"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาข้าวต้มน้ำใสแจ๋ววิญญาณข้าวสารชามนี้มาวางบนโต๊ะอีก มื้อนี้ก็เชิญนั่งมองหน้ากันเองเถอะค่ะ"
น้ำเสียงเรียุบนิ่งแต่ก้องกังวานของหลินเฟยหรงดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือเรียวบางที่วางชามกระเบื้องบิ่นๆ ลงบนโต๊ะไม้เก่าเสียงดัง *'ปัง!'* จนน้ำต้มผักสีเขียวหม่นกระฉอก
บรรยากาศในห้องโถงแคบๆ ของบ้านตระกูลสวี่พลันเงียบกริบลงทันตา แม่สามีอย่าง‘จางซื่อ’ ที่กำลังอ้าปากเตรียมจะเอ่ยปากด่าทอตามกิจวัตรประจำวัน ถึงกับสำาลักน้ำลายตัวเองจนหน้าดำหน้าแดง ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองสะใภ้รองด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้หญิงอ่อนแอ เจียมเนื้อเจียมตัว และก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอดหลายเดือนหลังจากแต่งเข้าบ้าน จะกล้าพลิกฝ่ามือขึ้นมาต่อDนกลางวงอาหารเช่นนี้
"หลินเฟยหรง! นังสะใภ้ไร้ค่า แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!" จางซื่อตบโต๊ะผาง ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำ "ข้าวต้มชามนี้มันไม่ดีตรงไหน! คนทั้งหมู่บ้านเขาก็รอดชีวิตมาได้ด้วยข้าวต้มพวกนี้ทั้งนั้น หรือว่าตระกูลหลินของแกเคยเลี้ยงดูแกด้วยเนื้อหมูภูเขา ถึงได้ทำตัวเป็นคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อในบ้านของฉัน!"
หลินเฟยหรงไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงแค่ปรายตามองหญิงแก่ผู้เห็นแก่ตัวที่ผอมแห้งแรงน้อยแต่ปากคอเราะร้ายด้วยแววตาสมเพชระคนเยียบเย็น อดีตหมอหลวงผู้เคยควบคุมห้องเครื่องและจัดเตรียมพระ oสอดสำหรับเชื้อพระวงศ์อย่างนาง มีหรือจะทนกินเศษอาหารที่แม้แต่สุนัขข้างถนนยังเมินหน้าหนีได้? ยิ่งคิดถึงร่างกายที่ผอมโซจนเหลือแต่กระดูกของสวี่จวินโฉว สามีหนุ่มผู้ตรากตรำทำงานหนักเพื่อปกป้องครอบครัว แต่มื้อกลับได้กินเพียงน้ำล้างหม้อเช่นนี้ ความโกรธแค้นในร่างเดิมก็พลุ่งพล่านขึ้นมาผสมผสานกับจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของนาง
"คนในหมู่บ้านจะกินอะไร ฉันไม่สนค่ะ" หลินเฟยหรงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันประหลาดบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างระหง จนจางซื่อที่ตั้งท่าจะพ่นคำด่าทอยกใหญ่ถึงกับชะงักงันโดยไม่รู้ตัว "แต่ในเมื่อฉันแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านสวี่ และเป็นคนดูแลครัวเรือนนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... กฎการกินอยู่ของบ้านหลังนี้ ฉันจะเป็นคนบัญชาเอง"
"เหลวไหลที่สุด!" พี่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งเงียบอยู่นานรีบเออออห่อหมกทันที นางเหล่มองหลินเฟยหรงด้วยสายตาริษยา "แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน แค่นางสะใภ้ที่แม่ฉันซื้อมาด้วยเงินแปดสิบหยวน กล้าดียังไงมาออกคำสั่ง! ถ้าไม่พอใจจะกิน ก็ไสหัวออกไปหาเก็บหญ้ากินเองสิฟะ!"
หลินเฟยหรงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ทำเอาคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด นางหันไปสบตากับพี่สะใภ้ใหญ่ตรงๆ "เงินแปดสิบหยวนเหรอคะ? พี่สะใภ้ใหญ่ ลองทบทวนความทรงจำดูให้ดีสิคะว่า เงินส่วนใหญ่ที่ใช้จุนเจือบ้านหลังนี้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มาจากเบี้ยเลี้ยงทหารที่จวินโฉวส่งกลับมา หรือมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของพี่ใหญ่กับสามีท่านกันแน่? ถ้าไม่มีเงินของสามีฉัน ป่านนี้พวกท่านคงอดตายจนต้องขายลูกกินไปนานแล้วกระมัง"
"แก... นังสารเลว!" พี่สะใภ้ใหญ่หน้าถอดสี ร้องกรี๊ดออกมาด้วยความจุกอก เพราะสิ่งที่หลินเฟยหรงพูดคือความจริงที่ไม่มีใครกล้าเถียง เงินเดือนทหารของสวี่จวินโฉวคือเสาหลักที่ค้ำจุนบ้านตระกูลสวี่เอาไว้ทั้งหลัง แต่จางซื่อกลับลำเอียงรักลูกชายคนโตและตามใจสะใภ้ใหญ่จนเลยเถิด ปล่อยให้สามีภรรยาบ้านรองต้องทนอดอยากอยู่มุมตึกมาตลอด
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ประตูไม้หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ททหารเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นดินและกลิ่นอายความเหนื่อยล้า—สวี่จวินโฉวกลับมาแล้ว
ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีกวาดตามองสภาพเหตุการณ์ในห้องโถงแวบเดียว ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของภรรยา มือหนาที่ถือจอบทำสวนอยู่ข้างกายกำชับแน่นขึ้น เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น เขานึกว่าภรรยาตัวน้อยของเขาคงกำลังถูกรังแกจนร้องไห้อีกตามเคย จึงก้าวเท้าเข้ามาหมายจะปกป้อง ทว่า... สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ภาพหญิงสาวอ่อนแอที่กำลังซับน้ำตา
หลินเฟยหรงยืนตัวตรงสง่างาม แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ท่าทางของนางในยามนี้ช่างเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ ราวกับนางพญาที่กำลังพิพากษาบ่าวไพร่ในจวนใหญ่
จวินโฉวชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้พวยพุ่งขึ้นมาในอก... ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว และความเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนายทหารหนุ่มเกิดระลอกคลื่นไหวอย่างรุนแรง
"เกิดอะไรขึ้น?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
จางซื่อเห็นลูกชายคนเล็กกลับมา ก็รีบเปลี่ยนสีหน้า บีบน้ำตาฟูมฟายฟ้องทันที "จวินโฉว! แกกลับมาก็ดีเลย ดูเมียตัวดีของแกสิ! นางกล้าด่าทอฉันผู้เป็นแม่ กล้าคว่ำสำรับข้าว และประกาศกร้าวว่าจะมาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในบ้านหลังนี้ ลูกอกตัญญู! แกอบรมสั่งสอนเมียยังไงถึงได้กล้าปีนเกลียวฉันขนาดนี้!"
