อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 11

หมอครับ ผมเริ่มคลั่งรักแล้ว

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งกระแทกพื้นกระเบื้องยางของโรงพยาบาลในยามวิกาล ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา แม้ว่าเคสฉุกเฉินที่ห้องไอซียูเมื่อครู่จะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยความทุ่มเทระดับเลือดตาแทบกระเด็นของทีมแพทย์แล้วก็ตามที เธอยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังห้องพักแพทย์ที่เย็นเฉียบ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้ากัดกินเรี่ยวแรงทีละนิด แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเธอมากกว่าอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่งสงบลง คือแววตาของนายแพทย์ธันวาในวินาทีที่เขาหันมาสบตากับเธอก่อนจะผ่าตัดเคสด่วนนั้น แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนความห่วงใย ซึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้มาوادของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างแนบเนียน แอด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบร่างสูงโปรดของจิตแพทย์หนุ่มก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มประวัติคนไข้ในมือ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นจาง ๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงลอยมาแตะจมูก รินรดายืดตัวตรงขึ้นโดยอัตโนมัติ สมองที่ทำงานด้วยระบบตรรกะและอัลกอริทึมเริ่มประมวลผลท่าทีของคนตรงหน้าทันที "คนไข้ปลอดภัยแล้วนะคะคุณหมอธันวา ดิฉันตรวจสอบกราฟสัญญาณชีพรอบล่าสุด ทุกอย่างกลับเข้าสู่ ฐานข้อมูลปกติเรียบร้อยแล้วค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท พยายามสร้างกำแพงความเยือกเย็นขึ้นมาคั่นกลางระหว่างเธอกับเขา ธันวาไม่ตอบทันที เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น ถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วนวดคลึงหว่างสันจมูกเบา ๆ ท่าทางแบบนั้นช่างดูน่าดึงดูดใจเสียจนรินรดาต้องแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เธอมองว่ามันคือ ‘กับดักทางจิตวิทยา’ ชัด ๆ "คุณนี่นะ... เก่งเสียจนน่ากลัว รินรดา" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบ "วิ่งวุ่นจัดการระบบฐานข้อมูลและประสานงานเคสวิกฤตเมื่อกี้ได้ราวกับเป็นแพทย์ฝึกหัด ทั้งที่ความจริงคุณคือนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ควรจะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นิ่ง ๆ แท้ ๆ" "ดิฉันแค่วิเคราะห์ความเสี่ยงและทำตามหน้าที่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของโรงพยาบาลค่ะ ไม่ได้ทำเพื่อใครเป็นพิเศษ" เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะระยะประชิดนี้ "นั่นสินะ... ทุกอย่างต้องมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามระบบ เหตุและผลต้องมาก่อนอารมณ์เสมอ นี่คือกฎเหล็กของนักวิเคราะห์อย่างคุณนี่นา" ธันวาหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่แต่แฝงความจริงจังบางอย่าง "แต่รู้ไหมริน... ในทางจิตวิทยาแล้ว มนุษย์เรามักจะใช้เหตุผลตรรกะมาหักล้างสิ่งที่ตัวเองกำลัง 'กลัว' มากที่สุดเสมอ" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "คุณหมายความว่ายังไงคะ?" ธันวาไม่ตอบคำถามในทันที เขากลับทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งกอดอกมองเธอด้วยสายตาที่วิเคราะห์เจาะลึกราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มโปรด "สมมติฐานทางจิตวิทยาข้อหนึ่งบอกไว้ว่า... ถ้าคนเราเริ่มสนใจพฤติกรรมของใครสักคนมากเกินไป จนเก็บเอาไปคิดวิเคราะห์แม้กระทั่งตอนนอน นั่นไม่ใช่เรื่องของสถิติ แต่มันคืออาการเริ่มต้นของการสูญเสียการควบคุมทางอารมณ์" รินรดารู้สึกเหมือนถูกศรปักเข้าที่กลางใจ แต่อาการภายนอกยังคงนิ่งสนิท เธอยกมือขึ้นกอดอกบ้างเพื่อสร้างเกราะป้องกัน "คุณกำลังพูดถึงใครคะ? ถ้าหมายถึงดิฉัน บอกเลยว่าสมมติฐานของคุณผิดพลาดทางสถิติมหาศาลค่ะ ดิฉันแค่กำลังประเมิน... เออ... ประเมินเคสศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ที่แปลกประหลาดอย่างคุณต่างหาก!" "เคสศึกษาเหรอ?" ธันวาเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดติดผนังห้องอย่างไร้ทางหนี "ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอปรึกษาคุณในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน 'เคสตัวเอง' หน่อยแล้วล่ะ" "คุณ... จะบ้าหรือไง ถอยไปเลยนะคะหมอธันวา!" รินรดาเอ็ดเสียงเขียว พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ ไม่ได้บีบรัดด้วยความรุนแรง แต่เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงจนเธอไม่กล้าสะบัดหนี "ฟังผมให้ดีนะรินรดา..." น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนเป็นจริงจัง นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "สมมติว่า... มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของผม เขากำลังเผชิญกับอาการที่เรียกว่า 'คลั่งรัก' แบบถอนตัวไม่ขึ้น หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงคนนั้นเถียงคอเป็นเอ็น หัวใจของเขาประมวลผลแต่เรื่องของเธอ และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่สามารถควบคุมอัลกอริทึมความรู้สึกของตัวเองได้เลยตั้งแต่รู้จักเธอ" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกะทันหัน สมองที่เคยประมวลผลข้อมูลรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ กลับหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคที่ชวนใจสั่นนี้ "ทะ... เพื่อนร่วมงานอะไรของคุณคะ อย่ามาทำเป็นพูดเรื่องแต่งขึ้นมานะ" "ผมไม่ได้พูดถึงเพื่อนร่วมงานคนไหนทั้งนั้น..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ผมกำลังพูดถึงตัวผมเอง... หมอธันวาคนนี้แหละ ที่กำลังคลั่งรักนักวิเคราะห์ข้อมูลปากเก่งอย่างคุณจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองชั่วขณะ รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เสียงหัวใจของตัวเองดังโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและร้อนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้กำแพงตรรกะทั้งหมดที่เธอสร้างมาพังทลายลงในพริบตา เธอกำมือแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนความหวานล้ำที่เอ่อล้นจนจุกอก อ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยปฏิเสธหรือหาข้ออ้างทางสถิติมาหักล้าง แต่ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงของพยาบาลสาวที่เปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้อذنุญาต "คุณหมอธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คนไข้ห้องพิเศษ VIP ฟื้นขึ้นมาแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาดทำลายข้าวของ และกำลังเรียกหา... คุณรินรดาค่ะ!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจูนหัวใจไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%