เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังปังจนถ้วยชาเคลือบหยาบสั่นระริก น้ำชาสีน้ำตาลเข้มกระฉอกเปื้อนนิ้วเหี่ยวย่นของ "ป้าสะใภ้ใหญ่หลิว" ผู้ซึ่งเวลานี้กำลังแผดเสียงแหลมสูงจนนกกระจอกบนหลังคากระเจิง
"หลินเฟยหรง! นังเด็กอกตัญญู! แกอย่าคิดว่าแต่งเข้าตระกูลสวี่แล้วจะปีกกล้าขาแข็ง เชิดหน้าชูตาได้นะ เงินชดเชยที่กองทัพส่งมาให้ครอบครัวทหารสามีแกน่ะ มันไม่ใช่เงินของแกคนเดียว! บรรพบุรุษตระกูลสวี่ร่วมหอลงโรงสร้างบ้านหลังนี้มาด้วยกัน แกเป็นสะใภ้ใหม่หมาด มีสิทธิ์อะไรมาฮุบไว้คนเดียวห้าสิบหยวน!"
รอบลานบ้านตระกูลสวี่เวลานี้ แน่นขนัดไปด้วยชาวบ้านหมู่บ้านหง Heping ที่มารุมล้อมมุงดูความสนุก เสียงซุบซิบนินทาดังระงมราวกับผึ้งแตกรัง หลายคนมองมาที่บ้านดินชั้นเดียวหลังเก่าด้วยสายตาสมเพชเวทนา บ้างก็รอสมน้ำหน้าว่าสะใภ้คนใหม่ที่ขึ้นชื่อว่ามาจากเมืองหลวงจะรับมือกับ "แม่เสือสาวสายรอง" อย่างป้าสะใภ้ใหญ่หลิวและพวกพ้องอย่างไร
หลินเฟยหรงยืนอยู่หน้าประตูบ้านด้วยท่าทีสงบนิ่งยิ่งนัก นางไม่ได้ตื่นตระหนก ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายสีซีดแต่สะอาดสะอ้านยืนหยัดตรงแหน่ว ดวงตาดำขลับกระจ่างใสดั่งหยกเย็นมองกราดไปที่ร่างอ้วนท้วนของป้าสะใภ้ที่กำลังยืนเท้าสะเอว หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโลภ ในมืออีกข้างของป้าสะใภ้ยังลากตัว "หลิวเฉียง" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่พกมีดปอกผลไม้มาทำทีท่าขู่ขวัญเข้ามาด้วย
"เงินชดเชย?" เฟยหรงทวนคำ เสียงของนางราบเรียบแต่กังวานก้องกังสดาล กรีดแทงเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนจนเสียงรอบข้างเงียบลงโดยพลัน "ป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านพูดภาษาคนแต่ไฉนจึงฟังไม่รู้ความ สามีฉัน สวี่จวินโฉว เอาเลือดเนื้อและชีวิตไปแลกมาที่ชายแดน บาดเจ็บปางตายจนปลดประจำการ เงินก้อนนี้คือเงินหยาดเหงื่อแรงงานและค่าชีวิตของเขาตามกฎหมายกองทัพประชาชน ไม่ใช่เงินเรี่ยไรทำบุญสารทจีนที่ใครหน้าไหนจะมายื่นมือขอส่วนบุญได้ตามอำเภอใจ"
"นัง... นังปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดจนเขียวคล้ำ นางพุ่งตัวเข้าหาหมายจะคว้าผมของเฟยหรงให้สะใจ แต่มีหรือที่อดีตหมอหลวงผู้ผ่านศึกแย่งชิงอำนาจในวังหลังมานับไม่ถ้วนจะหลบไม่พ้น เฟยหรงเพียงก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวอย่างงดงาม ปัดข้อมือเหี่ยวย่นนั้นออกด้วยแรงสะบัดที่แม่นยำและเจ็บแสบ จนป้าสะใภ้เซถลาไปชนกับโอ่งน้ำจนเกือบคว่ำ
"ระวังหน่อยนะคะ ป้าสะใภ้" เฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตาคมกริบราวน้ำแข็งพันปี "ยุคนี้บ้านเมืองเราปกครองด้วยกฎหมายและระเบียบวินัยของพรรค ไม่ใช่ยุคสมัยที่โจรปล้นชิงจะมาเที่ยวรีดไถทรัพย์สินชาวบ้านตามอำเภอใจได้อีกแล้ว"
"กฎหมายบ้าบออะไร! แกเอาเอกสารอะไรมาอ้าง ฉันเป็นญาติผู้ใหญ่ เป็นป้าของสามีแก ฉันมีสิทธิ์สั่งสอนแก!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงกรีดร้องด้วยความอับอายเมื่อเห็นชาวบ้านเริ่มอมยิ้มและซุบซิบเยาะเย้ยนาง
เฟยหรงยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย ความโกรธเป็นเครื่องมือของคนโง่เขลา แต่นางเป็น "เซียนเครื่องเทศ" ผู้คุมสมดุลรสชาติและกลยุทธ์ นางรู้ดีว่าควรใช้วัตถุดิบใดมาปรุงแต่งสถานการณ์นี้ให้สุกงอมพอดี
"ท่านอยากได้หลักฐานใช่ไหมคะ ได้สิคะ..." เฟยหรงหันหลังเดินเข้าห้องพักชั่วครู่ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ มันคือหนังสือรับรองการปลดประจำการและเอกสารระบุสิทธิ์เงินเยียวยาจากกองทัพ ที่มีตราประทับสีแดงฉานชัดเจน รวมถึงสำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุชัดเจนว่า สวี่จวินโฉว และ หลินเฟยหรง เป็นครัวเรือนเอกเทศ แยกบ้านออกจากตระกูลใหญ่มานานกว่าสองปีแล้ว!
เฟยหรงชูเอกสารขึ้นเหนือหัวท่ามกลางแสงแดดจ้าที่สาดส่องลงมาพอดี "พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน และท่านผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยนะคะ ช่วยเป็นพยานให้ฉันทีค่ะ เอกสารฉบับนี้ออกโดยกองทัพทหารภูมิภาค มณฑลทางเหนือ ระบุชัดเจนว่าเงินเยียวยานี้มอบให้แก่ 'สวี่จวินโฉว' และทายาทโดยธรรมในครัวเรือนเท่านั้น ครัวเรือนสายรองไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่เหมาเดียว หากใครฝ่าฝืน เท่ากับละเมิดกฎหมายทรัพย์สินส่วนบุคคลของทหารผ่านศึก มีโทษจำคุกและปรับเงินหนักหน่วง"
สิ้นคำพูดของเฟยหรง ฝูงชนฮือฮาทันที เสียงวิจารณ์ดังอึงมี่ ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนหน้าเครียดอยู่ริมกลุ่มชนรีดไถสายตามองมาอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง
"สะใภ้รองหลิน พูดจริงหรือ?" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถามเสียงเข้ม
"ท่านผู้ใหญ่บ้านโปรดตรวจสอบดูได้เลยค่ะ" เฟยหรงส่งเอกสารให้ด้วยความนอบน้อมแต่เด็ดเดี่ยว "ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลสวี่เพื่อมาทำมาหากินสร้างครอบครัวอย่างสุจริต ไม่ได้แต่งเข้ามาเพื่อเป็นถุงเงินให้ใครมาสูบเลือดสูบเนื้อจนบ้านช่องต้องอดอยาก หากวันนี้ป้าสะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมรามือและสร้างความวุ่นวาย ฉันคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจคอมเทอมมาตรวจสอบพฤติกรรมการกรรโชกทรัพย์ในที่สาธารณะเสียแล้วกระมังคะ"
คำว่า "สถานีตำรวจ" ทำให้หน้าของป้าสะใภ้ใหญ่และหลิวเฉียงซีดเผือดลงในพริบตา ยุค 70-80 อำนาจรัฐและตำรวจคอมมูนมีความเด็ดขาดและน่าเกรงขามยิ่งนัก ใครมีประวัติอาชญากรรมหรือรังควานทหารผ่านศึก มีหวังถูกส่งไปใช้แรงงานปรับทัศนคติที่เหมืองห่างไกลแน่
ป้าสะใภ้ใหญ่ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง นางชี้หน้าเฟยหรงอย่างอาฆาตมาดร้าย "นัง... นังสารเลว แกจำไว้! เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่!" นางสะบัดแขนเสื้อดึงลูกชายตัวดีวิ่งหนีหายไปจากลานบ้านท่าเสียงหัวسรวลเบาๆ ของชาวบ้านที่สะใจกับการพลิเกมของสะใภ้รอง
