เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า•ตอนที่ 8

คำลวงของคนเขลา

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"คำว่า 'ความภักดี' ในปากของสุนัขรับใช้ที่ยอมแม้กระทั่งกราบไหว้โจรเพื่อแลกกับเศษกระดูก... ช่างฟังดูไพเราะเสนาะ कर्ण จนข้าเกือบจะสำรอกสุราหมักปีศาจชั้นดีที่เพิ่งดื่มลงไปออกมาเสียแล้วล่ะท่านเจ้าเมือง" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางโถงรับรองอันโอ่อ่าของจวนเจ้าเมืองเมฆาอัคคี ไป๋เฉินนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างไม่เกรงใจเจ้าของสถานที่ ในมือขวาถือไหสุราหยกขาวที่ยังมีไอเย็นลอยกรุ่น มือซ้ายเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนโต๊ะสลักลายวิจิตร สายตาคมปลาบมองตรงไปยังร่างอ้วนท้วนของเจ้าเมืองจ้าว ที่บัดนี้ใบหน้าอิ่มเอิบกลับเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน เบื้องหลังของไป๋เฉิน หลี่มู่เหยายืนสงบนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็ง รัศมีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนอุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงอย่างฉับพลัน นางปรายตามองเหล่าทหารยح์เกราะทองนับร้อยที่ถืออาวุธครบมือรายล้อมรอบห้องด้วยแววตาดูแคลน ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงที่สามารถกวาดล้างให้สิ้นซากได้ด้วยการสะบัดชายแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว "ไป๋เฉิน! เจ้าสามหาวเกินไปแล้ว!" เจ้าเมืองจ้าวตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนจนพุงพลุ้ยสั่นกระเทือน "ที่นี่คือจวนเจ้าเมือง ไม่ใช่โรงเตี๊ยมข้างทางที่เจ้าจะมาวางก้ามวาจาสามหาวได้ตามอำเภอใจ! คิดว่ามีฝีมือระดับปรมาจารย์แล้วจะเหยียบย่ำกฎหมายของแคว้นและศักดิ์ศรีของข้าได้หรือ?" ไป๋เฉินยกไหสุราขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้น้ำรสชาติร้อนแรงบาดลำคอก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างยาวนาน รอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่บนมุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว "กฎหมายหรือ? ท่านเจ้าเมือง ท่านกำลังพูดถึงกฎหมายข้อใดกันเล่า? ข้อที่อนุญาตให้ท่านกวาดต้อนเสบียงของชาวประชาไปขายให้พวกสำนักมารเพื่อแลกกับโอสถต่ออายุขัย หรือข้อที่อนุญาตให้ท่านส่งสายลับไปขายพรรคพวกของตนเองเพื่อแลกกับตำแหน่งตําแหน่งนี้กันแน่?" บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที เหล่าทหารองครักษ์ต่างหันมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก ความจริงอันน่าอับอายที่ถูกเปิดเผยกลางที่แจ้งทำให้ใบหน้าของเจ้าเมืองจ้าวซีดเผือกสลับแดงก่ำ "เหลวไหล! เป็นคำกล่าวหาที่ไร้สาระสิ้นดี! คนผู้นี้คิดใส่ร้ายเจ้าเมืองผู้ทรงคุณธรรม จงฆ่ามันเสีย! ใครที่เด็ดหัวพวกมันมาได้ ข้าจะตบรางวัลด้วยหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งพันก้อน!" สิ้นเสียงคำราม สภาวะกดดันอันรุนแรงก็ระเบิดออกมาจากร่างของยอดฝีมือระดับกำเนิดวิญญาณสามคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังเจ้าเมืองจ้าว พวกมันเป็นผู้คุ้ม กันส่วนตัวที่ถูกเลี้ยงไว้ด้วยทรัพยากรมหาศาล แรงกดดันจากลมปราณระดับสูงถาโถมเข้าใส่ไป๋เฉินและหลี่มู่เหยาอย่างบ้าคลั่ง หินปูพื้นห้องโถงถึงกับปริแตกเป็นทางยาว ทว่า ไป๋เฉินหาได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้าง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏชัดขึ้นในดวงตาคู่นั้น "น่าขันนัก... ใช้เงินตราซื้อความภักดี สุดท้ายก็ใช้ชีวิตเป็นเครื่องสังเวยความโลภ" ไป๋เฉินพึมพำเบาๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากเก้าอี้ราวกับภาพลวงตา *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีทองสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ ดาบใหญ่เล่มมหึมาฟันผ่าอากาศจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท แต่เป้าหมายกลับว่างเปล่า ไป๋เฉินปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงันที่ด้านหลังของผู้คุ้มกันคนแรก นิ้วมือข้างหนึ่งรวบรวมลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จนแหลมคมดั่งปลายเข็ม สะบัดออกเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด *ฉัวะ!* โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็น ยอดฝีมือระดับกำเนิดวิญญาณเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด มันพยายามอ้าปากจะร้องตะโกน แต่ลำคอกลับปรากฏรอยแดงบางเฉียบ ก่อนที่ศีรษะจะหลุดออกจากบ่าและร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น หลิมเลือดพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ "คนที่หนึ่ง..." ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่มือขวายังคงถือไหสุราไว้มั่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "บังอาจนัก! ประสานค่ายกลสุริยะผลาญนภาร่วมกันฆ่ามัน!" ผู้คุ้มกันคนที่เหลือแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น พลังปราณสีเพลิงลุกโชนท่วมร่าง พวกมันประสานอินทร์อย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นตาข่ายอัคคีล้อมรอบร่างของไป๋เฉินและหลี่มู่เหยาไว้ตรงกลาง อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นจนอากาศบิดเบี้ยว รัศมีเพลิงร้อนแรงแผดเผาทຸກสิ่งจนเป็นจุล ทว่า หลี่มู่เหยาที่ยืนนิ่งมานานนับตั้งแต่ต้น กลับขยับตัว นางไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแค่ปรายตามองตาข่ายเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากบางขยับเอ่ยคำสั้นๆ "เขตแดนหิมะนิรันดร์... ผสมโรง" *ฟึบ!* ละอองไอสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดออกรอบกายของนาง กลายเป็นพายุเกล็ดน้ำแข็งหมุนวนอย่างรุนแรง พลังปราณอัคคีที่ร้อนระอุเมื่อครู่ เมื่อปะทะเข้ากับไอเย็นยะเยือกของสำนักหิมะนิรันดร์ กลับถูกแช่แข็งและสลายกลายเป็นละอองน้ำในชั่วพริบตา ความหนาวเหน็บระดับฉีกกระชากวิญญาณแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าทหารยามที่อยู่รอบนอกต่างตัวสั่นเทาจนอาวุธหลุดร่วงจากมือ ใบหน้าของพวกมันถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน เจ้าเมืองจ้าวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเด็กหนุ่มกวนประสาทกับหญิงสาวเย็นชาคู่นี้จะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ "พวกเจ้า... พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังของข้าคือใคร? หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องข้าแม้แต่ปลายนิ้ว ผู้นำนิกายโลหิตทมิฬจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!" เจ้าเมืองจ้าวตะโกนขู่เสียงสั่นเครือ พยายามถอยร่นไปจนชิดผนังห้อง ไป๋เฉินเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ชิดทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงและทรงพลัง ราวกับเทพมรณะที่กำลังเดินมาเก็บเกี่ยววิญญาณ ปลายเท้าเหยียบย่ำลงบนพื้นน้ำแข็งที่ละลายและแข็งตัวสลับกัน เกิดเสียงดังกรอบแกรบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "นิกายโลหิตทมิฬงั้นหรือ?" ไป๋เฉินหยุดยืนห่างจากเจ้าเมืองจ้าวเพียงก้าวเดียว เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไร้ซึ่งความอบอุ่น "สำหรับข้าแล้ว ต่อให้เป็นเงาของภูตผีปีศาจจากขุมนรก หากมันกล้าเหยียบย่ำแผ่นดินนี้และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริสุทธิ์... ข้า 'เซียนสุรา' ผู้นี้ ก็ไม่รังเกียจที่จะใช้กระบี่ในมือ สับพวกมันให้กลายเป็นหมูบดหรอกนะ" เจ้าเมืองจ้าวหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด อ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ เมื่อเห็นประกายแสงสีเงินวาบขึ้นจากปลายนิ้วของไป๋เฉิน ทว่า ในวินาทีที่ไป๋เฉินกำลังจะเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อของเจ้าเมืองทรยศเพื่อเค้นหาความจริงเบื้องหลังทั้งหมดนั้นเอง... *เปรี้ยง! ตูม!* เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกหล้ากำลังจะแตกสลาย แสงสีม่วงเข้มสายหนึ่งพุ่งแหวกฟ้าทะลุหลังคาจวนเจ้าเมืองลงมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน แรงกดดันระดับทัณฑ์สวรรค์กดทับลงบนห้องโถงจนทุกคนต้องทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเจ้าเมืองจ้าวอย่างกะทันหัน กลิ่นอายโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณทำให้ไป๋เฉินต้องหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง ขณะที่หลี่มู่เหยาชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่งเพื่อเตรียมรับมือ เงาดำนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปกากบาทบนใบหน้าซีกซ้าย และรอยยิ้มอันน่าสยดสยองที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ช้าก่อน... สหายเต๋า ไป๋เฉิน เจ้าคิดว่าเหยื่อในกำมือของนิกายโลหิตทมิฬ จะยอมให้คนนอกมาเด็ดหัวไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?" -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าไปกับข้า ขอบน้ำใจยิ่งนักครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%