"คุณกำลังประเมินค่าความเสี่ยงผิดพลาดทางสถิติค่ะคุณหมอ... และที่สำคัญที่สุด มือของคุณ ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องแฟ้มข้อมูลส่วนตัวของดิฉัน"
เสียงหวานใสที่มักจะเต็มไปด้วยศัพทานุกรมเชิงตรรกะและสถิติเมื่อครู่ กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบสนิทติดกับผนังห้องทำงานเย็นเยียบของเธอเอง โดยมีร่างสูงใหญ่ของนายแพทย์ธันวาในชุดกราฟสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ยืนกักตัวเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ทาบลงบนผนัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟเข้มผสมกับความหงุดหงิดพัดปะทะเข้ากับซอกคอของเธอจนขนลุกชัน
ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์... ระยะห่างนี้นับว่าเป็น 'Intimate Zone' หรืออาณาเขตส่วนตัวขั้นสุดยอดที่ไม่อนุญาตให้ใครล้ำเส้นเข้ามาเด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่าคนๆ นั้นจะมีอิทธิพลต่อฮอร์โมนในร่างกายมากพอจะทำลายระบบประมวลผลทั้งหมดของรินรดาลงราบคาบ
และตอนนี้... ธันวาก กำลังทำลายมันอย่างไร้ความปรานี
"สถิติเหรอ?" หมอหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาคู่สวยจ้องมองเธอราวกับเสือดาวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "ผมไม่ได้สนใจสถิติอะไรบ้าบอนั่นหรอกรินรดา... สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้ คือไอ้ผู้ชายคนที่โทรเข้ามือถือคุณเมื่อสมันต์นาทีที่แล้ว มันเป็นใคร?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์มของนักวิเคราะห์ข้อมูลผู้เยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "มันเป็นเรื่องส่วนตัวค่ะ ซึ่งในเชิงสิทธิส่วนบุคคล คุณหมอไม่มีอำนาจอะไรมาไต่สวนดิฉัน"
"สิทธิส่วนบุคคล?" ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขำขัน มันเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ร้อนแรงจนน่ากลัว นิ้วเรียวยาวของจิตแพทย์หนุ่มเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอใบหน้าหวานอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง "ในฐานะแพทย์ผู้ดูแล 'อาการทางใจ' ของคุณ ผมวินิจฉัยว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งเร้าที่เป็นพิษ... และผมจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์นี้"
"คุณมันเผด็จการ!"
"ยอมรับก็ได้ค่ะ..." ธันวาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มเนียน เสียงกระซิบชิดริมหูทำเอาสติที่สะสมมาทั้งชีวิตของรินรดาแทบกระเจิง "ถ้าความหวงก้างในตัวคุณมันถูกมองว่าเป็นเผด็จการ... ผมก็ยอมเป็นทรราชสำหรับคุณแค่คนเดียว"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องกำลังจะหมดลงไปทุกทีเมื่อใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่เซนติเมตรเดียวเท่านั้น ดวงตากลมโตหลุบมองริมฝีปากหยได้รูปที่กำลังเอื้อนเอ่ยถ้อยคำอันตรายโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่การรักษาทางจิตวิทยาแล้ว... นี่มันคือสงครามประสาทที่เธอกำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบ
"ถอยไปนะคะ..." เธอพbดเสียงแผ่วเบา มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างภายใต้เสื้อกราฟสีขาว แต่ทว่ากล้ามเนื้อแน่นขนัดของเขากลับเปรียบเสมือนกำแพงหินที่ไม่มีวันขยับเขยื้อน
"ไม" ธันวาตอบกลับสั้นๆ ห้วนๆ แต่หนักแน่น น้ำเสียงเจือความดื้อรั้นและคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง "จนกว่าคุณจะตอบผมมาให้ชื่นใจ... ว่าไอ้รุ่นพี่วิศวกรคนที่มันชวนคุณไปดินเนอร์เมื่อเย็นนี้ มันเป็นแค่ 'ตัวประกอบ' ในสมการชีวิตของคุณ... เหมือนที่ผมเคยบอก"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณ... คุณแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์เหรอ!"
