แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อบาง ๆ ของเรย์ อัลฟ่าหนุ่มผู้กุมบังเหียนสตาร์ทอัพเทคโนโลยีมูลค่าพันล้านกำลังขบกรามแน่น นิ้วเรียวยาวพากย์รัวบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงราวกับต้องการระบายความอัดอั้นทุกอย่างลงไปในโค้ดบรรทัดสุดท้าย ทว่าอัลกอริทึมที่เขาเขียนขึ้นมานับร้อยบรรทัดกลับไม่สามารถคำนวณความปั่นป่วนที่กำลังก่อตัวขึ้นในอกข้างซ้ายได้เลย
เซนยืนกอดอกพิงกรอบกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู มองดูท่าทีหัวเสียนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าประกายในตาคู่สวยกลับซ่อนความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างไว้ ไลฟ์โค้ชหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านใจคนอย่างเขา ไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีวันที่อัลฟ่าผู้เย่อหยิ่งและปากร้ายคนนี้แสดงอาการ "จนมุม" ได้ชัดเจนขนาดนี้
"ถ้าคุณยังบังคับเคอร์เซอต์ด้วยความโมโหแบบนั้น ต่อให้ผมเป็นเซียนอัลกอริทึมมาจากไหน โค้ดของคุณก็พังไม่เป็นท่าอยู่ดีค่ะ คุณเรย์" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยแทรกความเงียบขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของเซนมีความเย้าแหย่เจืออยู่จาง ๆ แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงปมในใจอีกฝ่าย
เรย์หยุดชะงัก นิ้วที่กำลังรัวแป้นพิมพ์ค้างกลางอากาศ เขากัดกรามกรอด หันขวับมามองโอเมก้าตัวแสบที่ถือวิสาสะเข้ามาในเขตหวงห้ามตอนตีสอง ดวงตาสีเข้มฉายแววคุกกรุ่นตามสัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าที่ถูกท้าทาย
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของฉัน เซน? แล้วหุบปากเรื่องโค้ดของฉันซะ ถ้าไม่รู้จริงก็อย่ามาทำเป็นอวดเก่ง" เรย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงกระด้าง ปรารถนาจะใช้วาจาเชือดเฉือนเพื่อผลักไสอีกฝ่ายให้ออกไปให้พ้นรัศมีกลิ่นฟีโรโมนที่เริ่มปั่นป่วนประสาทของเขา
เซนไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลิ่นประจำตัวของโอเมก้า—กลิ่นอายจาง ๆ ของชาขาวและดอกไม้ป่า—ลอยละล่องเข้ามาปะปนกับกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นของอัลฟ่าอย่างเลี่ยงไม่ได้
"อวดเก่งเหรอคะ? หึ... คนที่กำลังนั่งมือสั่นและพยายามสร้างกำแพงสูงลิ่วเพื่อปิดบังว่าตัวเองกำลังกลัวการถูกหักหลังต่างหากที่กำลังเด็กน้อย" เซนจงใจโน้มตัวลงไปใกล้ ใบหน้าหวานห่างจากเรย์เพียงไม่กี่คืบ แววตาท้าทายผสมผสานกับความอ่านยากบางอย่าง "คุณกลัวว่าคีย์จะแย่งบริษัทไปจากมือคุณ? หรือ... คุณกลัวว่าสิ่งที่ผมเตือนมันจะเป็นเรื่องจริงกันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าเป้า เรย์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากฟีโรโมนอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพื่อกดข่ม แต่อีกฝ่ายกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงแววตาที่ไหววับไปชั่วขณะเมื่อเรย์ยื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือเรียวของเขาไว้แน่น
แรงบีบที่ข้อมือนั้นบ่งบอกถึงความโกรธ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกกว่าคือความเปราะบางที่เรย์พยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต
"เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง เซน?" เสียงของเรย์ต่ำพร่า ใกล้ชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องในอดีตของฉัน? คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสงสาร โดยเฉพาะโอเมก้าปากเก่งอย่างเธอ!"
เซนก้มมองข้อมือตัวเองที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นจัด แม้จะเจ็บจากการถูกบีบ แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคือร่องรอยความโดดเดี่ยวที่สะท้อนออกมาจากแววตาสีเข้มคู่นั้น ในฐานะไลฟ์โค้ช เขาเคยเยียวยาผู้คนมานับร้อย แต่ทำไมหัวใจของอัลฟ่าตรงหน้าถึงได้เต็มไปด้วยเศษแก้วที่บาดลึกและไม่มีวันสมานได้ง่ายดายเช่นนี้
แทนที่จะสะบัดหนี เซนกลับพลิกข้อมือตัวเองเป็นฝ่ายกุมมือหนาของเรย์ไว้แน่นเสียเอง สัมผัสอุ่นละมุนนั้นทำให้เรย์ชะงักงัน ดวงตาสอบสวนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง
"ใช่ค่ะ... ฉันเป็นแค่นักวิเคราะห์จิตวิทยาและไลฟ์โค้ชที่ชอบสอดเรื่องชาวบ้าน" เซนเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเย้าแหย่เมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา "แต่ฉันก็มีความสามารถพอที่จะสัมผัสได้นะว่า... ภายใต้เกราะหนาและวาจาร้ายกาจที่คุณใช้ผลักไสคนอื่น คุณกำลังร้องไห้อยู่ข้างใน"
เรย์ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คำพูดนั้นทลายกำแพงที่เขาใช้เวลาสร้างมานานแรมปีพังทลายลงในพริบตา กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เรย์ขยับปากจะเถียง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา มีเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจของคนทั้งคู่ให้เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
เซนขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างร่างทั้งสอง ปลายนิ้วเรียวอีกข้างค่อย ๆ ยกขึ้น แตะลงบนสันกลรามที่ขบแน่นของเรย์อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนอัลฟ่าหนุ่มผู้แข็งกระด้างถึงกับหลับตาลงชั่วขณะ ยอมจำนนต่อความอบอุ่นที่เขาโหยหามาเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าเหนนัก ก็ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวก็ได้ค่ะ..." เซนกระซิบชิดริมฝีปาก
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเข้าหากันผ่านความเปราะบางที่เปิดเปลือย เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบไปทั่วห้อง
*ติ๊ด! ประตูนิรภัยถูกปลดล็อกโดยผู้มีสิทธิ์ระดับผู้บริหารสูงสุด*
เรย์ลืมตาโพลง สัญชาตญาณนักธุรกิจและผู้บริหารตื่นตัวขึ้นทันที เขาดึงเซนให้ถอยหลังไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ในมุมมืดของห้อง ขณะที่ประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของ "คีย์" ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบในมือถือเอกสารลับบางอย่างที่ควรจะอยู่แค่ในเซฟนิรภัย!
เซนเบิกตากว้างเมื่อมองลอดผ่านเงาดำไปเห็นว่าเอกสารในมือของศัตรูตัวฉกาจคืออะไร—มันคือรหัสอัลกอริทึมต้นแบบที่สามารถขายบริษัทของเรย์ให้คู่แข่งได้ภายในพริบตาเดียว!
จบบทที่ 7 : กับดักความเชื่อใจ
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นในทุกบรรทัดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณหนี•ตอนที่ 7
กับดักความเชื่อใจ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณหนี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!