"ถ้าระบบประเมินความเสี่ยงของฉันมันแม่นยำจริง ฉันคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในลิฟต์ตัวนี้กับคุณหรอกค่ะ หมอธันวา"
เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่ายดังขึ้นท่ามกลางความมืดมัวและอากาศที่เริ่มเจือจางลงทีละน้อย รินรดาเบี่ยงตัวหนีแรงสั่นสะเทือนระลอกสุดท้ายของตึกสูงระฟ้าที่ระบบไฟสำรองเกิดลัดวงจรชั่วขณะ จนส่งผลให้กลไกการเคลื่อนที่ของลิฟต์หยุดชะงักลงอย่างไร้สัญญาณเตือน
ในพื้นที่จำกัดขนาดไม่ถึงสองตารางเมตร กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเบอร์กามอตผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ปะปนไปกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายที่ยืนประชิดอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ของหมอธันวาขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างให้สติสัมปชัญญะของเธอได้ทำหน้าที่ประมวลผลอย่างเป็นเหตุเป็นผลอีกต่อไป
"ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์ เขาเรียกว่า 'ภาวะชะตาลิขิต' หรือไม่ก็... โชคชะตาจงใจจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้เราได้ทบทวนสมมติฐานที่ผิดพลาด"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะเย้าแหย่นั้นดังชิดริมใบหูของเธอจนขนลุกซู่ ธันวาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับใช้สถานการณ์วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการรุกคืบ ร่างสูงขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังบางของรินรดาแนบติดกับผนังโลหะเย็นเฉียบของตัวลิฟต์ ขณะที่แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นขนาบข้างกายเธอไว้ คล้ายกรงข่ายที่มองไม่เห็นแต่มั่นคงพอจะกัก3ตัวแม่นยำนักวิเคราะห์ข้อมูลคนเก่งให้อยู่ในอาณัติ
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรำด้วยจังหวะที่รัวเร็วจนเกินค่าเฉลี่ยทางสถิติที่เธอเคยคำนวณไว้ เธอพยายามควบคุมอัตราการหายใจตามหลักการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาสัมผัสผิว
"ถอยไปเลยนะคะหมอ อากาศในนี้เริ่มน้อยลงแล้ว ถ้าคุณยังหายใจรดต้นคอฉันอยู่แบบนี้ ฉันคงขาดอากาศหายใจตายก่อนที่ทีมซ่อมบำรุงจะมาถึงแน่ๆ" เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว ดวงตากลมโตฉายแววพยศและท้าทาย แม้ลึกๆ แล้วฝ่ามือชื้นเหงื่อของเธอจะกำลังกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ธันวาหัวเราะในลำคออย่างนึกขันกับความปากแข็งที่ไม่มีวันลดราวาศอกของคนตรงหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณาร่องรอยความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว รอยยิ้มมุมปากของเขาเผยความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามเก็บงำมานานออกมาทีละนิด
"กลัวขาดอากาศหายใจ หรือว่า... กลัวหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้กันแน่ครับริน" เขาจงใจลากเสียงต่ำทุ้มอย่างออดอ้อ "สถิติมันฟ้องนะริน จากอัตราการกระพริบตาและการหายใจถี่รัวของคุณตอนนี้ แปลความหมายได้ทางเดียวเลยว่า คุณกำลังตื่นเต้น... ที่ได้อยู่ใกล้ผมสองต่อสอง"
"หลงตัวเองที่สุดค่ะ!" รินรดาตวัดเสียงใส่ทันควัน พยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสจากลมหายใจอุ่นๆ ที่ปัดป่าXข้างแก้ม แต่การขยับตัวกะทันหันในพื้นที่แคบแค่นี้ กลับทำให้สะโพกของเธอชนเข้ากับกรอบราวกันตกของลิฟต์อย่างจัง จนร่างทั้งร่างเสียหลักล้มไปข้างหน้า
ธันวาไวเท่าความคิด สัญชาตญาณความเป็นแพทย์และผู้ชายพุ่งพล่าน เขาคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยมือข้างเดียวเพื่อพยุงไม่ให้เธอล้มลง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันสนิทอย่างไร้รอยต่อ หน้าอกชนหน้าอก ลมหายใจหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตทางสังคมนี้สร้าง 'ปฏิกิริยาเคมี' ที่รุนแรงเสียจนสมองส่วนหน้าของนักวิเคราะห์สาวประมวลผลแทบไม่ทัน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศสำรองที่ฮัมเบาๆ และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นแข่งกันอย่างบ้าคลั่งในความมืดสลัว
ธันวาก้มลงมองผู้หญิงในอ้อมแขน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความลึกซึ้งจริงจังจนน่ากลัว นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยคนปากร้ายทำให้รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับถูกสะกดจิตด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาคนไข้และผู้ช่วยที่ผมเคยเจอมาเลยรู้ไหม" เสียงกระซิบของธันวาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด "รู้ทั้งรู้ว่าความใกล้ชิดมันอันตรายต่อระบบป้องกันตัวเองของคุณ แต่ทำไม... คุณถึงไม่ยอมถอยออกไปตั้งแต่แรก"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปมในอดีตที่เคยถูกทอดทิ้งและคำสอนเรื่องการพึ่งพาแต่ตัวเองถูกงัดขึ้นมาเป็นเกราะกำบังครั้งสุดท้าย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวแต่ยังดื้อรั้น
"เพราะฉัน... ไม่เคยยอมแพ้ให้กับอะไรที่ตัวเองยังหาคำอธิบายไม่ได้ยังไงล่ะคะหมอ..."
ธันวาชะงักไปนิดกับคำตอบนั้น ก่อนที่นัยน์ตาคมจะวาวโรจน์ด้วยประกายความคลั่งรักขั้นสุด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยัก "งั้นคืนนี้... ผมจะทำให้คุณได้ทดลองสมมติฐานใหม่ ที่ไม่มีทฤษฎีทางสถิติไหนในโลกนี้เคยบันทึกไว้"
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็ก้มหน้าลงมาปิดกั้นข้อโต้แย้งทั้งหมดด้วยริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ท่ามกลางความมืดมิดในพื้นที่คับแคบที่บีบให้หัวใจทั้งสองดวงต้องยอมจำนนต่อกัน
*กริ๊งงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินและไฟสว่างวาบขึ้นพร้อมกับการกระชากตัวครั้งใหญ่ของลิฟต์ที่กลับมาทำงานตามปกติ ประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นแสงไฟสว่างจ้าด้านนอก และร่างของบุคคลที่สามที่ยืนรออยู่หน้าลิฟต์ด้วยสายตาตกตะลึง!
"พะ... พี่ธันวา! พี่รินรดา! ทำไมสภาพถึง..."
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ยัยน้องนักวิเคราะห์ข้อมูลคนปากแข็งกับคุณหมอคลั่งรักคนนี้ด้วยนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าในตอนหน้า ทั้งคู่จะแก้ตัวกับเหตุการณ์คาบลูกคาบดอกนี้อย่างไร! - จิตวิทยาเพื่อทุกคน
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 16
ปฏิกิริยาเคมีที่คาดการณ์ไม่ได้
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!