อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 15

เมื่อความซึนคือเกราะป้องกัน

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
"คุณกำลังใช้กลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เรียกว่า 'Reaction Formation' ค่ะคุณหมอ... แสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง เพื่อปกป้องอีโก้เปราะบางของตัวเองจากความพ่ายแพ้" รินรดากระแทกแฟ้มข้อมูลสถิติลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น แรงสะเทือนทำให้กาแฟดำในแก้วของหมอธันวา กระฉอกเป็นวงคลื่นสีเข้ม เธอยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ โน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มด้วยองศาที่คุกคามพอๆ กับประกายตาคมกริบที่จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขา หมอธันวาไม่ได้ถอยร่น เขากลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่รินรคารู้ดีว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของความกวนประสาทขั้นสุดยอด "วิเคราะห์เก่งสมกับเป็น Data Analyst ดีนี่ครับริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน สายตาคมปลาบกวาดมองตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวที่จิกโต๊ะจนข้อต่อขาวซีด ไล่ขึ้นมา125บ่าบางที่เกร็งตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "แต่ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์แล้ว... คนที่พยายามเอาทฤษฎีมาอธิบายทุกการกระทำของคนอื่น มักจะเป็นคนที่มี 'ปัญหาทางใจ' ที่ซับซ้อนและเก็บกดไว้มากที่สุด... ว่าไหมครับคนไข้?" คำว่า 'คนไข้' ที่เน้นเสียงหนักหน่วงทำเอารินรดาฟิวส์ขาด เธอกัดฟันกรอด ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อน ผู้ชายคนนี้คือคนที่เคยบอกเธอด้วยรอยยิ้มเย็นชาแบบเดียวกันนี้ว่า *'ความสัมพันธ์ที่คำนวณความเสี่ยงไม่ได้... ก็เหมือนระบบที่มีบั๊กและพร้อมจะล่มสลาย'* แล้วเขาก็เป็นคนเดินจากไปเองอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้เธอกลายเป็นเศษซากของอัลกอริทึมพังๆ ที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเองนานนับปี และตอนนี้... เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้า ทำทีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามาคอยชี้แนะชีวิตเธออีกครั้งอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะค่ะ! "ฉันไม่ใช่คนไข้ของคุณ!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึง "เลิกเอาหลักการบ้าๆ บอๆ มาวินิจฉัยชีวิตฉันสักที! ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีเคสไหนให้รักษา ก็กรุณาไสหัวออกไปจากห้องวิเคราะห์ข้อมูลของฉันซะ!" หมอธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและน่ารำคาญใจเป็นที่สุดสำหรับเธอ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นสะอาดๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนตัวเขาโชยเข้าแตะนาสิก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของรินรดาให้พุ่งพล่านถึงขีดสุด แต่เธอจะไม่ถอย... เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้เห็นว่าเขามีอิทธิพลต่ออัตการเต้นของหัวใจเธอนิดเดียว! "ไล่เก่งจังนะครับ..." หมอธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนของหญิงสาว "แต่แปลกแฮะ... ปากบอกว่าไล่ แต่ทำไมมือถึงได้สั่นขนาดนั้นล่ะครับริน?" รินรดาสะดุ้งวาบ ก้มมองมือตัวเองที่เผลอจิกชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สมองซีกซ้ายประมวลผลความผิดพลาดแทบไม่ทัน เธอรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความอับอายที่ถูกจับไต๋ได้ต่างหาก! "ฉันไม่ได้สั่น! ฉันแค่... รำคาญ!" เธอยังคงดึงดันเชิดหน้าเถียงสุดใจ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก "หลบไปนะ! คุณกำลังขวางทางเดินของฉัน!" "ทางเดิน?" หมอธันวาทวนคำ เสียงกระซิบพร่าต่ำลงจนชวนใจสั่น "แปลกจัง... ผมกลับมองว่านี่คือ 'ทางตัน' ที่คุณจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อขังตัวเองไว้ต่างหากล่ะ" นิ้วเรียวแกร่งของจิตแพทย์หนุ่มยื่นออกมาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่รินรดาจะทันตั้งตัว ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงเบาๆ ที่กรอบหน้าของเธอ เกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่ากระแสไฟฟ้าแรงสูง รินรดาร่างกายแข็งทื่อ เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่ดังแข่งกันในความเงียบ "ปล่อยนะ..." เสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนยวบลงอย่างไร้สาเหตุ รินรดาหลบสายตาวับวามคู่นั้นไม่ได้ เธอติดอยู่ในหลุมพรางที่เขาขุดล่อไว้อีกครั้งแล้ว "ไม่ปล่อยครับ..." หมอธันวาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนหน้าอกแกร่งแทบจะแนบชิดกับร่างระหง ดวงตาคมกريบฉายแววคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความนิ่งขรึมมานานนับปี "ครั้งก่อนผมโง่พอที่จะปล่อยคุณไปเพราะเชื่อตรรกะบ้าๆ ของตัวเอง... แต่ครั้งนี้ ต่อให้คุณจะเอาทฤษฎีสถิติไหนมาอ้าง ผมก็จะไม่ถอยอีกแล้ว" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งทำเอารินรดานิ่งงึด เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบความจริงบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดห้าปี... เขาก็เจ็บปวดไม่แพ้เธอเลย แต่ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากพูดอะไรโต้แย้ง หรือแม้แต่จะปล่อยให้หัวใจได้ซึมซับความอบอุ่นนั้น *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รออนุญาต "หมอธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! เคสด่วนจากห้องฉุกเฉิน..." เสียงหวานใสของแพทย์ฝึกหัดสาวคนใหม่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนจนย่อยยับ รินรดาสบโอกาสรีบผลอกอกหมอธันวาออกสุดแรง เธอถอยหลังกรูดไปจนติดชั้นวางเอกสาร จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความกระอักกระอ่วนใจ หมอธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุใส่ผู้มาใหม่ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าประตู รินรดาฉวยจังหวะชุลมุนนั้น คว้าแฟ้มข้อมูลขึ้นมาถือแนบอก เชิดหน้าขึ้นด้วยมาเดิมพันความเย่อหยิ่งขั้นสุด แล้วเอ่ยสวนขึ้นทันควันก่อนที่หมอธันวาจะได้หันกลับมาเคลียร์เรื่องค้างคา "หมดเวลา 'บำบัด' นอกเวลางานแล้วค่ะคุณหมอ... เชิญไปรักษาคนไข้ 'ตัวจริง' ของคุณเถอะค่ะ ส่วนฉัน..." รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยยาพิษ "มีงานด่วนที่ต้อง 'ประเมินความเสี่ยง' ของความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ... และคุณคือหนึ่งในตัวแปรที่ได้คะแนนความอันตรายสูงสุด!" พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวสะบัดพรวดเดินเลี่ยงออกไปทางประตูอีกด้านหนึ่งทันที ทิ้งให้หมอธันวายืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มที่ทั้งเอ็นดู ทั้งมันเขี้ยว และเต็มไปด้วยความท้าทายที่ลุกโชนอยู่ในอก ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ยัยน้องนักวิเคราะห์ข้อมูลคนปากแข็งกับคุณหมอคลั่งรักคนนี้ด้วยนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าในตอนหน้า หมอธันวาจะงัดไม้เด็ดไหนมาสยบความพยศของรินรดาให้ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง! - จิตวิทยาเพื่อทุกคน
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%