"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้สถิติประเมินความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไป ฉันเกรงว่าหัวใจของคุณคงต้องยื่นเรื่องฟ้องล้มละลายทางอารมณ์ในอีกไม่ช้าค่ะ, คุณหมอธันวา"
รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่ปลายนิ้วเรียวสวยยังคงรัวแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กเสียงดังรัวระเบิด ราวกับต้องการระบายความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนล้นอกใส่หน้าจอ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว... เป้าหมายแห่งความหงุดหงิดของเธอนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวแคบในห้องตรวจจิตเวชยามค่ำคืนนี้ ยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันแคบลงจนน่าอึดอัด
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้ใบหน้าคมคายของนายแพทย์หนุ่มดูเย้ายวนอย่างอันตราย ธันวาไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน เขากลับเท้าคางมองเธอด้วยสายตาที่วิเคราะห์เจาะลึก ยิ่งกว่าตอนที่เขาอ่านกราฟฟิล์มสมองของคนไข้โรคจิตเภทเสียอีก
"คุณกำลังใช้กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Intellectualization* อีกแล้วนะ, ริน" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เขายื่นมือหนามาปิดฝาแล็ปท็อปของเธอลงฉับพลัน—ไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นการกระทำที่เด็ดขาดจนรินรดาต้องสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างเอาเรื่อง
"เฮ้! คุณหมอ! ข้อมูลดิบชุดนั้นฉันต้องใช้ส่งบรีฟตอนแปดโมงเช้านะคะ!"
"ข้อมูลดิบเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของนักวิเคราะห์สาวกระตุกวูบ "ในฐานะจิตแพทย์ ฉันไม่ได้มองว่าคุณกำลังประมวลผลข้อมูลทางธุรกิจหรอกนะ... แต่คุณกำลัง *พยายามอย่างยิ่งยวด* ที่จะคำนวณความน่าจะเป็นของความล้มเหลว เพื่อที่คุณจะได้มีข้ออ้างในการวิ่งหนีความรู้สึกตัวเองต่างหาก"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รินรดาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตไหวระริกแต่ยังคงเชิดรั้นใส่เขา
"อย่ามาพูดจาจิตวิทยาต้มตุ๋นกับฉันนะคะ ฉันไม่ใช่คนไข้ของคุณ"
"ถูกต้อง... คุณไม่ใช่คนไข้" ธันวาเคลื่อนตัวลุกขึ้นยืน ช้าๆ ทว่าทรงพลัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งที่เธอนั่ง จนรินรดาต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ "ถ้าคุณเป็นแค่คนไข้ ผมคงแค่จ่ายยาแล้วปล่อยให้คุณกลับบ้านไปนอนร้องไห้คนเดียวเงียบๆ เหมือนที่ผ่านมา... แต่ปัญหาคือ คุณดันเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้สมองส่วนอัลกอริทึมของผมรวนเรจนระบบพังยับเยินต่างหากล่ะ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแข่งกับเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายสะอาดๆ เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนสติที่เคยถูกควบคุมด้วยตรรกะพังทลายลงไม่เป็นท่า
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามดึงกำแพงความเย็นชาขึ้นมาป้องกันตัว "ระบบพังอะไรของคุณคะ พูดจาไม่รู้เรื่อง"
"อยากรู้เหรอว่าผมหมายถึงอะไร?"
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับกรอบหน้าเนียน รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับพนักเก้าอี้ด้วยสายตาคู่นั้น แววตาของเขาไม่ได้ล้อเล่น และไม่มีท่าทีปากร้ายแบบทุกที มีเพียงความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้จนระอุทะลักออกมาในจังหวะนี้
"ตามทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) มนุษย์ที่มีปมถูกทอดทิ้งในวัยเด็กอย่างคุณ จะมีพฤติกรรมผลักไสคนที่เข้ามาใกล้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเจ็บปวดซ้ำสอง..." ธันวาไล่เรียงเสียงกระซิบพร่าต่ำชวนสยิว แววตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "แต่คุณรู้ไหมริน... ว่าทฤษฎีนั้นมันมีข้อผิดพลาดร้ายแรงอยู่หนึ่งข้อ"
รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกสูบหายไปจากปอด สมองตื้อตันจนคิดคำเถียงไม่ออก ทำได้เพียงมองริมฝีปากหนาที่ขยับพูดคำต่อมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย
"ข้อผิดพลาดก็คือ... มันใช้ไม่ได้ผลกับหมอจิตแพทย์ที่ตกหลุมรักคนไข้เคสพิเศษอย่างคุณ"
ตูม! ราวกับมีระเบิดลูกย่อมๆ ปะทุขึ้นกลางอก รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก คำสารภาพที่มาพร้อมกับคราบคำคมทางจิตวิทยาเล่นเอาเธอมึนงงไปหมด นี่เขา... กำลังสารภาพรักกับเธอท่ามกลางกองเอกสารวิเคราะห์ข้อมูลอย่างนั้นเหรอ? มันทั้งบ้าบอ ทั้งเจ้าเล่ห์ และ... ร้ายกาจเป็นที่สุด!
"คุณหมอ... นี่คุณ..."
"ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ, รินรดา" ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขากับเธอเกือบจะแนบชิดกัน "อัตราการเต้นของหัวใจคุณตอนนี้อยู่ที่ประมาณร้อยสี่สิบครั้งต่อนาที อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น และรูม่านตาขยายกว้าง... ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ร่างกายของคุณกำลังตะโกนบอกว่าคุณกำลัง 'ตกหลุมรัก' ผมเหมือนกัน... จริงไหมล่ะ?"
รอยยิ้มมุมปากของเขาเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจเสียจนน่าหมั่นไส้ แต่ให้ตายเถอะ... เธอกลับเถียงไม่ออกเลยสักคำเดียว! ความซึนที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของแพทย์หนุ่มเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นตัดกันสิ้นเชิงกับแววตาดุดันคลั่งรักที่จ้องมองมา ราวกับเขาพร้อมจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกู้ศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย ดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ... เสียงเคาะประตูดังปัง! ก็ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวระหว่างพวกเขาทั้งคู่ลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม
"คุณหมอธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! เคสด่วนจากห้องฉุกเฉินส่งตัวผู้ป่วยวิกฤตเข้ามา... เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ! ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะนะคะ!"
เสียงร้องตกใจของพยาบาลสาวหน้าห้องที่เปิดประตูพรวดเข้ามาอย่างไรมารยาท ทำให้ธันวาต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหัวเสีย เขาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดเคือง ก่อนจะผละตัวออกจากรินรดาอย่างจำใจ พร้อมกับหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่ผู้มาใหม่
ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังหันหลังไปเคลียร์งานด่วน รินรดาที่ใบหน้าแดงก่ำร้อนผ่าวไปถึงใบหูก็เหลือบไปเห็นแฟ้มประวัติผู้ป่วยฉุกเฉินที่พยาบาลสาวถือติดมือมาด้วย และชื่อบนแฟ้มนั้น... ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นเย็นเฉียบขึ้นมาทันที!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ยัยน้องนักวิเคราะห์ข้อมูลคนปากแข็งกับคุณหมอคลั่งรักคนนี้ด้วยนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าในตอนหน้า ทั้งคู่จะรับมือกับวิกฤตครั้งใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างไร! - จิตวิทยาเพื่อทุกคน
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 17
คำสารภาพในคราบคำคม
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!