“เงินห้าพันนั่น... เก็บเอาไปซื้อของเล่นให้ตัวเองเถอะครับ พี่อาคเนย์ ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลที่ต้องให้ใครมาหลอกล่อด้วยขนมหรือเศษเงิน”
เสียงของรินรดาไม่ดัง แต่มันบาดลึกพอจะทำให้อากาศรอบตัวในสตูดิโอคณะสถาปัตย์เย็นเยียบลงถนัดตา เธอวางดินสอลงบนโต๊ะดราฟต์เสียงดังสนั่น ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงาน พร้อมถุงกระดาษแบรนด์ดังที่บรรจุชานมไข่มุกราคาแพงระยับ
อาคเนย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาดูจะไม่ได้สะทกสะท้านกับถ้อยคำปฏิเสธนั่นเลยสักนิด เขาวางถุงชานมลงบนพื้นที่ว่างบนโต๊ะดราฟต์อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมสะอาดจางๆ ที่มีความเย็นแบบผู้ใหญ่ปะทะเข้ากับจมูกของคนตัวเล็กจนเธอต้องถอยหลังไปชิดเก้าอี้
“ทำงานโต้รุ่งจนขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าแบบนี้ คิดว่าถ้าพี่ไม่เอาอะไรมาให้ แล้วพรุ่งนี้งานจะเสร็จทันส่งอาจารย์เหรอครับ” น้ำเสียงของอาคเนย์ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความใจเย็นแบบคนที่ถือไพ่เหนือกว่า “เงินน่ะ พี่ให้ด้วยความเต็มใจ และชานมนี่ก็ซื้อด้วยความใส่ใจ... อย่าทำให้ความหวังดีของพี่กลายเป็นเรื่องน่ารำคาญใจสำหรับเราเลยนะ ริน”
“ความหวังดี?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความขุ่นมัว “ความหวังดีที่มาพร้อมกับยอดโอนเข้าบัญชีเนี่ยนะ? พี่อาคเนย์ครับ... เราเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงอาทิตย์ พี่มีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตผม พี่คิดว่าเงินของพี่จะซื้อความเป็นส่วนตัวของผมได้งั้นเหรอ”
“พี่ไม่ได้ซื้อความเป็นส่วนตัว” อาคเนย์ขยับยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูร้ายกาจจนคนมองใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “พี่แค่กำลัง ‘ลงทุน’ กับสิ่งที่พี่สนใจก็เท่านั้น”
“งั้นพี่คงลงทุนผิดที่แล้วครับ” รินรดาคว้าถุงชานมใบนั้นขึ้นมา แล้วยัดใส่มือเขากลับไปอย่างไม่เกรงใจ “ผมไม่ใช่หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของพี่ และผมก็ไม่คิดจะรับผลประโยชน์จากคนที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าแบบพี่ด้วย”
บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบสนิทลงทันที เพื่อนร่วมคณะที่กำลังก้มหน้าก้มตางานต่างหันมามองเป็นตาเดียว คินที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ทำได้เพียงแค่เกาหัวยิกๆ อย่างช่วยไม่ได้ เขาเป็นคนชงให้ทั้งคู่เจอกัน แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเริ่มจะตึงเกินกว่าที่แผนการของเขาจะรับมือไหวแล้ว
อาคเนย์รับถุงชานมนั้นไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที มันมีความวูบไหวบางอย่างที่ยากจะตีความ แต่ความนิ่งสงบแบบนักบริหารก็กลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว
“งั้นพี่จะเปลี่ยนวิธี” อาคเนย์กล่าวสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังกลับ แต่แล้วเขาก็หยุดชะงักที่หน้าประตู “อ้อ... งานพรีเซนต์โปรเจกต์สัปดาห์หน้า ถ้ามีปัญหาเรื่องโมเดลทักมาบอกพี่นะ พี่พอจะมีเพื่อนที่ทำร้านตัดเลเซอร์อยู่”
