“เงินน่ะ ผมมีปัญญาจ่ายครับ แต่สิ่งที่ผมต้องการคือ ‘งาน’ ที่ควรจะเสร็จตั้งแต่น่าจะสามชั่วโมงที่แล้ว ไม่ใช่ข้อความว่า ‘ไม่สะดวกค่ะ ติดงานโปรเจกต์’ ส่งมาให้ผมอ่านเล่น”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของอาคเนย์ดังแทรกผ่านความวุ่นวายของสตูดิโอคณะสถาปัตย์ฯ กลิ่นสีสเปรย์และกลิ่นกระดาษชานอ้อยอบอวลอยู่ในอากาศ เขาไม่ได้มาในมาดคุณชายเดินห้าง แต่มาในชุดเชิ้ตพับแขนที่ดูเรียบหรูท่ามกลางกองซากโมเดลที่ดูเหมือนระเบิดลง
รินรดาสะบัดคัตเตอร์ในมือทิ้งลงบนโต๊ะไม้ที่มีรอยคราบกาว เสียงดัง ‘เคร้ง’ เรียกสายตาจากเพื่อนร่วมคณะที่กำลังปั่นงานดึกดื่นให้หันมามองเป็นตาเดียว เธอเลิกคิ้วมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก
“พี่อาคเนย์คะ...” เธอเน้นเสียงเรียกตำแหน่งรุ่นพี่ที่เธอไม่ได้ให้ความเคารพเท่าไรนัก “นี่คณะสถาปัตย์ฯ ไม่ใช่เคาน์เตอร์ธนาคาร ที่พี่จะเดินเข้ามาสั่งจ่ายงานด้วยเงินแล้วคาดหวังให้ทุกอย่างมันเสร็จทันใจน่ะ โปรเจกต์คณะผมมันไม่ได้ใช้แค่เงินซื้อ แต่มันใช้ ‘วิญญาณ’ ทำครับ เข้าใจภาษาคนไหม?”
“วิญญาณราคาเท่าไหร่ล่ะ?” อาคเนย์ก้าวประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงจนได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาปะทะกับกลิ่นฟิวเจอร์บอร์ดของเธอ “บอกมาสิ ผมจะได้จ่ายให้จบๆ ไป เพราะผมมีนัดสำคัญตอนหนึ่งทุ่ม และผมไม่ชอบให้ใครมาถ่วงเวลาชีวิตผม เพียงเพราะความอินดี้ที่เกินขีดจำกัด”
คินที่นั่งอยู่ข้างๆ รินรดาถึงกับกลั้นหายใจ ส่งซิกให้เพื่อนสาวทำใจดีๆ ไว้ เพราะนี่คืออาคเนย์ เจ้าพ่อสายเปย์แห่งคณะบริหารฯ ผู้ที่แม้แต่คณะบดียังเกรงใจ แต่ดูเหมือนรินรดาจะไม่ได้สนโลกอย่างที่ใครเขาว่า
“กวนประสาท...” รินรดาพึมพำ เธอหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวจากสายตาที่จ้องมองมาเหมือนจะทะลุปรุโปร่งนั่น “พี่บอกว่าพี่มีนัดสำคัญ? งั้นพี่ก็ไปสิครับ ใครดึงขาพี่ไว้หรือไง อีกอย่างนะ งานกลุ่มวิชานี้ ผมบอกตั้งแต่วันแรกแล้วว่าผมรับผิดชอบส่วนของผมไม่ได้ ถ้าพี่อยากได้งานเป๊ะๆ แบบที่พี่ชอบ พี่ก็ไปจ้างบริษัทกราฟิกมืออาชีพทำสิครับ อย่ามาเสียเวลากับเด็กปีหนึ่งที่ไม่ยอมก้มหัวให้พี่”
อาคเนย์หรี่ตาลง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สตูดิโอ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ของรินรดาที่เปิดโปรแกรมออกแบบค้างไว้ เขาไม่ได้โกรธจนหน้าแดงเหมือนที่คินคาดไว้ กลับกัน เขากลับขยับรอยยิ้มที่ดูอันตรายกว่าเดิม
“จ้างบริษัทน่ะผมทำได้ แต่ผมจงใจเลือก ‘กลุ่ม’ นี้ เพราะผมอยากเห็นว่า... คนที่ปากจัดที่สุดในคณะสถาปัตย์ฯ จะมีฝีมือสมปากหรือเปล่า” เขาโน้มตัวลงมาจนเกือบชิดใบหูของเธอ “แล้วที่บอกว่าอยากให้ผมไปนัดสำคัญ... เสียใจด้วยนะรินรดา เพราะคนที่จะมาเจอผมตอนหนึ่งทุ่ม ก็คือ ‘คุณ’ นี่แหละ”
รินรดาชะงัก เธอหันขวับมามองคนตรงหน้า “พี่พูดอะไรนะ? ใครนัดพี่?”
