เสียงอุทานของพยาบาลสาวที่ดังแทรกเข้ามาในห้องพักฟื้น ไม่ได้ทำให้สติของรินรดากระเจิดกระเจิงเท่ากับปลายนิ้วอุ่นจัดของหมอธันวาที่ยังคงแตะอยู่ตรงมุมปากของเธอ สัมผัสแผ่วเบานั้นทิ้งร่องรอยความวาบหวามไว้ราวกับประจุไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วปลายประสาท
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะตื่นตระหนกกับเคสด่วนที่ห้องฉุกเฉิน แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับคุณหมอหนุ่มในตอนนี้มันใกล้เกินกว่าที่มนุษย์ปกติเขาจะเว้นระยะกัน
"เอ่อ... ขอโทษค่ะคุณหมอ พอดีคนไข้เคสอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม หัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน ทีมฉุกเฉินต้องการคุณหมอด่วนเลยค่ะ!" พยาบาลสาวก้มหน้าหลบตาแทบไม่ทันเมื่อเห็นท่าทางชวนเข้าใจผิดของทั้งคู่ แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอเข้ามาขัดจังหวะเวลาสิเน่หาเข้าอย่างจัง
หมอธันวาถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบกวาดมองพยาบาลด้วยแววตาตำหนิเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองคนปากเก่งที่ตอนนี้กำลังเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
"รอดตัวไปนะ... คุณนักวิเคราะห์ข้อมูล" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอารินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ชายหนุ่มผละร่างสูงใหญ่ถอยห่างออกไปอย่างเสียดาย คว้าเสื้อกาวน์สีขาวมาสวมทับด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปพร้อมกับพยาบาล ทิ้งให้รินรดานั่งหายใจติดขัดอยู่บนเตียงคนเดียว
รินรดายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความร้อนจากปลายนิ้วของเขายังคงหลงเหลืออยู่
*บ้าจริง... นี่เธอกำลังใจเต้นกับหมอปากร้ายคนนั้นเนี่ยนะ?*
สมองส่วนเหตุผลเริ่มทำงานเพื่อประเมินสถานการณ์โดยด่วน ในเชิงจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์ ปฏิกิริยาที่เธอเพิ่งแสดงออกไปเรียกว่า *Arousal Transfer* หรือการถ่ายโอนความตื่นเต้นจากสถานการณ์กดดันมาเป็นความรู้สึกทางเพศหรือความสนใจในตัวบุคคล มันคือกลไกทางชีววิทยา ไม่มีอะไรมากกว่านั้น... เธอบอกตัวเองเช่นนั้นซ้ำๆ เพื่อสร้างเกราะป้องกันหัวใจที่เริ่มสั่นคลอน
แต่ไม่ว่าทฤษฎีทางจิตวิทยาจะอธิบายไว้อย่างไร สัมผัสเมื่อครู่มันก็ช่างชัดเจนเสียจนตรรกะข้อไหนก็ลบไม่ออก
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ความวุ่นวายที่ห้องฉุกเฉินจึงสงบลง หมอธันวากลับเข้ามาในห้องพักฟื้นอีกครั้งด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงแพรวพราวและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เช่นเดิม เขาถือวิสาสะดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"ผลตรวจเลือดของคุณออกแล้ว" หมอธันวาเปิดแฟ้มในมือ อ่านค่าตัวเลขด้วยสีหน้านิ่งเรียบ "ไม่มีภาวะช็อกจากการเสียเลือดเฉียบพลัน เม็ดเลือดขาวอยู่ในเกณฑ์ปกติ สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง... สรุปคือคุณร่างกายแข็งแรงดี ปล่อยให้กลับบ้านได้ตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ติดว่า..."
