“คุณจะบ้าหรือไงเซน! ระบบความปลอดภัยระดับนี้ ต่อให้เอาค้อนมาทุบก็ไม่พังหรอก ถ้าไม่ใช่รหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบที่มีการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน!”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุดดังขึ้นในห้องควบคุมเซิร์ฟเวอร์ใต้ดิน เรย์ตวัดนิ้วรัวลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วแสง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคาย ภายใต้สถานการณ์ที่ระบบอัลกอริทึมตัวใหม่กำลังถูกแฮกจากภายนอกโดยฝีมือของคีย์ คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบทุกอย่างไปจากเขา แต่อุณหภูมิในห้องกลับพุ่งสูงขึ้นไม่ใช่เพราะเซิร์ฟเวอร์ร้อนจัด หากแต่เป็นเพราะกลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนป่าของอัลฟ่าหนุ่มที่เริ่มปั่นป่วน จนกระทบเข้ากับสัญชาตญาณดิบของโอเมก้าในห้องเดียวกัน
เซนยืนกอดอกพิงผนังกระจกใส แววตาคมกริบมองร่างสูงที่กำลังหัวเสียอย่างไม่สะท้าน แม้ในสถานการณ์ที่ระบบกำลังล่มสลายและสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานจะกะพริบวิบวับทั่วห้อง แต่ไลฟ์โค้ชหนุ่มกลับยกยิ้มมุมปาก ความมั่นใจที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสวยหวานนั้นช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของเรย์เสียเหลือเกิน
“ถ้ามัวแต่โทษฉันและโทษระบบอยู่แบบนี้ อีกสามนาทีบริษัทของคุณก็กลายเป็นเศษกระดาษแล้วค่ะคุณเรย์” เซนก้าวเข้าไปใกล้ แตะปลายนิ้วลงบนขอบโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ “คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าฉันเคยเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการวิกฤต การบล็อกสัญญาณภายนอกไม่ได้ทำด้วยค้อน แต่มันทำด้วยการตัดวงจรภายใน... ซึ่งมีแค่คุณกับฉันที่เข้าถึงรหัสลับนี้ได้”
เรย์หยุดชะงัก ปรายตาขึ้นมองคนตรงด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นฉายแววระแวงระวังตามนิสัยคนมีปมเรื่องความไว้วางใจ “แล้วทำไมฉันต้องเชื่อใจคุณ เซน? คนที่เพิ่งจะรับข้อเสนอจากคีย์เมื่อสัปดาห์ก่อน”
“ถ้าฉันคิดจะขายคุณ ฉันคงนั่งจิบไวน์สบายใจอยู่ที่เพนท์เฮาส์หรูไปแล้วค่ะ ไม่มายืนเสี่ยงชีวิตติดอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังจะระเบิดกับอัลฟ่าปากร้ายอย่างคุณหรอกนะคะ” เซนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก โน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูของคนนั่งจนได้กลิ่นฟีโรโมนวานิลลาอ่อนๆ ที่ผสมผสานความเย้ายวนและดื้อรั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว “เลิกเล่นตัวแล้วส่งคีย์บอร์ดมาให้ฉันค่ะ เรย์”
ชั่ววินาทีนั้น สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้าปะทุขึ้นในพื้นที่แคบๆ บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างกะทันหัน เรย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มกลิ่นฟีโรโมนของอีกฝ่ายที่เริ่มรบกวนสมาธิการเขียนโค้ดของเขา แต่มันกลับยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้เขาเห็นร่องรอยความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่งของเซน
“โอเค... ถ้าพัง ฉันจะลากคุณมาเป็นแพะรับบาปคนแรกเลยเซน”
เรย์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ยอมขยับตัวเปิดทางให้โอเมก้าตัวแสบเข้ามานั่งแทรกตัวชิดขอบโต๊ะทำงาน ไหล่กว้างของอัลฟ่าและไหล่บางของโอเมก้าเบียดเสียดกันจนแนบแน่น ความร้อนจากร่างกายที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้สติสัมปชัญญะของเรย์กระเจิงไปชั่วขณะ มือเรียวสวยของเซนจรดลงบนแป้นพิมพ์ รัวนิ้วแก้โค้ดอย่างคล่องแคล่วราวกับเล่นเปียโน ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อจู่ๆ ไฟสำรองทั้งตึกก็ดับพรึบลง เหลือเพียงแสงสีแดงวابวับจากหน้าจอฉุกเฉินที่สาดส่องใบหน้าของทั้งสองคนให้เป็นเงาสลัว
