เสียงก๊อกน้ำที่เปิดทิ้งไว้จนน้ำไหลซู่กระทบอ่างล้างหน้า ไม่ได้ดังกลบเสียงก้องกังวานในหัวของรินรดาเลยแม้แต่น้อย เธอกวักน้ำเย็นจัดขึ้นล้างหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อหวังจะล้างภาพแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวของหมอธันวา รวมถึงล้างความปั่นป่วนแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินผนังหัวใจของเธอออกไปให้หมด
กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยา หรือที่เรียกว่า *Defense Mechanism* กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง รินรดากำขอบอ่างล้างหน้าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สมองอันปราดเปรื่องของเธอพยายามรวบรวมสถิติและเหตุผลร้อยแปดมาหักล้างความรู้สึกวาบหวิวเมื่อครู่ ความรักในมุมมองของเธอก็เป็นเพียงแค่สารเคมีในสมอง เป็นอัลกอริทึมของฮอร์โมนที่ถูกขับออกมาเพื่อการสืบพันธุ์และการเอาชีวิตรอดทางวิวัฒนาการเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าหลงใหล ไม่มีอะไรยั่งยืน... และที่สำคัญที่สุดคือ มันเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่จะถูก 'ทอดทิ้ง' ให้เคว้งคว้างอยู่ลำพัง
เหมือนเช่นในอดีต... ภาพความทรงจำสีเทาหม่นที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารข้อมูลและตัวเลขนับล้านบรรทัด พล Â เด่นชัดขึ้นมาในโสตประสาท
*‘ริน... อยู่รอแม่ตรงนี้นะลูก เดี๋ยวแม่ไปทำธุระแป๊บเดียว’*
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของมารดาที่ดังขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเมื่อสิบห้าปีก่อน หวนกลับมาตอกย้ำความเจ็บแปลPในอก รินรดาร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบในวันนั้น ยืนกุมมือกันแน่นด้วยความหวัง เฝ้ารอตัวเลขบนนาฬิกาข้อมือที่เดินผ่านไปทีละวินาที จนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมง รอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความมืด ความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บในกระดูก และสุดท้าย... คำว่า 'กลับมา' ก็เป็นเพียงแค่คำโกหกคำโตที่แม่ทิ้งไว้ก่อนจะหายลับไปจากชีวิตอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงปิดประตูปิดตายหัวใจของรินรดานับตั้งแต่วันนั้น
นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่จิตใต้สำนึกของเธอจารึกไว้ด้วยเลือดและน้ำตา—*“อย่าผูกพันกับใคร และอย่าคาดหวังว่าใครจะอยู่”*
"เพ้อเจ้ออะไรอยู่ได้รินรดา แกเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลนะ ไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่เชื่อเรื่องรักแท้" เธอบ่นพึมพำกับเงาสะท้อนในกระจก แววตาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบกระดาษทิชชُّมาซับหยดน้ำบนใบหน้า เสียงเคาะประตูกระจกห้องพักแพทย์ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ก่อนแล้ว หมอธันวาไม่ได้เดินออกไปอย่างที่เธอกล่าวอ้างในใจเมื่อครู่ เขายังอยู่ตรงนี้... แถมยังยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินผลลัพธ์ของคนไข้ที่ดื้อด้านที่สุดในความดูแล
"ฉันไม่ได้ล็อกประตู ก็แปลว่าอนุญาตให้เข้าได้ตามมารยาทสากล... หรือสมองส่วนหน้าของเธอกำลังประมวลผลผิดพลาดจนลืมพื้นฐานการใช้ชีวิตขั้นตอนนี้ไปแล้วล่ะ คุณนักวิเคราะห์?"
