กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้เจือจางผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของผู้ชายตรงหน้า กำลังทำลายสถิติความแม่นยำในฐานข้อมูลของรินรดาอย่างย่อยยับ
ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะโดนพวงแก้มของเธออยู่รอมร่อ หากไม่ใช่เพราะเธอเอนตัวหนีออกไปสุดแรงเสียดทานเสียก่อน
“ถอยไปเลยนะคะ คุณหมอธันวา!” รินรดาตวัดเสียงใส่ทันที พร้อมกับใช้ฝ่ามือดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แม้ภายใต้เนื้อผ้าเชิ้ตสีขาวจะสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงที่ไม่ได้ถอยตามแรงผลักของเธอเลยแม้แต่น้อย “คุณกำลังละเมิดพื้นที่ส่วนตัว และที่สำคัญ... ทฤษฎีบ้าๆ ที่คุณพูดมาเมื่อกี้ มันเป็นแค่การหลอนประสาทชั่วขณะจากสารเคมีในสมองต่างหากค่ะ!”
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างจงใจ เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แต่สายตายังคงพินิจพิเคราะห์ร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าของนักวิเคราะห์สาวไม่วางตา
“สารเคมีในสมองงั้นเหรอครับ คนเก่ง?” หมอหนุ่มเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองว่ามันกวนประสาทที่สุดในโลก “แปลกจังนะ... ทั้งที่สมองของคุณถูกฝึกให้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความเย็นชามาตลอดชีวิต แต่ทำไมพอเป็นเรื่องของผมทีไร อัตราการเต้นของหัวใจคุณถึงได้พุ่งทะยานเกิน 120 ครั้งต่อนาทีทุกทีล่ะ หืม?”
“ก็เพราะฉันโมโหคุณไงคะ!” เธอสวนกลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก “มนุษย์เราสามารถหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาได้เยอะมากๆ เวลาที่เจอภัยคุกคามอันตราย... และสำหรับฉัน คุณหมอคะ คุณคือภัยคุกคามระดับสูงสุดที่ฉันต้องระวังตัว!”
“ภัยคุกคามที่ทำให้คุณอยากเข้าใกล้มากกว่าเดิมน่ะเหรอ?”
ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง เสียงสันหนังสือกระทบกันดังเบาๆ เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าเธอ ‘จนมุม’ แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่ควบคุมเหตุผลและยับยั้งชั่งใจกำลังกรีดร้องเสียงดังลั่นให้เธอวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้! แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล
*ไม่ได้นะรินรดา... เธอคือนักวิเคราะห์ข้อมูลผู้ไร้พ่าย จะมาพ่ายแพ้ให้กับลูกไม้ตื้นๆ ของจิตแพทย์ปากร้ายคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!*
เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งสติรวบรวมทฤษฎีทางจิตวิทยาที่เคยอ่านผ่านตามานับร้อยเล่มเพื่อใช้เป็นเกราะกำบัง
“งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมคะ คุณหมอ” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม เธอยกยิ้มมุมปากเลียนแบบเขา “ทางจิตวิทยา เขาเรียกว่า ‘กฎสามวินาทีแห่งการตกหลุมรัก’ (The 3-Second Rule) หรือพูดง่ายๆ ว่ามันเป็นกลไกการเอา2ตัวรอดดั้งเดิมของสัตว์สังคม ที่สมองจะรีบประเมินความดึงดูดทางกายภาพในเสี้ยววินาทีแรก... แต่มันไม่ใช่ความรักค่ะ มันเป็นแค่ ‘ภาพลวงตาทางสมอง’ ที่เกิดจากฮอร์โมนโดปามีนและนอร์อีพิเนฟรินพุ่งพล่านชั่วคราวเท่านั้นเอง”
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสนอก and สนุกสนานฉายชัดขึ้นกว่าเดิม
“โอ้? กล้าท้าทายผมเหรอครับเนี่ย” เขาโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง กระซิบชิดริมใบหูของเธอจนรินรดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความจั๊กจี้และตื่นตัว “งั้นเรามาลองทดลองทฤษฎีนี้กันดูสิ... คุณรินรดาคนเก่ง”
“จะ... จะทำอะไรคะ ถอยไปนะ!”
“ก็พิสูจน์ไงครับว่า... สารเคมีที่คุณพูดถึงเนี่ย มันเป็นแค่ภาพลวงตาอย่างที่คุณปากแข็งจริงหรือเปล่า”
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาไม่ได้ทำรุ่มร่ามอย่างที่เธอหวาดระแวง แต่เขากลับคว้าข้อมือเรียวบางของเธอขึ้นมาเบาๆ แล้วทาบฝ่ามือของเธอเข้ากับตำแหน่งหน้าอกด้านซ้ายของเขาโดยตรง!
*ตึก... ตึก... ตึก...*
สัมผัสจากฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตส่งผ่านจังหวะการเต้นของหัวใจผู้ชายตรงหน้ามา1อย่างชัดเจน มันไม่ได้เต้นเร็วรัวอย่างคนตื่นกลัว แต่มันหนักแน่น มั่นคง และทรงพลัง... จนรินรารู้สึกได้ว่าปลายนิ้วของเธอกำลังสั่นเทา
“รู้สึกไหมครับ?” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ “หัวใจของผมไม่ได้เต้นเพราะฮอร์โมนบ้าบออะไรนั่นหรอกนะ... แต่มันเต้นเพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก”
รินรดานิ่งงัง สมองที่เคยประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ กลับ ‘แฮงก์’ สนิทในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ความโดดเดี่ยว และกำแพงหนาเตอะที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่อบอุ่นและจริงจังคู่นั้น
ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาของจิตแพทย์หนุ่ม เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อรักษาฟอร์มคนเกิร์ลส์แอสซายน์ของตัวเอง แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตรา
ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด... ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ปลายจมูกชนกันเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอกำลังจะกลายเป็นศูนย์...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับจังหวะนรก ขัดจังหวะทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที
“หมอธันวาคะ! เคสฉุกเฉินห้องสามต้องการตัวด่วนค่ะ!” เสียงพยาบาลสาวตะโกนทะลุประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน
ธันวาชะงัก เลื่อนสายตาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อขึ้นมามองใบหน้าเหวอๆ ของคนที่เกือบจะตกหลุมพรางเขาเมื่อครู่ เจ้าตัวถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย ก่อนจะผละตัวออกช้าๆ อย่างจำใจ
เขายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของรินรดาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาเธอขาอ่อนแรง
“รอดตัวไปนะครับนักวิเคราะห์คนเก่ง... แต่จำไว้ว่า การทดลองของเรายังไม่จบแค่นี้แน่”
พูดจบ หมอหนุ่มก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องพักแพทย์อย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รินรดายืนพิงชั้นหนังสืออยู่ลำพัง หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ และที่แย่ไปกว่านั้น... สมองของเธอกลับประมวลผลคำว่า *‘ยังไม่จบแค่นี้’* วนซ้ำไปซ้ำมานับร้อยรอบโดยที่เธอไม่สามารถกดปุ่มรีเซ็ตมันได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 9
กฎสามวินาทีแห่งการตกหลุมรัก
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!