กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่เคยคุ้นจมูกเมื่อสามปีก่อน ลอยวนกลับมาแตะนาสิกในวินาทีที่รินรดายังไม่ทันได้ตั้งตัว
“แปลกใจอะไรขนาดนั้นล่ะริน สามเดือนเองนะ... หรือว่าเธอเปลี่ยนรหัสผ่านห้องหัวใจไปให้ผู้ชายคนอื่นเรียบร้อยแล้ว?”
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของ ‘ปกรณ์’ อดีตสามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้เงียบ ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ แฟ้มเอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปึก* ราวกับจะประกาศการกลับมาทวงคืนพื้นที่
รินรดาขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย สมองส่วนเหตุผลและตรรกะประมวลผลความเสี่ยงด้วยความเร็วสูงถึงขั้นติดติดลบ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ปกรณ์จะต้องโผล่มาที่นี่ ในเวลานี้ และในสภาพที่จงใจทำตัวสนิทสนมเกินกว่าสถานะทางกฎหมายที่ ‘หย่าขาด’ กันไปแล้ว
“ถ้าคุณยังมีความทรงจำเหลือพอที่จะจำได้ เราเซ็นใบหย่ากันที่อำเภอเรียบร้อยแล้วนะคะคุณปกรณ์ และที่นี่... ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่คุณจะเดินเข้ามาอย่างไรมารยาท” รินรดาเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความเยียบเย็นที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ
ปกรณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเรียบเนึงของอดีตภรรยาด้วยความหลงใหลระคนเสียดาย “มารยาทเหรอ? สำหรับภรรยาเก่า... ผมว่าผมมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่นเสียอีกนะ ยิ่งได้ข่าวว่าช่วงนี้เธอมี ‘ที่ปรึกษาทางการแพทย์’ มาป้วนเปี้ยนใกล้ชิด... ผมก็แค่อยากแวะมาดูหน้าคนที่กล้าอาจ2ณเข้ามาเล่นในพื้นที่ของผม”
คำว่า ‘พื้นที่ของผม’ ทำให้รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนอุณหภูมิในห้องดูจะสูงขึ้นอย่างกะทันหัน แต่วินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับให้หงายเงิบ ประตูห้องทำงานอีกบานที่เชื่อมต่อกับห้องตรวจก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่หนักหน่วงพอกัน
หมอธันวาปรากฏตัวขึ้นในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับคมกริบดุจใบมีดโกน รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวจิตแพทย์หนุ่มจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นกดดันอย่างเห็นได้ชัด
“อ๋อ... นี่สินะ ‘อาการทางใจ’ ที่กำเริบไม่ถูกเวลา” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่ทุกพยางค์กลับบาดลึกถึงกระดูกดำ เขากล่าวพลางเดินเข้าไปยืนเคียงข้างรินรดาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง และก่อนที่ปกรณ์จะทันได้เอ่ยปากทักทาย มือหนาของจิตแพทย์หนุ่มก็เอื้อมมาโอบรอบเอวบางของรินรดาไว้หลวมๆ พร้อมกับออกแรงดึงเข้าหาตัวเบาๆ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าเขา สัญชาตญาณร้องเตือนให้ขัดขืน แต่ดวงตาคมดุที่หันมาสบตากลับส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่ทำเอาเธอพูดไม่ออก
“คุณเป็นใคร?” ปกรณ์ขมวดคิ้วมุ่น มองมือที่โอบเอวอดีตภรรยาด้วยสายตาไม่พอใจ รังสีความหึงหวงและแข่งขันพุ่งปะทะกันกลางอากาศจนแทบมีประกายไฟแลบ
“ผมเป็นหมอ... และเธอก็เป็น ‘คนไข้’ เคสพิเศษที่อยู่ในความดูแลของผมตลอด 24 ชั่วโมงครับ” ธันวาเน้นเสียงหนักแน่นที่คำว่า *ตลอด 24 ชั่วโมง* ดวงตาคู่คมจ้องมองปกรณ์นิ่ง “ถ้าคุณมีความรู้เรื่องจิตวิทยาเบื้องต้น คุณน่าจะรู้ว่าการเข้ามายุ่มย่ามกับผู้ป่วยที่มีภาวะทางจิตใจเปราะบาง อาจทำให้เกิดอาการ ‘โoc.ดตระหนก’ และส่งผลอันตรายต่อระบบประสาทได้... เชิญทางออกครับ ผมยังต้องวินิจฉัยโรคต่อ”
ปกรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาสลับมองระหว่างรินรดากับหมอหนุ่มด้วยความจับผิด “หมอสมัยนี้เขารักษาคนไข้กันแนบชิดขนาดนี้เชียวหรือครับ หรือว่าใช้วิธีบำบัดแบบใหม่... ที่เตียงนอน?”