สวี่จวินโฉวไม่แม้แต่จะชายตามองมารดาที่กำลังแสดงละคร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาหลินเฟยหรง ร่างสูงใหญ่บังร่างของนางเอาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองภรรยาสำรวจความเรียบร้อย ก่อนจะเอמהถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับนาง "เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
คำถามนั้น ทำเอาคนทั้งห้องโถงอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง จางซื่อถึงกับลืมร้องไห้ พี่สะใภ้ใหญ่เบิกตากว้าง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน สามีผู้เงียบขรึมและไม่เคยแสดงความอ่อนโยนให้ใครเห็น ไฉนจึงกลายเป็นสุนัขหงิมที่ยอมจำนนต่อหน้าภรรยาเช่นนี้!
หลินเฟยหรงเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นางส่ายหัวเบาๆ "ฉันไม่ได้เจ็บค่ะ แต่... อาหารบนโต๊ะนี้มันกินไม่ได้จริงๆ จวินโฉว คุณเชื่อใจฉันไหมคะ?"
สวี่จวินโฉวมองรอยยิ้มนั้น หัวใจที่แข็งกระด้างราวกับหินผาพลันหลอมละลายลงในพริบตา เขาพยักหน้าช้าๆ โดยไม่ต้องคิด "ฉันเชื่อคุณ... คุณอยากทำอะไร ทำได้เลย ใครกล้าขัดขวาง ฉันจะจัดการเอง"
ได้รับไฟเขียวจากสามีสายซัพพอร์ตผู้ทรงพลัง หลินเฟยหรงก็หันขวับกลับไปมองวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในครัวทันที ในเมื่อพวกมันให้เศษผักและข้าวต้มห่วยๆ นางก็จะใช้ "มิติลับ" และฝีมือระดับปรมาจารย์ปรุงรสของตนเองตบหน้าพวกมันให้ดู!
นางเดินหายเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ท่ามกลางสายตางงงวยของทุกคน มือเรียวบางเอื้อมหยิบจับวัตถุดิบธรรมดาๆ อย่างหัวไชบิ้วแห้งๆ หมูสามชั้นติดมันน้อยชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ก้นไห และกระเทือนพริกแห้งเก่าๆ แต่ทันทีที่นางก้าวเข้าไปในพื้นที่ลับของมิติจิตวิญญาณ กลีบดอกไม้วิญญาณสวรรค์และเครื่องเทศเซียนโบราณก็ถูกหยิบออกมาผสมผสาน
กลิ่นหอมประหลาดล้ำลึกเริ่มโชยออกมาจากห้องครัว... มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของเครื่องเทศเกรดพรีเมียมที่ผสานเข้ากับความกลมกล่อมของเนื้อสัตว์ คล้ายกับกลิ่นอายของภัตตาคารหรูในเมืองหลวงที่คนชนบทอย่างพวกเขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนในชีวิต!
กลิ่นหอมนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนลอยฟุ้งทะลุผนังดินเหนียว ลอดผ่านหน้าต่างเก่าๆ กระจายตัวออกไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ยามเย็นที่ควรจะเงียบสงบ กลับมีเสียงสูดปากด้วยความอยากอาหารดังขึ้นจากบ้านเรือนข้างเคียง
จางซื่อและพี่สะใภ้ใหญ่ต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน พวกนางหันไปมองหน้ากันอย่างเลิกลั่ก เมื่อพบว่ากลิ่นหอมนี้มาจากหม้อข้าวของนังสะใภ้รองที่พวกเพิ่งจะดูถูกเหยียดหยามไปเมื่อครู่!
ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้น สวี่จวินโฉวกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย เขารemกลิ่นอายพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากห้องครัว พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลสวี่...
"ผู้ใหญ่บ้านมา! ...แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานหมู่บ้านแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความหอมกรุ่นและร่วมเอาใจช่วยพี่รองของเรานะคะ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีและมีความสุขกับการอ่านค่ะ!
เซียนเครื่องเทศข้ามภพ ปฏิวัติครัวยุคกันดาร•ตอนที่ 2
เครื่องเทศเซียนในถิ่นกันดาร
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศข้ามภพ ปฏิวัติครัวยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
