"หากสะใภ้รองอย่างเจ้ายังหาข้ออ้างไม่ยอมคายส่วนแบ่งธัญพืชของเดือนนี้ออกมาอีก อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้าย ไสหัวพวกเจ้าสามแม่ลูกออกจากตระกูลสวี่เสียวันนี้เลย!"
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดานมุงแฝก ใบหน้าของแม่สามี–นางเจียง เผยรอยยิ้มเหี่ยวย่นที่บิดเบี้ยวด้วยความสะใจ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองร่างที่นอนปานจะขาดใจบนเตียงไม้ไผ่ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองสวะชิ้นหนึ่งที่เกะกะรกหูรกตา
หลินเฟยหรงรู้สึกเหมือนสมองถูกผ่าออกเป็นสองซีก ความเจ็บปวดแปลบปลา兹แล่นพล่านจากขมับลามไปถึงปลายประสาท กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นสาบของบ้านไม้เก่าๆ ลอยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่หลับใหลไปนานให้ตื่นขึ้น
นางไม่ใช่เด็กสาวชาวนาผู้ยอมให้ใครโขกสับอีกต่อไปแล้ว
ในภพก่อน นางคือหมอหลวงหญิงผู้กุมเคล็ดลับตำรับยาและเครื่องเทศบรรณาการอันล้ำค่า ทว่าถูกพิษร้ายจากความอิจฉริยะของคนในราชสำนักปลิดชีพลง ไฉนเลยสวรรค์จึงเล่นตลก ส่งวิญญาณนางให้มาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวไร่ในยุคเจ็ดสิบผู้แสนกันดาร ที่แม้แต่แป้งหยาบสุกๆ ดิบๆ ยังแทบไม่มีตกถึงท้อง แถมสามีอย่างสวี่จวินโฉวยังถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารแนวหน้า ปล่อยให้นางกับลูกน้อยต้องเผชิญหน้ากับเฒ่าแก่แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อกลุ่มนี้
"แม่ใหญ่..." เสียงแหบแห้งราดรดด้วยความอ่อนระโหยดังขึ้นจากลำคอของหลินเฟยหรง นางค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นช้าๆ สายตาดุดั่งเหยี่ยวพญาหันไปสบตากับนางเจียงอย่างไร้ความหวาดกลัว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องคับแคบชั่วขณะ นางเจียงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของสะใภ้รองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ก้มหน้ายอมจำนน ปัจจุบันกลับฉายประกายเยียบเย็นและคมกริบราวกับคมมีดผ่าตัด
"เจ้า... มองหน้าฉันด้วยสายตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร!" นางเจียงละล่ำละลักด้วยความประหม่าปนโทสะ ก่อนจะแผדเสียงกลบเกลื่อน "คิดจะแข็งข้อรึ! อย่าลืมนะว่าในบ้านหลังนี้ ข้าคือผู้กุมกฎ สามีเจ้าไม่อยู่ ลูกของเจ้าก็ต้องกินข้าวจากหม้อที่ฉันหามา หากไม่อยากอดตาย ก็จดทะเบียนสละสิทธิ์ที่ดินแปลงน้อยนั่นซะ!"
หลินเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา นางยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะผอมโซจนเห็นโครงกระดูก ทว่าท่าทีกลับสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจโดยธรรมชาติของอดีตหมอหลวง
"กฎรึ?" หลินเฟยหรงก้าวเท้าลงจากเตียงช้าๆ รองเท้าฟางเก่าๆ กระทบพื้นดินอัดแน่นจนเกิดเสียงเบาหวิว นางเดินเข้าไปใกล้นางเจียงทีละก้าว "ท่านแม่... ตลอดสามปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งธัญพืชที่สามีฉันส่งเงินเดือนจากค่ายทหารกลับมาทุกเดือน มันไปตกอยู่ที่ท้องของใครจนหมด? ลูกชายคนโปรดของท่านสอบจอหงส์ไม่ได้สักที หรือเอาเงินไปปรนเปรอพี่สะใภ้ใหญ่ที่นอนกินบ้านกินเมืองกันแน่?"
"นัง... นังสะใภ้สารเลว! กล้าดียังไงมากล่าวหาครอบครัวฉัน!" นางเจียงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นเทา มือหยาบกร้านเงื้อมขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ผู้บังอาจ
ทว่า หลินเฟยหรงเร็วกว่า นางเอี้ยวตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว พร้อมทั้งเอื้อมมือไปจับข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้มั่น แรงบีบที่จุดชีพจรทำให้แม่สามีร้องโอดครวญออกมาทันทีด้วยความเจ็บปวด
"จำไว้ให้ดีนะคะท่านแม่..." หลินเฟยหรงโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ยุคที่ใครจะมาปล้นชิงอาหารจากปากลูกของฉันอย่างไร้เหตุผล... ได้จบลงแล้วตั้งแต่วินาทีนี้"
นางสะบัดมือนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี ทำให้นางเจียงเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบชนเข้ากับชั้นวางไหเกลือ
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน เป็นจังหวะก้าวเดินของทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ฝุ่นเกรอะกรัง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม ดวงตาดุดันคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงปราดเดียว ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ภรรยาและลูกน้อยที่ซุกอยู่มุมห้อง
สวี่จวินโฉวกลับมาแล้ว! และบรรยากาศรอบตัวเขากำลังคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสังหารที่แทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างมารดาและภรรยาอย่างปกป้อง สายตาคมกริบเหลือบมองรอยแดงที่ข้อมือของมารดา สลับกับใบหน้าซีดเซียวแต่เด็ดเดี่ยวของหลินเฟยหรง
นางเจียงเห็นบุตรชายคนรองกลับมาก็รีบเปลี่ยนสีหน้า ปั้นน้ำ (น้ำตา) เป็นตัวทันที นางทรุดตัวลงนั่งร้องห่มร้องไห้โฮเสียงดังลั่นบ้าน "จวินโฉว! ลูกรัก! เมียของเจ้ารusรังแกแม่คนนี้แล้ว นางคิดจะฆ่าแม่ ไล่ที่พวกเราให้ออกจากบ้าน ดูสิ... ข้อมือแม่เขียวช้ำไปหมดแล้ว!"
สวี่จวินโฉวนิ่งเงียบ ใบหน้าคมคายไม่มีรอยยิ้ม เขาไม่เอ่ยปากตำหนิมารดา ทว่าสายตากลับหันมาจ้องมองหลินเฟยหรงนิ่งนาน ราวกับต้องการค้นหาความจริงในดวงตาดอกท้อคู่นั้น
หลินเฟยหรงไม่หลบสายตา นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่น เตรียมรับมือกับสามีผู้เคร่งขรึมที่นางยังไม่รู้ว่าเขาจะเข้าข้างมารดาบังเกิดเกล้าหรือยืนหยัดเคียงข้างนางกันแน่
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา ประตูรั้วด้านนอกก็ถูกถีบจนพังโครม! พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของหัวหน้าหมู่บ้านที่กระหืดกระหอบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น
"สวี่จวินโฉว! แย่แล้ว! เสบียงกองทัพที่ฝากไว้ในยุ้งฉางกลาง ถูกคนลักลอบวางยาพิษ... และเจ้าตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ!"
***
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติมาลิ้มรสความเข้มข้นในบทแรกนี้ด้วยกันนะคะ!
เซียนเครื่องเทศข้ามภพ ปฏิวัติครัวยุคกันดาร•ตอนที่ 1
วิญญาณเปลี่ยนร่างท่ามกลางกลิ่นโคลน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศข้ามภพ ปฏิวัติครัวยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
