"จะยกเลิกทำไมครับ... พี่เห็นหมดแล้วนะ ว่าริน ‘แพ้’ พี่ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้เลย"
ประโยคสุดท้ายของรุ่นพี่ปีสี่ที่ทิ้งไว้ให้ใจผมร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มยังคงก้องอยู่ในหู แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กำลังปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องบางในมือตอนนี้ รินรดาแทบจะขยี้ตาตัวเองให้หลุดออกมาจากเบ้า เมื่อเห็นแจ้งเตือนสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาในแอปพลิเคชันไลน์ที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา
[คุณได้เพิ่ม ‘AK.Nattakit’ เป็นเพื่อนแล้ว]
"ไอ้บ้าเอ๊ย! ใครกดยอมรับวะ!"
รินรดาสบถลั่นห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ นิ้วเรียวสวยกดรัวลงบนหน้าจอเหมือนกำลังตบยุง เธอไม่ได้ตั้งใจจะกด! แค่จะเลื่อนไปปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้เห็นหน้าหล่อๆ ของไอ้รุ่นพี่สายเปย์นั่นให้รำคาญใจ แต่ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปแตะโดนปุ่มยอมรับเข้าให้เต็มเปา
ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู รินรดารู้สึกเหมือนคนเพิ่งทำความผิดฐานร้ายแรง ยิ่งเห็นแถบสถานะ ‘กำลังพิมพ์...’ ของอีกฝ่ายเด้งขึ้นมารัวๆ หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นผิดจังหวะ
*AK.Nattakit: เร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย*
*AK.Nattakit: นึกว่าจะต้องรอให้รินใจอ่อนถึงปีหน้าเสียอีก*
นิ้วของรินรดาสั่นเทา เธอไม่ใช่คนยอมคน โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ใช้อำนาจเงินกับความหล่อมาปั่นหัวคนอื่นแบบอาคเนย์ ยิ่งเห็นข้อความกวนประสาทนั่น เธอยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดขาดผึงลงทันที
"ไอ้บ้าอาคเนย์! อย่ามาหลงตัวเองให้มากนักไอ้รุ่นพี่เฮงซวย! แกคิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอวะ? ไปจีบสาวคนอื่นไป๊ อย่ามาเสียเวลาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับฉัน ฉันไม่ได้อยากได้ของขวัญราคาแพงหรือไอ้การดูแลจอมปลอมของแกสักนิด! ถ้าว่างมากก็ไปบริหารบริษัทพ่อแกไปนู่น อย่ามาบริหารความรู้สึกคนอื่นแบบมั่วๆ แบบนี้!"
พิมพ์เสร็จก็กดส่งอย่างสะใจโดยไม่ได้อ่านทวนสักรอบ รินรดาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษและอุปกรณ์วาดรูป เธอหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธที่ผสมปนเปไปกับความประหม่าที่อธิบายไม่ได้
ทว่า... ความเงียบงันในห้องสตูดิโอหลังจากนั้นกลับทำให้เธอเริ่มใจคอไม่ดี
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นเพียงครั้งเดียวสั้นๆ รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูด้วยใจที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด
*AK.Nattakit: งั้นเหรอครับ*
*AK.Nattakit: ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับคุณน้องปีหนึ่ง*
*AK.Nattakit: แต่พอดีพี่ชอบ ‘บริหาร’ เรื่องของรินคนเดียวมากกว่า*
"กรี๊ด! อีตาบ้าเอ๊ย!" รินรดาเกือบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งถ้าไม่ติดว่ามันราคาแพงเกินกว่าจะทำพังเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
"เป็นอะไรของเธอริน?" คิน เพื่อนสนิทที่เดินถือน้ำปั่นเข้ามาในสตูดิโอชะงักกึก มองเพื่อนสาวที่หน้าแดงก่ำเหมือนคนเป็นไข้ "ใครทำอะไรเธอ หรือว่าไอ้รุ่นพี่คนนั้นมันทำอะไรอีก?"
"คิน! ฉันพลาดแล้ว! ฉันเผลอกดรับแอดมัน แล้วฉันก็... ฉันก็พิมพ์ด่ามันไปชุดใหญ่เลย!" รินรดาคว้าแขนคินเขย่าจนน้ำปั่นในมืออีกฝ่ายเกือบหก "มันไม่โกรธสักนิด แถมยังกวนประสาทกลับมาอีก!"
คินทำหน้าสงสัย ก่อนจะชะโงกหน้ามามองหน้าจอ "เหรอ... แต่ดูท่าทางมันเหมือนไม่ได้ด่ากลับนะ เหมือนมันกำลัง ‘จีบ’ มากกว่า"
"จีบอะไรล่ะ! มันคือการคุกคามชัดๆ!"
