กลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำไม่เคยทำให้พราวรู้สึกผ่อนคลาย แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นความโกรธที่อัดแน่นจนสั่นสะท้านไปทั่วปลายนิ้ว เธอยืนพิงผนังเย็นเยียบ จ้องมองร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีด ลีโอในชุดเชิ้ตสีขาวที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนคราบเลือดดูเหมือนราชสีห์ที่พ่ายแพ้ให้กับเกมเดิมพันโง่ๆ ของตัวเอง
“คุณทำบ้าอะไรลงไปคะ ลีโอ”
น้ำเสียงของพราวนิ่งสนิท แต่มันกลับทรงพลังและกดดันมากกว่าการตะโกน เธอไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว เธอต้องการคำอธิบายถึงความไร้สติที่ทำให้เขาเอาชีวิตไปเสี่ยงกับกลุ่มอิทธิพลมืดเพียงลำพัง
ลีโอเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมคายที่เคยมีประกายเจ้าชู้บัดนี้หม่นแสงลงเล็กน้อย เขาขยับกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำด้วยความยากลำบาก “ผมไม่ได้ไปเพื่อตาย พราว ผมไปเพื่อเอาหลักฐานที่ธามใช้แบล็กเมล์บริษัทคืนมา ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น เราก็ไม่มีทางชนะคดีนี้ในสัปดาห์หน้า”
“เราเป็นทนายค่ะ! ไม่ใช่หน่วยคอมมานโด” พราวก้าวเข้าไปหาเขา กดฝ่ามือลงบนขอบเตียงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าให้รอการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ แล้วนี่อะไรคะ? รอยกระสุนเฉี่ยวที่ไหล่เนี่ยนะคือผลงานของซีอีโอที่ฉลาดที่สุดในตลาดหลักทรัพย์เหรอ?”
ลีโอยกยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่พราวเกลียดนัก เพราะมันคือรอยยิ้มที่เขามักใช้เพื่อลดทอนความสำคัญของเรื่องคอขาดบาดตาย “ถ้าผมตายไป คุณก็จะได้เป็นอิสระจากภาระอย่างผมไงครับ หรือว่า... คุณแอบห่วงผมขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะ?”
“อย่าสำคัญตัวผิดค่ะ” พราวถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสวยคู่นั้นวาวโรจน์ “ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกความของฉันตายก่อนจะจ่ายค่าจ้างให้เสร็จสิ้นเท่านั้นเอง”
คำพูดของเธอกรีดแทงลงไปกลางใจของเขา ลีโอหุบยิ้มทันที ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องจนแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนแม้จะปวดร้าวไปทั้งร่าง เขาเดินตรงเข้ามาหาพราว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาระดมเข้าที่ใบหน้าของเธอ กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นเลือดจางๆ ทำให้สัญชาตญาณของพราวกรีดร้อง
“ถ้าคุณไม่อยากให้ผมตาย” ลีโอโน้มตัวลงมา กระซิบชิดใบหู “ก็เลิกทำเป็นเย็นชาใส่ผมเสียที พราว... ความโกรธของคุณมันน่ามองกว่ารอยยิ้มจอมปลอมนั่นเยอะ”
เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแต่ไม่รุนแรง ก่อนจะดึงร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างปะทะกับแผงอกของเขา พราวเบิกตากว้าง ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พยายามควบคุม มือของเธอยันแผงอกของเขาไว้ แต่ความแข็งแกร่งและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนตรงหน้ากลับทำให้เธอโอนอ่อนโดยไม่รู้ตัว
“ลีโอ... ปล่อยค่ะ”
“ไม่ปล่อย” เขาตอบเสียงพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น “ผมเกือบตายมาแล้วนะพราว ผมมีสิทธิ์ที่จะทวงรางวัลจากคุณไหม?”
สัมผัสจากริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาที่ประทับลงมาตรงจุดชีพจรทำให้พราวสั่นสะท้าน เธอพยายามจะผลักไส แต่ลีโอกลับโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้น พลิกร่างบางจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับประตูห้องพักที่ปิดสนิท มือหนาเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและอารมณ์ที่พรั่งพรู
จูบของเขาไม่ได้นุ่มนวล มันคือการเรียกร้อง เป็นการย้ำเตือนถึงความเป็นเจ้าของและเป็นระบายความอัดอั้นที่เขาเพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้ พราวหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ร้อนแรงนั้น ลิ้นร้อนไล้ต้อนไปทั่วโพรงปากอย่างจาบจ้วง มือของเธอบีบไหล่เขาแน่น—จุดที่เขามีแผลสด ทำให้ลีโอครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวดสลับกับความซ่านสยิว
“พราว...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเมื่อถอนจูบออกเพียงเล็กน้อย หน้าผากชนกับหน้าผาก ลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ประสานกัน “คุณรู้ไหมว่าในวินาทีที่ผมโดนล้อม... สิ่งเดียวที่ผมคิดถึง ไม่ใช่บริษัท ไม่ใช่เงินทอง แต่มันคือใบหน้าของคุณที่ดุผมด้วยความห่วงใยแบบนี้แหละ”
พราวลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาของเธออ่อนแสงลงเหลือเพียงความรวดร้าวที่ซ่อนอยู่ “คุณมันคนเห็นแก่ตัว ลีโอ... คุณไม่รู้เลยเหรอว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป โลกของฉันมันจะพังแค่ไหน”
คำสารภาพแผ่วเบานั้นเหมือนกุญแจที่ปลดล็อกหัวใจของลีโอ เขาโอบกอดเธอแน่นขึ้น ราวกับจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาในค่ำคืนนี้
ทว่า ความซาบซ่านกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่จังหวะของพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่เป็นจังหวะที่หนักแน่นและจงใจ
มือถือของพราวในกระเป๋ากางเกงสั่นรัว เธอหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่ยังสั่นเทา ข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตนปรากฏบนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายเพียงภาพเดียว... ภาพหลักฐานชิ้นสำคัญที่ลีโอเพิ่งเสี่ยงตายไปแย่งชิงมา แต่มันกลับอยู่ในมือของคนอื่น
‘ทายซิว่าของเล่นชิ้นใหม่ของคุณ... ราคาเท่าไหร่?’
พราวหน้าซีดเผือด เธอผลักลีโอออกทันที “ลีโอ... มีคนรู้ว่าคุณได้หลักฐานมาแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้อยู่ที่คุณแล้ว”
ลีโอหรี่ตาลง ประกายความโกรธแค้นแล่นริ้วในดวงตา เขาเดินไปที่หน้าต่างของห้องพักมองลงไปเบื้องล่าง เห็นรถยนต์คันสีดำที่คุ้นตาจอดนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างใจเย็น... สามครั้งเท่ากัน เหมือนเป็นการประกาศตัวว่า ‘ศัตรู’ มาถึงหน้าห้องแล้ว
ประตูค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับร่างของธามที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่พราวรู้จักดี
"หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะช่วงเวลาสวีทของพวกคุณนะ... แต่ดูเหมือนคืนนี้ จะมีเรื่องสนุกกว่าการจูบกันเยอะเลยนะครับ"
มิดไนท์คิสหวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังไม่วางมือจากหน้าจอนะคะ เพราะเกมที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในตอนหน้าค่ะ!
สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ•ตอนที่ 22
รอยร้าวชั่วคราว
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!