"ถ้าไม่ติดว่าคุณอยากหาเรื่องแกล้งฉันเล่นใช่ไหมคะ คุณหมอธันวา" รินรดาย้อนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ฝีปากของเธอนั้นไม่มีทางยอมลดราวาศอกให้ใครเด็ดขาด
"ผมไม่ได้แกล้ง ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์ผู้ดูแลต่างหาก" ชายหนุ่มลอยหน้าลอยตาตอบ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ "หน้าที่ในการ... วินิจฉัยหัวใจของคุณ"
"โรคจิต..." เธอพึมพำลอดไรฟัน
"ได้ยินนะครับ" เขายิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นเธอหัวเสีย เขากยิ่งสนุก "ในทางจิตวิทยา การที่คนเราปฏิเสธเสียงแข็ง มักซ่อนความต้องการที่แท้จริงเอาไว้ตรงกันข้ามเสมอ เขาเรียกว่ากลไกการป้องกันตัวแบบ *Reaction Formation*... ยิ่งคุณทำเป็นผลักไสผมมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งฟ้องชัดเจนว่าคุณกำลังหวั่นไหวมากเท่านั้น"
รินรดากัดฟันกรอด ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป เขารู้จักวิธีใช้จิตวิทยามาเป็นอาวุธทิ่มแทงเกราะป้องกันของเธอได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
"หยุดวิเคราะห์ฉันสักทีได้ไหมคะ! ชีวิตฉันไม่ใช่เคสศึกษาในตำราจิตวิทยาของคุณนะ!" เธอโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ความอดทนที่มีต่อความกวนประสาทของเขามาถึงขีดจำกัด
"ทำไมล่ะครับ?" หมอธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ในเมื่ออัลกอริทึมความรักที่คุณเขียนขึ้นมา มันไม่มีทางคำนวณความรู้สึกจริงๆ ของมนุษย์ได้... ทำไมคุณไม่ลองเปิดใจให้ผมเป็นคนทดลองดูบ้างล่ะ?"
บรรยากาศในห้องเงียบลงฉับพลัน เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่เริ่มติดขัด รินรดานิ่งงิ่งไป คำพูดนั้นไม่ได้มาพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่หนักแน่นจนเธอตั้งรับไม่ทัน
ความกลัวในอดีต—ภาพของการถูกทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยแล่นกลับเข้ามาในหัวสมองชั่วแวบ แต่มันกลับถูกความอบอุ่นจากสายตาของหมอธันวาแผดเผาจนเจือจางลง
"คุณ..." รินรดาอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อมือใหญ่เอื้อมมาจับมือเธอไว้ แวบหนึ่งเธอสะดุ้งสุดตัว แต่กลับไม่ยอมดึงมือกลับ
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรทำลายความเงียบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งอย่างสุภาพ แต่ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างหุ้มสูทเนี๊ยบของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน
"ริน! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย ผมตามหาคุณซะทั่ว"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้นคือใคร ส่วนหมอธันวาหุบยิ้มทันที ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาขึ้นมาในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"กร..." รินรดากล่าวชื่ออดีตแฟนหนุ่มที่หายตัวไปจากชีวิตเธออย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อนออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
หมอธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปขวางระหว่างรินรดากับผู้ชายคนนั้นด้วยท่าทีคุกคามอย่างเปิดเผย พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นเยียบที่ทำเอาบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา
"ขอโทษนะครับ... นี่ห้องพักฟื้นคนไข้ส่วนตัว และคุณ... ไม่มีสิทธิ์เข้ามา"
หมอธันวาหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
"เคลียร์คนเก่าของคุณให้เรียบร้อยซะ... รินรดา ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วทำในสิ่งที่นักจิตวิทยาไม่ควรทำ"
***
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คุณหมอกับยัยน้องนักวิเคราะห์ข้อมูลคนปากแข็งคนนี้ด้วยนะคะ มาลุ้นกันค่ะว่าศึกถ่านไฟเก่าครั้งนี้ หมอธันวาจะใช้กลยุทธ์ไหนมาทวงคืนพื้นที่หัวใจ! - จิตวิทยาเพื่อทุกคน
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 13
เกมไล่จับที่ไม่ยอมแพ้
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!