ในขณะที่รินรดากำลังโวยวายอยู่นั้น หน้าจอไลน์ของเธอก็เด้งข้อความขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ข้อความตัวอักษรธรรมดา แต่เป็นรูปถ่ายที่ทำให้ลมหายใจของเธอหยุดชะงักไปครู่ใหญ่
มันเป็นรูปภาพถ่ายจากมุมสูงในร้านกาแฟประจำของคณะ เธอเห็นตัวเองในรูป กำลังนั่งหัวฟูง่วนอยู่กับแบบแปลนด้วยท่าทางที่ดูยุ่งเหยิงที่สุดในชีวิต
*AK.Nattakit: ถ่ายตอนรินตั้งใจทำงานแบบนี้... ก็น่ารักดีนะครับ*
*AK.Nattakit: อย่าเพิ่งบล็อกพี่เลยนะ เพราะของขวัญที่ส่งไปให้ที่หน้าคณะน่ะ... พี่อยากให้รินเห็นด้วยตาตัวเองมากกว่า*
รินรดารีบพุ่งตัวไปที่หน้าต่างสตูดิโอซึ่งมองลงไปเห็นลานคณะสถาปัตย์เบื้องล่าง หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อเห็นกลุ่มคนมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ตรงกลางลานกว้าง ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เธอเห็นร่างสูงโปร่งของอาคเนย์ในชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบยืนเด่นอยู่ท่ามกลางสายตาทุกคน
เขาไม่ได้มองดูใคร แต่มองตรงขึ้นมาที่หน้าต่างชั้นสาม ซึ่งเป็นจุดที่รินรดายืนอยู่พอดี!
เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู พร้อมกับขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง แต่คนสายตาสั้นอย่างรินรดากลับอ่านปากเขาออกได้อย่างแม่นยำ
‘ลงมาหาพี่หน่อย... ก่อนที่พี่จะเดินขึ้นไปหาเอง’
รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับขอบหน้าต่าง มือเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้นและกดดัน เธอไม่ได้กลัวเขา แต่เธอ ‘แพ้’ จังหวะรุกที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้อย่างราบคาบ
"มันมาถึงข้างล่างแล้ว... คิน มันมาจริงๆ!" เธอพึมพำเสียงสั่น
"ใคร? อาคเนย์น่ะเหรอ?" คินรีบวิ่งไปดูหน้าต่างบ้างก่อนจะตาโต "เฮ้ย! ริน! นั่นมันกล่องของขวัญหรือกล่องอะไรวะ? ใหญ่ขนาดนั้นน่ะ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นมาจากข้างล่าง รินรดามองเห็นอาคเนย์ค่อยๆ เดินตรงมาที่บันไดทางขึ้นตึกคณะ พร้อมกับกล่องสีขาวผูกโบว์สีน้ำเงินขนาดใหญ่ในมือที่สะกดทุกสายตา
เธอรู้ดีว่าถ้าเขาเดินขึ้นมาถึงห้องนี้ ความสงบสุขในชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งของเธอจะจบลงทันที แต่เธอกลับขยับขาหนีไม่ได้เลย
"ริน! เขาเดินมาแล้วนะเว้ย!"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยเริ่มดังใกล้เข้ามาจากโถงทางเดินชั้นล่าง รินรดารู้สึกเหมือนเวลากำลังหมุนช้าลง...
*ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูห้องสตูดิโอที่เปิดอ้าอยู่ดังขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลัง อาคเนย์ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"รินครับ..." เขากวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่เธอคนเดียว "พี่บอกแล้วใช่ไหมครับ ว่าพี่ไม่ชอบรอนาน"
รินรดาเผลอกลั้นหายใจ เตรียมจะอ้าปากด่าสวนกลับไปอย่างที่ใจคิด แต่ทว่าสายตาของอาคเนย์กลับเลื่อนลงไปมองแบบแปลนที่เธอกำลังวาดค้างไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"ฝีมือการวาดของริน... สวยกว่าที่พี่คิดไว้เยอะเลยนะครับ" เขาเดินตรงเข้ามาหาโดยไม่สนใจสายตาของใคร "แต่น่าเสียดาย... ที่เส้นตรงนี้ รินลากผิดไปหนึ่งมิลลิเมตรนะ"
เขาวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะข้างๆ แบบแปลนของเธอ ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูจนรินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"สนใจให้พี่ช่วย ‘สอน’ ลากเส้นใหม่... ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปไหมครับ?"
ทุกอย่างดูเหมือนหยุดหมุน รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนเข้ามุมมืดที่สวยงามที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา และก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งตัว เขาก็ยื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้... พร้อมกับล็อกประตูห้องสตูดิโอจากด้านในต่อหน้าต่อตาเพื่อนทั้งกลุ่มของเธอ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับทุกจังหวะหัวใจของพวกเขานะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
วุ่นนักรุ่นพี่สายเปย์ กับน้องปีหนึ่งสายเท•ตอนที่ 3
แชตเดือดที่แอดไลน์ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนักรุ่นพี่สายเปย์ กับน้องปีหนึ่งสายเท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