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาว ยื่นเอกสารคืนให้เฟยหรงพร้อมกับกล่าวตักเตือนด้วยความเห็นอกเห็นใจ "เอาล่ะๆ แยกย้ายกันไปทำมาหากินได้แล้ว สะใภ้รองหลิน เธอระวังตัวไว้หน่อยก็ดี พวกนั้นมันเขี้ยวลากดิน"
"ขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่บ้านมากนะคะที่เมตตา" เฟยหรงโค้งคำนับอย่างงดงาม รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าเรียวสวย
เมื่อฝูงชนสลายตัวไปจนหมดลานบ้านกลับสู่ความเงียบสงบ เฟยหรงผ่อนลมหายใจยาว นางหันกลับมามองประตูห้องเก็บวัตถุดิบ กลิ่นหอมกรุ่นของ "ยี่หร่าคั่ว" และ "พริกเสฉวน" ที่นางแอบอบไว้ในมิติฟาร์มลอยอบอวลออกมาแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณนักปรุงรสในตัวนางให้ตื่นตัวอีกครั้ง วันนี้แหละ นางจะเริ่มทดลองทำ "น้ำมันพริกสูตรลับลับเฉพาะ" เพื่อนำไปวางขายในตลาดมืดเพื่อสร้างเงินก้อนแรกของครอบครัว
ทว่า ในขณะที่นางกำลังก้าวเท้าเข้าไปหยิบขวดโหลแก้วในครัว มือหนาคู่หนึ่งก็เอื้อมมาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสามีที่เพิ่งกลับจากการซ่อมแซมคอกสัตว์ สวี่จวินโฉวสวมเสื้อทหารเก่าขาดวิ่น กลิ่นไอฝนและหยาดเหงื่อชายชาตรีผสมผสานกับความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาหานาง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองนางด้วยประกายแสงลึกล้ำระคนความรักใคร่ระคนทึ่ง
เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่นุ่มนวลจนหัวใจเฟยหรงกระตุกวาบ
"ภรรยา... เมียรักของพี่ เก่งกาจถึงเพียงนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอฉลาดเป็นกรดจนพี่แทบไม่ต้องลงมือเองเลยหึ?"
เฟยหรงชะงัก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวในอก นางกำลังจะเอ่ยปากตอบคำถามหยอกเย้าของสามี แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนร่างหนึ่งที่ยืนแอบมองอยู่หลังกำแพงรั้วบ้าน เป็นเงาของชายแปลกหน้าสวมหมวกงอบฟางปิดบังใบหน้า แต่มือข้างที่ถือจดหมายผนึกครั่งสีแดงสดกลับยื่นเข้ามาวางไว้บนรั้วไม้ไผ่ พร้อมกับกระดาษโน้ตสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า...
*“ระวังตัวไว้ ของที่พวกแกซ่อนไว้ในหลุมใต้เตา... กำลังจะถูกคนของสำนักงานเสบียงมาตรวจค้นเย็นนี้”*
ดวงตาของสวี่จวินโฉวหรี่แคบลงในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตและกลิ่นอายฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างของนายทหารผู้ผ่านสนามรบอย่างไม่อาจปิดบัง ในขณะที่เฟยหรงกลับหน้าเปลี่ยนสีทันที เมื่อนึกถึง "เมล็ดพันธุ์พืชแปลกปลอม" และ "ขวดเครื่องเทศโบราณ" ล้ำค่าที่นางเพิ่งดึงออกมาจากมิติฟาร์มเพื่อเตรียมปรุงอาหารมื้อเย็น!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและกลิ่นหอมกรุ่นของยัยน้องเฟยหรงนะคะ!
เซียนเครื่องเทศข้ามภพ ปฏิวัติครัวยุคกันดาร•ตอนที่ 3
การฟาดฟันญาติจอมสูบ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศข้ามภพ ปฏิวัติครัวยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
