ก้าวเข้ามาขวางหน้าตนไว้ หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของนางพลันเกิดระลอกคลื่นแปลกประหลาดขึ้นมาวูบหนึ่ง... บุรุษผู้มีกลิ่นสุราคละคลุ้งผู้นี้ เหตุใดจึงรนหาเรื่องใส่ตัวเพื่อคนแปลกหน้าเช่นนาง? ฉับพลันนั้นเอง... แสงประกายเย็นเยียบของคมดาบก็สาดสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องจากหัวหน้ามือสังหาร "ฆ่ามัน!" ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะหลบหลีก เขายกไหสุราขึ้นกระดกอีกครั้งในเสี้ยววินาทีที่คมดาบนับสิบพุ่งเข้าประชิดตัว! ทว่า ก่อนที่คมดาบเล่มแรกจะทันได้สัมผัสอาภรณ์ของเขา ท้องฟ้าเหนือโรงเตี๊ยมกลางทะเลทรายกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดฟันลงมาทะลุหลังคาไม้จนแตกละเอียด! ร่างของไป๋เฉินหายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก... และวินาทีต่อมา ปลายกระบี่เล่มหนึ่งที่ไม่มีใครมองเห็นว่าถูกชักออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด ก็มาจ่ออยู่ที่ลำคอของหัวหน้ามือสังหารผู้นั้นเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมัจจุราชเคาะประตูบ้าน "เจ้า... นับว่ารินสุราได้แย่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาจริงๆ"
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%