*ตูม!*
เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากชั้นบน แรงสั่นสะเทือนทำให้เพดานห้องเซิร์ฟเวอร์ร่วงหล่นลงมาบางส่วน ฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ประตูเหล็กนิกรอระบบไฮดรอลิกจะกระแทกปิดตายลงอัตโนมัติเนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทำงานผิดพลาด
“เกิดอะไรขึ้น!” เรย์อุทานด้วยความตกใจ คว้าเอวบางของเซนเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณเพื่อหลบเศษปูนที่ร่วงลงมา แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้น พิงแผ่นหลังติดกับตู้เซิร์ฟเวอร์เย็นเฉียบ เรย์คร่อมทับร่างของเซนไว้โดยไม่รู้ตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในความมืดสลัว
เซนเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะแรงระเบิด แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดจากร่างหนาของอัลฟ่าที่แผ่ความร้อนระอุออกมา กลิ่นฟีโรโมนสนป่าเข้มข้นขึ้นจนกลบกลิ่นควันไฟรอบตัว มันหอมรัญจวนและทรงพลังจนโอเมก้าอย่างเขาแทบเข่าอ่อน
“คุณ... ปล่อยฉันนะเรย์” เซนเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักอกอีกฝ่าย แต่เรย์กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาที่มองมาในความมืดนั้นเต็มไปด้วยความดุดันและประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
“บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อกับฉัน” เรย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มเพียงคืบ “ตอนนี้เราออกไปไหนไม่ได้แล้ว เซน... ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาจริงๆ คุณคิดว่าคำพูดสวยหรูของคุณจะช่วยชีวิตเราได้หรือเปล่าล่ะ ไลฟ์โค้ช?”
เซนจ้องลึกเข้าไปในดวงตานั้น ความถือดีที่มีอยู่เต็มเปี่ยมถูกความใกล้ชิดหลอมละลายจนเกือบหมดสิ้น แต่เขาก็ยังไม่วายเชิดหน้าขึ้นท้าทาย “ต่อให้ต้องตายในนี้ ปากของคุณก็ยังหาเรื่องฉันได้ไม่หยุดสินะคะ... อ๊ะ!”
ยังไม่ทันที่เซนจะพูดจบประโยค เรย์ก็เคลื่อนริมฝีปากประกบลงปิดเรียวปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า จูบนั้นไม่ได้นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอารมณ์ดิบเถื่อนที่สะสมมานานจากการปะทะคารม เซนสะดุ้งเฮือก มือบางกำเสื้อชอนของอัลฟ่าแน่นด้วยความตกใจ ก่อนที่สัญชาตญาณจะผลักดันให้เขาตอบสนองสัมผัสนั้นกลับไปอย่างลืมตัว ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวและบรรยากาศที่บีบคั้นถึงขีดสุด เคมีและความต้องการที่ต่างฝ่ายต่างเก็บงกดันระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม
ทว่า... ในวินาทีที่จูบกำลังลึกซึ้งและดึงดูดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงเคาะโลหะดังขึ้นจากด้านนอกประตูนิรภัยที่ควรจะปิดตาย
“เจ้านายครับ! คุณเรย์ข้างในหรือเปล่าครับ? เราเจอ... คนแปลกหน้าพยายามเข้ามาทางท่อระบายอากาศ!”
เสียงตะโกนผ่านเครื่องสื่อสารของบอดี้การ์ดดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับเสียงกดรหัสเปิดประตูฉุกเฉินจากด้านนอกที่ดังขึ้น *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... แกร๊ก!*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะท้านในหัวใจไปกับตอนนี้ingนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณหนี•ตอนที่ 22
สภาวะฉุกเฉิน
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณหนี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!