*เพล้ง!*
คำพูดส่อเสียดนั้นทำเอารินรดาหน้าชา เธอกำเตรียมจะพุ่งออกไปตบปากคนไร้มารยาท แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด มือของธันวาที่โอบเอวเธออยู่กลับกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวออกไปบังร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาของจิตแพทย์หนุ่มไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่เขาตะโกนเสียอีก
“ปากแบบนี้... ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่า ‘Defense Mechanism’ หรือกลไกการป้องกันตัวของพวกขี้แพ้ ที่พยายามลดคุณค่าคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนปมด้อยของตัวเอง” ธันวายิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หยามหยันที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็น “และถ้าคุณยังไม่อยากให้ผมวินิจฉัยลึกไปกว่านี้ว่าคุณมีความผิดปกติทางจิตเวชแบบไหนบ้าง... ไสก้นออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาเชิญออกไปจริงๆ”
ปกรณ์หน้าเสียไปถนัดตา รังสีความเด็ดขาดและน่าเกรงขามของหมอธันวาไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายสำอางอย่างเขาจะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ ปกรณ์กัดฟันกรอด ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์มาให้รินรดาแวบหนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินรดารemovตัวออกจากวงแขนของธันวาอย่างรวดเร็ว หัวใจเธอยังคงเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะปกรณ์ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของจิตแพทย์หนุ่มที่ยังคงหลงเหลือความร้อนผ่าวอยู่บนเอวของเธอ
“ใครขอให้คุณยุ่งเรื่องส่วนตัวไม่ทราบคะ หมอธันวา?” รินรดากอดอกเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง สายตาหลบเลี่ยงประกตาคู่คมที่มองตรงมาที่เธออย่างรู้ทัน
“ผมไม่ได้ยุ่งเรื่องส่วนตัว...” ธันวาขยับก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละน้อยทีละน้อย บีบพื้นที่ให้อดีตคนไข้สาวต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ไอร้อนจากตัวเขากลับแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมเธอไว้ทุกด้าน “ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่ ‘แพทย์ผู้รักษา’ ต่างหาก... ก็คนไข้ของผมอาการกำเริบ ใจสั่น หน้าแดง และควบคุมสติไม่ได้ตั้งแต่เห็นหน้าไอ้บ้านั่น... คุณจะให้ผมนิ่งดูดายปล่อยให้ ‘หัวใจ’ ของคุณวายคามือผมหรือไง?”
“ฉันไม่ได้ใจสั่นเพราะเขา...” รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมแก้ม ระยะห่างแคบจนเธอนับขนตาเขาได้ “และฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!”
“โกหก...” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ทรงพลังดังอยู่ชิดริมฝีปาก ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขากลืนติดกับหน้าผากเธอ ดวงตาคู่คมมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุไปถึงขั้วหัวใจ “ถ้าไม่ได้เป็นอะไร ทำไมตอนนี้ชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วกว่า 120 ครั้งต่อนาทีล่ะรินรดา... หื้ม?”
รินรดาชะงักงัน สมองขาวโพลน คำแก้ตัวร้อยแปดพันเก้าที่เตรียมไว้กระจัดกระจายหายไปในอากาศเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ข้อมือด้านซ้ายของเธอ... ตรงจุดที่ชีพจรเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
“แบบนี้... ในตำราจิตวิทยาเขาไม่เรียกว่าอาการปกติหรอค่เะคนเก่ง” ธันวาแย้มยิ้มร้ายกาจ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียว “บอกผมมาสิ... ว่าอาการใจสั่นนี่ เกิดจากความโกรธ... หรือเกิดจากความหึงหวงตอนที่เห็นผมยืนอยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่นกันแน่?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและพร้อมใจกันใจสั่นไปกับหมอธันวาในตอนนี้นะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 8
อาการทางใจที่หมอไม่เคยเจอ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!