เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า•ตอนที่ 9

วิกฤตกลางศิลาศักดิ์สิทธิ์

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เปรี้ยง—!" เสียงอัสนีบาตฟาดผ่าลงมาตรงหน้า ห่างจากปลายจมูกของไป๋เฉินเพียงไม่กี่ชั่งหลี่ แรงสะเทือนจากค่ายกลศิลาศักดิ์สิทธิ์บดขยี้พื้นดินเบื้องล่างจนแตกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นอายโลหิตทมิฬที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นไอมรณะกดทับลงบนแผ่นอกจนลมหายใจติดขัด แต่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของบุรุษผู้ถือไหสุรากลับไม่ใช่เงาทมิฬของศัตรูที่ปิดล้อมอยู่รอบทิศ หากเป็นร่างระหงของสตรีชุดขาวที่กำลังทรุดกายลงคุกเข่ากระอักโลหิตสีชาดออกมาคำโต หลี่มู่เหยา... นางเซียนน้ำแข็งผู้ไม่เคยแม้แต่จะก้มหัวให้ฟ้าดิน บัดนี้ใบหน้างดงามกลับซีดเผือดราวกับกระดาษ ไหล่บางสั่นสะท้านเล็กน้อยขณะที่ฝ่ามือเรียวงามยันพื้นศิลาไว้เพื่อไม่ให้ล้มพับลงไป พลังปราณเหมันต์นิรันดร์ในร่างนางกำลังตีกลับอย่างรุนแรงเนื่องจากฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามทะลวงค่ายกล "แม่นางหลี่ ดูท่าทางท่านในตอนนี้... ช่างห่างไกลจากคำว่า 'เซียนผู้ไร้เทียมทาน' เสียเหลือเกินนะครับ" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลยกไหสุราขึ้นจิบแก้กระหาย ทว่าแววตาคู่คมที่ทอดมองไปยังนางกลับปราศจากความล้อเล่นโดยสิ้นเชิง มือข้างที่ไม่ได้ถือไหกำลังกำด้ามกระบี่บินจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "หุบปากของเจ้าไป... ไป๋เฉิน..." หลี่มู่เหยาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสง่างามคู่นั้นตวัดมองเขาอย่างดุดัน แต่กลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต "หากเจ้ายังมีแรงเหลือเฟือ... ทำไมไม่รีบหาทางหนีไปเสีย? จะอยู่รอให้ค่ายกลศิลานี้บดขยี้พวกเราเป็นผุยผงพร้อมกันทำไม?" "หนีงั้นหรือ?" ไป๋เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางผนังศิลาโบราณที่กำลังเคลื่อนตัวบีบแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนเหลือพื้นที่เพียงไม่ถึงสามวา "สหายเต๋าไป๋เฉินผู้นี้ ต่อให้ผืนฟ้าถล่มลงมาเบื้องหน้า ก็ไม่เคยมีนิสัยทอดทิ้งสหายร่วมเป็นร่วมตาย... ยิ่ง1ในนั้นคือคนที่ข้าเคย... เอаเถอะ ยิ่งเป็นสตรีที่ข้าต้องปกป้องด้วยชีวิตแล้ว ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด" คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของค่ายกล หลี่มู่เหยาชะงักงัน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้กวนประสาทที่มักจะมีรอยยิ้มหยันโลกประดับอยู่บนมุมปากเสมอ แต่วันนี้ ในแววตาคู่นั้นกลับสะท้อนภาพเงาของนางอย่างชัดเจน... ลึกซึ้ง และมั่นคงยิ่งกว่าขุนเขา *ครืนนน—!* ศิลาขนาดมหึมาทางด้านซ้ายเลื่อนเข้ามาประชิด ส่งเสียงเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบ อุณหภูมิภายในค่ายกลพุ่งสูงขึ้นสลับกับความหนาวเหน็บจนถึงขั้วกระดูก ผนังศิลาจารึกอักขระโลหิตสีแดงฉานกำลังเปล่งแสงเจิดจ้า มันคือ "ค่ายกลกลืนวิญญาณร้อยศตวรรษ" ที่ออกแบบมาเพื่อรีดเค้นพลังปราณและบีบให้ผู้ติดอยู่ข้างในสูญเสียสติไปทีละน้อยจนยอมจำนนต่อความตาย พื้นที่ถูกบีบอัดจนทั้งสองต้องขยับเข้ามาประชิดกันอย่างไร้ทางเลือก ไออุ่นจากร่างกายของไป๋เฉินปะทะเข้ากับความเย็นเยือกดั่งน้ำแข็งจากร่างของหลี่มู่เหยา เกิดเป็นละอองหมอกบางเบาล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ "เจ้าคนสารเลว..." หลี่มู่เหยาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของนางในยามนี้อ่อนแอจนแม้แต่จะยืนขึ้นก็ยังทำไม่ได้ พิษโลหิตทมิฬแล่นริ้วไปตามเส้นชีพจร ปราณเหมันต์ในตันTianกำลังแตกซ่าน "เจ้าพูดจาพล่อยๆ เช่นนี้... คิดว่าข้าจะซาบซึ้งใจเจ้าอย่างนั้นหรือ? ข้าคือธิดาสำนักหิมะนิรันดร์ มีเส้นทางเซียนที่ต้องเดิน... ข้าไม่ต้องการความสงสารจากจอมยุทธ์เร่ร่อนเช่นเจ้า!" ไป๋เฉินย่อกายลง นั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสโนว์กอดessของยุทธภพ มือหยาบกร้านจากการผ่านศึกมาโชกโชนเอื้อมออกไปแตะที่ปลายคางสั่นเทาของนางอย่างแผ่วเบา ปัดปอยผมที่ชุ่มเหงื่อแนบแก้มเนียนออกให้อย่างอ่อนโยน ท่าทีที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนในยามปกติมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังมองสตรีในดวงใจด้วยความรู้สึกที่เก็บงำมาเนิ่นนาน "ความสงสารหรือ?" ไป๋เฉินระบายยิ้มจางๆ แววตาเต็มไปด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้ง "มู่เหยา... เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ? ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราพบกันที่โรงเตี๊ยมร้างเมืองชายแดน ข้าไม่เคยมีความรู้สึก 'สงสาร' ให้กับเจ้าเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ข้ามีให้... คือความปรารถนาที่จะฉุดดึงเจ้าลงมาจากหอคอยน้ำแข็งอันหนาวเหน็บนั้น ให้มาสัมผัสกับความบ้าคลั่งและความอบอุ่นของโลกมนุษย์ที่มีแค่ข้าเท่านั้นที่มอบให้ได้ต่างหาก" หัวใจของหลี่มู่เหยาเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางเบิกตากว้าง ความเย็นชาที่เคยใช้ห่อหุ้มตัวตนมาตลอดหลายสิบปีถูกแผดเผาด้วยความร้อนแรงจากวาจาและสายตาของบุรุษตรงหน้า "เจ้า... เจ้าบ้าไปแล้ว..." นางกระซิบเสียงสั่น น้ำใสๆเอ่อล้นขอบตาคู่สวยที่เคยแข็งกร้าว "ข้าเป็นตัวหายนะ... สำนักของข้าถูกทำลาย อาจารย์ของข้าดับสูญ ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ข้าล้วนพบจุดจบอันน่าอนาถ... แม้แต่ตัวเจ้าเอง หากยังดึงดันจะปกป้องข้า เจ้าก็จะ..." "ก็จะตายรึ?" ไป๋เฉินหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะก้องกังวานท้าทายค่ายกลมรณะ "ฮ่าๆๆ! มู่เหยาเอ๋ย... ชีวิตของไป๋เฉินผู้นี้ แขวนอยู่บนปลายกระบี่และก้นไหสุมาตั้งแต่อายุสิบขวบแล้ว ข้าสูญเสียอาจารย์ สูญเสียบ้านเกิด และสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างมาหมดแล้ว... เจ้าคิดว่าความตายหรือคำสาปแช่งใดในใต้หล้า จะน่ากลัวไปกว่าการที่ต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเจ้าเคียงข้างอย่างนั้นหรือ?" ทันทีที่สิ้นคำพูด ร่างของไป๋เฉินก็ขยับเข้าประชิด วงแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างของเขาเป็นเกราะคุ้มกันสีทองอร่าม ต้านทานแรงบีบอัดของค่ายกลศิลาที่กำลังพยายามบดขยี้พวกเขาให้แหลکสลาย หลี่มู่เหยาซบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยกลิ่นอายสุราและกลิ่นเลือด น้ำตาที่นางอดกลั้นมานานหยดลงบนเสื้อคลุมสีเข้มของเขา ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน นางค่อยๆ ยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ บุรุษผู้นี้จะสลายหายไปกับสายลม "หากวันนี้พวกเราต้องตายที่นี่..." หลี่มู่เหยาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากนุ่มแนบชิดกับต้นคอของเขา "ข้าขอสารภาพ... ว่าข้าเกลียดรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าที่สุด... แต่ข้าก็โหยหามันยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิตเช่นกัน" "ฮ่าๆๆ ได้ยินคำนี้จากปากนางเซียนน้ำแข็งผู้สูงส่ง ถือว่าคุ้มค่าที่ข้าเสี่ยงตายมากับเจ้าแล้วล่ะครับ!" ไป๋เฉินยิ้มกว้าง ดวงตาส่องประกายเจิดจ้ายิ่งกว่ากระบี่วิเศษใดๆ ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของคนทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางวิกฤตมรณะนั้นเอง ผนังศิลาเบื้องหลังพวกเขาก็พลันปริแตกออกพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่า อักขระโลหิตสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นเงาร่างของมนุษย์ไร้หน้าสามร่างที่แผ่ไอสังหารระดับบรรพชนขั้นหลอมรวมวิญญาณ! และก่อนที่ไป๋เฉินจะได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เงาร่างที่คุ้นเคยอย่างยิ่งก็ก้าวออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายแข็งตัว *เปรี้ยง—!* เงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้าประชิดพร้อมคมดาบโลหิตที่จ่อตรงมาที่ลำคอของหลี่มู่เหยาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ! "ช้าก่อน... ไป๋เฉิน เจ้าคิดว่าเหยื่อในกำมือของนิกายโลหิตทมิฬ จะยอมให้คนนอกมาเด็ดหัวไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?... หรือว่า... เจ้าคิดว่า 'อาจารย์' ของเจ้า ที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน จะยอมให้เจ้ามีความสุขบนซากศพของความแค้นนี้กันเล่า?" --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกับรอยยิ้มและคราบน้ำตาของพวกเขานะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%