"ถ้าคิดว่าการถอยหลังสามก้าวจะทำให้คุณรอดพ้นจากปัญหาทางจิตวิทยา รินรดา คุณกำลังคำนวณสถิติพลาดอย่างมหันต์เลยนะคะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าหยวนลอยละลิ่วผ่านความเงียบสงัดของห้องแล็บยามวิกาล แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบแว่นสายตาของหมอธันวา สะท้อนประกายความท้าทายในดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมองรินรดาอย่างไม่ลดละ
หญิงสาวก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับตู้เก็บเอกสารกระจกเย็นเฉียบ ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับจิตแพทย์หนุ่มตอนนี้มัน ‘ใกล้เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทางจิตวิทยา’ ไปโขแล้ว
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ภาพของพยาบาลสาวรุ่นน้องที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรรแสงและคำพูดคลุมเครือ ทำเอารินรดาเกือบจะเผลอโยนแฟ้มเคสอัดแน่นใส่หน้าหล่อๆ ของหมอหนุ่มข้อหา ‘บริหารเสน่ห์เรี่ยราดในเวลางาน’ แม้ว่าท้ายที่สุดธันวาจะไล่ตะردรุ่นน้องคนนั้นออกไปได้อย่างรวดเร็วด้วยประโยคเย็นชาไร้เยื่อใย แต่มันก็ทิ้งร่องรอยความหงุดหงิดระคนน้อยใจไว้ในอกของนักวิเคราะห์สาวอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ฉันไม่ได้ถอยหลังหนีปัญหาค่ะคุณหมอ... ฉันแค่กำลังเว้นระยะห่างทางกายภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นสมองของฉันติดเชื้อความหลงตัวเองจากคุณต่างหาก" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขั้นสุดเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษตำราและยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยเข้า
ธันวาไม่ตอบทันที เขาใช้ความเงียบเป็นอาวุธ—เป็นเทคนิคการกดดันทางจิตวิทยาที่เข้มข้นที่สุด ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สันจมูกโด่งเป็นสันคมและดวงตาที่พราวระยับด้วยความคลั่งรักแบบซึนๆ ทำให้รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"กลัวเหรอคะ?" น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำลง นุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "กลัวว่าตรรกะและอัลกอริทึมคำนวณความรักที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง จะพังทลายลงเพราะผู้ชายปากร้ายคนนี้หรือเปล่า หืม... รินรดา"
"ไร้สาระ!" เธอสวนกลับทันควัน พยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออก แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนนั้นกลับมั่นคงราวกำแพงหิน "ความรักสำหรับฉันมันก็แค่สมการทางเคมีที่มีวันหมดอายุ คนฉลาดเขาไม่เอาหัวใจไปเสี่ยงกับตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้หรอกค่ะ โดยเฉพาะตัวแปรที่ชื่อธันวา"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านหน้าอกจนรินรดารู้สึกได้ เขาไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งใช้มือข้างหนึ่งยันขอบตู้กระจกด้านหลังเธอไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณัติของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ สายตาคู่คมสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความความเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อน
"คุณเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่งกาจมากนะรินรดา คุณอ่านกราฟ อ่านพฤติกรรมคนไข้ อ่านแม้กระทั่งความน่าจะเป็นของความล้มเหลว... แต่คุณไม่เคยอ่านหัวใจตัวเองเลยสักครั้ง" นิ้วเรียวอุ่นจัดของจิตแพทย์หนุ่มยื่นมาแตะที่ปลายคางมนของเธอเบาๆ บังคับให้เธอนิ่งและสบตากับเขาตรงๆ "ทางจิตวิทยาแล้ว อาการที่คุณพยายามผลักไสฉันตลอดเวลา มันไม่ใช่ความเกลียดชังหรอกค่ะ... มันคืออาการของคน ‘กลัวการตกหลุมรัก’ จนตัวสั่นต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นราวกับมีฤทธิ์สะกดจิต รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลด้วยสถิติและตัวเลขกลับขาวโพลนอย่างไร้เหตุผล ดวงตากลมโตสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด ยามที่จ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอจิตเวช ผู้มองทะลุปรุโปร่งทุกซอกทุกมุมในจิตใจของเธอ
"ถ้าฉันกลัว... คุณจะทำไมล่ะคะ" เสียงของเธอแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความอวดดีเมื่อครู่ละลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้กำแพงหนามานาน
ธันวายิ้มละมุน รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและมีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจทั้งหมดของเธอในพริบตา มือที่จับคางเปลี่ยนเป็นลูบไล้กรอบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามาแรมปี
"ฉันก็จะทำลายกำแพงบ้าๆ นี่ทิ้งทีละก้อน... จนกว่าคุณจะยอมรับความจริงว่า หัวใจของคุณมันถูกตั้งค่าให้ตรงล็อกกับฉันแค่คนเดียว ตั้งนานแล้ว"
ระยะห่างที่เหลือน้อยนิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกัน บรรยากาศในห้องแล็บยามค่ำคืนเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำเป็นจังหวะเดียวกัน รินรดาหลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึก เปลือกตาที่สั่นระริกและการผ่อนลมหายใจยาวคือสัญญาณยอมจำนนที่ชัดเจนที่สุด ธันวาโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักกำลังจะทาบทับลงบนเรียวปากนุ่มเพื่อทำลายเส้นกั้นสุดท้าย—
*กริ๊ก! แอดดด...*
เสียงปลดล็อกประตูห้องแล็บดังขึ้น ตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารกองโตในมือ
"คุณหมอธันวาคะ! ผลตรวจเคสฉุกเฉินของตึก A ออกมาแล้วค่ะ... อุ๊ย! ตายจริง..."
ธันวาชะงักกึก รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ รีบผลักอกชายหนุ่มให้ออกห่างจากตนเองอย่างแรงจนเกือบเซ สติสัมปชัญญะที่เกือบจะหลุดลอยกลับเข้าร่างทันทีที่หันไปสบตากับคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างด้วยความระอาปนตกตะลึง เมื่อพบว่าผู้ที่เข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายของหัวใจในวินาทีนี้... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น **'อดีตสามี'** ผู้เพิ่งหย่าร้างและหายหน้าหายตาไปจากชีวิตเธอเมื่อสามเดือนก่อน ที่ตอนนี้กำลังยืนถือแฟ้มเอกสารกะพริบตาปริบๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบทสรุปความสัมพันธ์ที่กำลังจะระเบิดในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 7
กำแพงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!