"ผมไม่ได้แอบ... ผมแค่อยู่ในรัศมีที่ได้ยินชัดเจนก็เท่านั้นเอง" ธันวาตอบหน้าตาเฉย ไม่มีแววสำนึกผิดแม้แต่น้อย "แล้วคำตอบล่ะ? ริน... อย่าทำให้ผมต้องใช้วิธี 'บังคับ' ให้คุณเลิกยุ่งกับมันจริงๆ นะครับ"
คำขู่ที่แฝงมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและสายตาดุดันแบบนั้น ทำให้รินรคารู้สึกได้ถึงอันตรายระดับวิกฤต เธอรู้ดีว่าหมอหนุ่มคนนี้พูดจริงทำจริง และความหวงก้างอย่างไร้เหตุผลของเขาก็ไม่เคยปรานีใครหน้าไหนทั้งสิ้น ทว่าทิฐิและปมในใจเรื่องความอิสระกลับคอยร้องเตือนให้เธอดื้อรั้นต่อ
"ดิฉันจะไปกินข้าวกับใคร จะคุยกับใคร มันก็สิทธิ์ของดิฉันค่ะคุณหมอ! เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมคุณต้องมา..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาอันร้อนระอุอย่างไม่รู้กาลเทศะ รินรดาสดุ้งโหยงด้วยความตกใจ รีบออกแรงผลักอกธันวาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ในขณะที่ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอายและตื่นตระหนก
ธันวาขบกรามแน่นด้วยความขัดเคือง ดวงตาคมกริบตวัดมองไปที่ประตูห้องด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด ราวกับอยากจะฆ่าคนที่บังอาจมารบกวนเวลาสำคัญของเขานัก
"เชิญ!" ธันวาตวัดเสียงห้วนจัดใส่ประตู
ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของพยาบาลสาวหน้าตาตื่น ที่ถือแฟ้มประวัติคนไข้เข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน
"คุณหมอคะ! เคสด่วนฉุกเฉินค่ะ! คนไข้ห้อง ICU 4 มีอาการชักเกร็งกะทันหัน ชีพจรตกวูบ ทีมแพทย์กำลังต้องการตัวคุณหมอด่วนเลยค่ะ!"
รินรดาลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด อย่างน้อยๆ วิกฤตเฉพาะหน้าก็ถูกคลี่คลายลงด้วยเหตุการณ์ฉุกเฉิน เธอรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลาน ขณะที่ธันวาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสียที่สุด
ร่างสูงหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายแบบติดตลกเล็กๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ
ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังเข่าแทบทรุด
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... รินรดา" เขาผละออกไปคว้าเสื้อกาวน์มาใส่ด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความอันตราย "รักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดี... รอให้ผมกลับมาจากห้องฉุกเฉินก่อนเถอะครับ"
พูดจบ เจ้าตัวก็ก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รินรดายืนใจเต้นแรงอยู่ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานเพียงลำพัง
รินรดายกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่กำลังเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและสถิติมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับรวนเรจนไม่สามารถหาค่าเฉลี่ยใดๆ มาอธิบายอาการสั่นไหวในอกนี้ได้เลย
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานเพื่อตั้งสติ สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ ซึ่งสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่ล่าสุดจากแอปพลิเคชันแชท
**[สายลับพิเศษ]: "พี่ถึงหน้าตึกบริษัทหนูแล้วนะ... ลงมาทานมื้อค่ำกันเถอะครับคนดี"**
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่ออ่านชื่อและข้อความนั้น ขณะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดปฏิเสธ...
*แอดม...*
เสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้รินรดาต้องหันขวับไปมองด้วยความตกใจสุดขีด และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันที เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกาวน์ที่ควรจะอยู่ในห้อง ICU กลับยืนพิงกรอบประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงระดับร้อยริกเตอร์
ธันวาปิตประตูห้องล็อกกลอนอย่างแน่นหนาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะก้าวช้าๆ เข้ามาหาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยือกที่เอ่ยออกมาคำต่อคำ
"ใครมาเหรอน้องริน... ไหนบอกพี่ซิครับ ว่าไอ้แมลงวันตัวไหนมันกล้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกแล้ว?"
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ยัยน้องนักวิเคราะห์ข้อมูลคนปากแข็งกับคุณหมอคลั่งรักคนนี้ด้วยนะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าในตอนหน้า ทั้งคู่จะรับมือกับวิกฤตครั้งใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างไร! - จิตวิทยาเพื่อทุกคน
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 18
ขีดจำกัดของความอดทน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!