“คณบดีคณะเราไงครับ พอดีผมเพิ่งไปยื่นข้อเสนอขอเป็นสปอนเซอร์ห้อง Lab ใหม่ให้คณะสถาปัตย์ฯ แลกกับการที่ ‘ตัวแทนกลุ่ม’ ของวิชาบริหารฯ ต้องไปพรีเซนต์โปรเจกต์ส่วนตัวกับท่าน... ในเย็นวันนี้” อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ “และบังเอิญว่าชื่อในลิสต์คือ ‘รินรดา’ คนเดียวเสียด้วย”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วสตูดิโอ รินรดาหน้าเปลี่ยนสี เธอหันไปถลึงตาใส่คินที่ทำตัวลีบเล็กเหมือนอยากมุดดินหนี
“ไอ้คิน! มึงรับปากอะไรไป!”
“โถ่ ริน... ก็พี่เขาบอกว่าถ้าผ่านโปรเจกต์นี้ ค่าเทอมมึงทั้งปี... พี่เขาจ่ายให้หมดเลยนะเว้ย!” คินตะโกนสวนมาแบบคนไม่มีทางเลือก
อาคเนย์ยืนกอดอก มองดูความวุ่นวายของคนสองคนที่กำลังเปิดสงครามย่อยๆ กันเองอย่างพอใจ เขาควักสมาร์ทโฟนราคาแพงออกมา กดเปิดหน้าแชตกลุ่มแล้วพิมพ์บางอย่างลงไป ก่อนจะส่งสัญญาณให้รินรดาดู
มือถือของรินรดาสั่นแรงในกระเป๋ากางเกง เธอหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความโมโห ก่อนจะพบว่าอาคเนย์ส่งข้อความเข้ามาส่วนตัว
*‘เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ ผมมารับตอนหกโมงเย็น ถ้าไม่อยากให้ชื่อคุณถูกกาหัวในฐานะตัวถ่วง ผมแนะนำให้รีบแต่งตัวให้สวยที่สุดเท่าที่จะทำได้... เพราะผมไม่ได้เปย์แค่เงิน แต่ผมกำลังเปย์ “ความสนใจ” ทั้งหมดให้คุณอยู่ครับ’*
รินรดานิ่งค้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองอาคเนย์ที่กำลังหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความร้อนรุ่มที่โหมกระพืออยู่ในใจของเธอจนทำอะไรไม่ถูก
ทว่าในจังหวะที่อาคเนย์กำลังจะก้าวพ้นประตูสตูดิโอ เขาก็หยุดฝีเท้าลง แล้วหันกลับมามองเธออีกครั้งด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวปีหนึ่งกระตุกวูบ
“อ้อ... เกือบลืมไป” เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างประหลาด “ที่ผมบอกว่าอยากให้แต่งตัวสวยๆ น่ะ... ไม่ใช่คำสั่งนะครับ แต่เป็นคำขอร้องจาก ‘ว่าที่แฟน’ ในอนาคตของคุณต่างหาก”
สิ้นคำพูดนั้น อาคเนย์ก็เดินลับตาไป ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเพื่อนๆ ในคณะที่เริ่มจับกลุ่มนินทาและกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
รินรดายกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง จังหวะหัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีด้วยความลนลาน
[รินรดา]: *พี่อาคเนย์! ใครจะเป็นแฟนพี่! อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะ! ยกเลิกคำพูดเดี๋ยวนี้!*
นิ้วของเธอสั่นเทาขณะกดส่ง แต่ทว่า... สิ่งที่เธอกลับได้รับมาไม่ใช่ข้อความตอบโต้ แต่มันคือการแจ้งเตือนจากระบบแอปพลิเคชันที่ทำเอาเธอแทบเป็นลม
*‘อาคเนย์ ได้กดโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณ จำนวน 50,000 บาท พร้อมข้อความแนบ: ค่ามัดจำหัวใจ... ถ้าไม่รับ ให้โอนคืนพร้อมดอกเบี้ยด้วยการเดตกับผมหนึ่งคืน’*
รินรดามองยอดเงินในหน้าจอสลับกับแผ่นหลังของร่างสูงที่หายลับไปแล้ว เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง... สงครามที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในตอนที่หัวใจของเธอดันแพ้ให้กับแผนการร้ายของพี่ชายสายเปย์คนนี้เสียแล้ว
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนในครั้งนี้ หวังว่าจังหวะกีตาร์ของผมจะทำให้หัวใจทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดานะครับ!
วุ่นนักรุ่นพี่สายเปย์ กับน้องปีหนึ่งสายเท•ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นของสงครามงานกลุ่ม
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนักรุ่นพี่สายเปย์ กับน้องปีหนึ่งสายเท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