น้ำเสียงทุ้มเจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับที่ขายาวก้าวเข้ามาในห้องทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวของเขาบีบให้พื้นที่แคบๆ ในห้องพักแพทย์ดูแคบลงไปถนัดตา รินรดาผอยถอยหลังกรูดจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับขอบอ่างล้างหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
"คุณหมอธันวา! นี่มันห้องส่วนตัวของฉันนะ คุณไม่มีสิทธิ์เดินเข้าออกตามอำเภอใจแบบนี้!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เสียงใสเอ่ยตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนแทบจะอยู่ในระยะประชิด
"สิทธิ์เหรอ?" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "ในฐานะแพทย์ผู้รักษา ฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบอาการของคนไข้ทุกเวลา... โดยเฉพาะคนไข้ที่มีอาการ 'ใจสั่น ผิดปกติ' และพยายามวิ่งหนีความจริงแบบเธอ"
เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสานกับกลิ่นสะอาดเฉพาะตัวของแพทย์หนุ่มลอยเข้าเตะจมูก จนรินรดาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนกำลังตื่นตัวอย่างขีดสุดต่อการมีตัวตนของเขา
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!" เธอเถียงเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่มองตรงมา "ปล่อยฉันออกไปนะ ฉันจะไปทำงานต่อ"
"ทำงาน?" ธันวาเอื้อมมือหนาไปทาบลงบนขอบอ่างล้างหน้าข้างสะโพกของเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในวงแขนโดยสมบูรณ์ ปลายนี้วของเขาเฉียดโดนข้อศอกเธอเล็กน้อย ส่งกระแสไฟอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง "ข้อมูลชุดไหนที่สำคัญเท่ากับหัวใจตัวเองที่เธอกำลังพยายามพับเก็บมันเข้าลิ้นชักแล้วบอกว่าไม่มีค่าล่ะ รินรดา"
คำพูดนั้นสะกิดแผลเป็นในใจของเธอเข้าอย่างจัง ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกหวาดกลัวการผูกพัน ความกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง และกำแพงหนาที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดสิบห้าปี สั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้การรุกรานทางจิตวิทยาของเขา
"คุณไม่รู้อะไรเลย..." รินรดาเผลอหลุดเสียงสั่นพร่าออกมาอย่างลืมตัว แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววเปราะบางชั่วขณะ "คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันผ่านมาเจออะไรบ้าง ทำไมฉันถึงต้องสร้างกำแพงนี้ขึ้นมา... คนอย่างคุณที่มีพร้อมทุกอย่าง จะมารู้สึกอะไรกับความเจ็บปวดของการถูกทิ้งไว้ข้างหลังกันล่ะ!"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่ง แววตาคมกริบของจิตแพทย์หนุ่มเปลี่ยนจากความเจ้า เธ่มาเป็นความลึกซึ้งและจริงจัง เขารู้ทันทีว่านี่คือปมลึกที่ฝังรากลึกในจิตใต้สำนึกของเธอ
"ฉันอาจจะไม่รู้เรื่องในอดีตของเธอทั้งหมด..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลขึ้นอย่างผิดคาด ปลายนี้วอุ่นจัดเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา โดยที่รินรดาแข็งค้าง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี "แต่ฉันรู้แค่ว่า... ปัจจุบัน เธอกำลังลงโทษตัวเองด้วยอดีตที่มันจบไปแล้ว และที่สำคัญที่สุด..."
เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มใส ทำให้รินรดาลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
"...ฉันไม่ได้จะเดินจากไปไหนเหมือนในอดีตของเธอหรอกนะ รินรดา"
คำสารภาพที่เจือความคลั่งรักแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้สมองส่วนเหตุผลของรินรดาพังทลายลงในพริบตาเดียว หัวใจของเธอกำลังจะยอมจำนนต่ออัลกอริทึมแห่งความรักที่เขาเป็นคนเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็ดังลั่นสนั่นตึก พร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังและเสียงตะโกนเรียกชื่อหมอธันวาจากเจ้าหน้าที่พยาบาลหน้าห้องพักแพทย์ ที่ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบกริบจนหมดสิ้น!
"คุณหมอธันวาคะ! เกิดเคสฉุกเฉินด่วนที่ห้องไอซียูค่ะ คนไข้มีอาการช็อกจากการแพ้ยาขั้นรุนแรง ต้องการแพทย์เฉพาะทางด่วนที่สุดค่ะ!"
จิตวิทยาเพื่อทุกคนขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจซอกหลืบความรู้สึกของตัวละครไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 10
กับดักความทรงจำ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!