“ไม่ต้องมายุ่ง!” รินรดาตะโกนไล่หลังไป แต่ร่างสูงนั้นกลับโบกมือลาโดยไม่หันกลับมามอง
รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ความรู้สึกโหวงเหวงในอกตีตื้นขึ้นมาจนน่าตกใจ เธอหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งหวังจะเขียนงานต่อ แต่ตัวเลขและเส้นสายกลับพร่าเลือนไปหมด ภาพใบหน้าคมคายและยิ้มร้ายๆ ของคนคนนั้นยังคงติดตา
*‘มันกวนประสาทจริงๆ ให้ตายเถอะ’* เธอพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่เธอพยายามดึงสมาธิกลับมา เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวก็ดังขึ้นต่อเนื่อง รินรดาเหลือบมองหน้าจอที่วางอยู่ข้างตัว มือบางเอื้อมไปกดเปิดดูด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมา
[อาคเนย์]: *ลืมบอกไป... ที่พี่บอกว่าสนใจน่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน*
[อาคเนย์]: *พี่หมายถึงสนใจ ‘เจ้าของงาน’ ต่างหาก*
[อาคเนย์]: *[รูปภาพ]*
รูปภาพที่ถูกส่งมาคือภาพถ่ายแอบถ่ายของเธอกำลังหลับฟุบอยู่บนโต๊ะเมื่อตอนตีสามที่ผ่านมา มันเป็นมุมที่ดูเปราะบางและเป็นธรรมชาติที่สุด และที่ทำให้อกซ้ายของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก คือข้อความสุดท้ายที่เด้งตามมา
[อาคเนย์]: *คืนนี้พี่ไปรับนะ ไม่ต้องปฏิเสธ เพราะพี่สั่งหมูกระทะร้านโปรดเรามาวางรอหน้าคณะแล้ว... รหัสเข้าตึกพี่ก็จัดการให้เรียบร้อยครับ*
รินรดาช็อกจนค้าง มือถือในมือสั่นไหว เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความรวดเร็ว
[รินรดา]: *พี่เป็นสตอล์กเกอร์หรือไง! เอาหมูกระทะคืนไปเลย ผมไม่กิน! แล้วพี่ไปรู้รหัสเข้าตึกได้ยังไง!*
แต่ทว่า... ข้อความที่พิมพ์เสร็จ เธอยังไม่ทันได้กดส่ง อาคเนย์กลับพิมพ์สวนกลับมาอีกประโยคหนึ่งที่ทำให้เธอต้องชะงักค้างไปนาน
[อาคเนย์]: *จะปฏิเสธก็เชิญครับ แต่อย่าลืมนะว่าคนที่พี่ฝากให้ดูแลเราน่ะ... คือ ‘อาจารย์ที่ปรึกษา’ ของเราเอง*
ข้อความนั้นถูกอ่านในทันที พร้อมกับสัญลักษณ์สถานะการพิมพ์ของอีกฝ่ายที่ปรากฏขึ้นมาค้างไว้ รินรดาเม้มปากแน่น ความโกรธผสมความเขินอายปะปนกันจนแยกไม่ออก เธอเผลอกดส่งสติกเกอร์รูปแมวร้องไห้ไปโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะรีบกดยกเลิกข้อความนั้นแทบไม่ทัน
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะกดยกเลิก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูจนขนลุกซู่
“จะยกเลิกทำไมครับ... พี่เห็นหมดแล้วนะ ว่าริน ‘แพ้’ พี่ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้เลย”
คอร์ดเพลงรักจังหวะใหม่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเพียงโน้ตตัวแรก แต่ดูเหมือนว่าคนเล่นกีตาร์อย่างผม จะต้องเตรียมรับมือกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของรี้ดเดอร์ทุกคนแล้วล่ะครับ
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของคู่กัดคู่นี้ไปพร้อมกับผม "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" นะครับ
วุ่นนักรุ่นพี่สายเปย์ กับน้องปีหนึ่งสายเท•ตอนที่ 2
รุ่นพี่เปย์หนัก แต่รุ่นน้องขอเชิด
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนักรุ่นพี่สายเปย์ กับน้องปีหนึ่งสายเท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
