สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ•ตอนที่ 4

รอยแผลที่ถูกซ่อนไว้

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กรูเข้ามาประชิดหน้าประตูห้องทำงาน ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่คนทั้งคู่เท่ากับประกายไฟในดวงตาที่กำลังสบประสานกันในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวับวาบสาดส่องร่างของเราให้ทาบทับอยู่บนเงาเบลอของความโกลาหล "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำลึกของลีโอแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาด มือหนาคว้าข้อมือเรียวของฉันไว้แน่นก่อนที่ฉันจะทันได้ก้าวถอยหลัง แรงดึงนั้นกระชากฉันเข้าหาแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ในสถานการณ์ที่ระบบรักษาความปลอดภัยถูกเจาะและภัยคุกคามกำลังพังประตูเข้ามา ลีโอกลับไม่ได้สนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มืดดับลง เขากลับดันร่างฉันเข้าไปหลบชิดมุมอับหลังชั้นหนังสือบิวท์อินขนาดใหญ่ ร่างสูงทาบทับลงมาเพื่อบังตัวฉันไว้มิดชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จากวิสกี้ราคาแพงที่ดื่มเคลียร์กันไปเมื่อครู่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายอันตรายรอบตัว ปังก! เสียงถีบประตูห้องทำงานดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ากรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แสงไฟฉุกเฉินกราดส่องไปทั่วห้อง ทว่าพวกมันไม่ทันสังเกตเห็นเงาของเราที่กลืนหายไปกับมุมมืด สายตาของฉันสะท้อนภาพใบหน้าคมสันของลีโอที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้สติที่กระเจิงไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งเตลิดเปิดเปิง แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดุจนักล่าที่กำลังรอจังหวะขย้ำเหยื่อ นิ้วเรียวของเขาแตะริมฝีปากฉันเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้ส่งเสียง ทว่าความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างนี้ กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ทนายความมืออาชีพและซีอีโอผู้เย่อหยิ่ง แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนพุ่งพล่านสวนทางกับสถานการณ์ความเป็นความตายรอบตัว กลุ่มชายชุดดำใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีในการรื้อค้นเอกสารบนโต๊ะก่อนจะถอยรุดออกไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยที่ถูกตัดขาดให้เงียบลงอย่างกะทันหัน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความระอุที่อบอวลอยู่ระหว่างเรา เมื่อสิ้นเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ลีโอยังคงไม่ขยับตัวออกห่าง เขาก้มลงมองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่สายตาของความเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความเวิ้งว้าง ดิบ และโหยหา "คุณปลอดภัยแล้ว... พราว" เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "แต่คุณกำลังทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยสักนิด... คณิน" ฉันสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้ปากจะเอ่ยเตือน แต่มือกลับเผลอขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกราบกรานมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจของฉัน ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย... งั้นก็ควรหาที่ยึดเหนี่ยวให้แน่นกว่านี้" สิ้นคำพูดนั้น ลีσόก็ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้โต้แย้ง ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดKขยี้ริมฝีปากฉันอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและร้อนรน ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอนอย่างน่าประหลาด ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยฉันไว้ไม่ให้หนีไปไหน ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้กลุ่มผม ลูบไล้อย่างทะนุถนอมราวกับฉันเป็นสิ่งเปราะบางที่สุดในโลก รสชาติของแอลกอฮอล์ น้ำตาแห่งความอัดอั้น และความหวาดกลัวที่ถูกแปลงเป็นความเร่าร้อน หลอมรวมกันจนแยกไม่ออก แรงดึงดูดระหว่างเราในค่ำคืนนี้รุนแรงเกินกว่ากฎเกณฑ์ทางศีลธรรมใดๆ จะเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ฉันส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททนายความทางการ ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกผิดที่เคยมีถูกปัดเป่าทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของฉันออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสีแดงฉาน "หยุด... อื้อ... ลีโอ" ฉันพยายามรวบรวมสติครั้งสุดท้ายผลักอกเขาเบาๆ "ผมหยุดไม่ได้แล้ว พราว..." เขาคำรามเบาๆ ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "คุณก็รู้... ว่าเราต่างก็โหยหาสิ่งนี้เหมือนกัน" ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของอดีตที่แหลกสลาย—แววตาที่ปิดตายมานานนับปี บัดนี้กลับเปิดเปลือยความเปราะบางออกมาให้ฉันได้เห็นเป็นครั้งแรก และนั่นคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดที่ทำให้เกราะป้องกันทั้งหมดของฉันพังทลายลง บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเปลี่ยนเป็นเวทีแห่งความเร่าร้อนและเปลี่ยวเปล่า ลีโอดึงฉันขึ้นไปนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสีแดงสาดส่อง ร่างกายของเราแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิวเมื่อสัมผัสอันลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อนและดุดัน ไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหอบหายใจ เสียงครางแผ่วเบาด้วยความสุขสม และสัมผัสอันร้อนแรงที่ตักตวงความปรารถนาจากกันและกันอย่างไร้ขีดจำกัด ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความโหยหา ทุกสัมผัสคือการเยียวยารอยแผลเป็นที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของคนทั้งคู่ เราต่างเป็นเหยื่อและผู้ล่าในเกมแห่งความรักที่ไม่มีวันหวนกลับ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ อาจล่วงรู้ได้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของกันและกัน ฉันนอนซบอยู่บนแผงอกเปลือยเปล่าของเขา ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหัวใจของเขาอย่างเหม่อลอย "แผลเป็นนี่... มันมาจากวันนั้นใช่ไหม" ฉันเอמהถามทำลายความเงียบ เสียงแหบพร่าเล็กน้อย ลีโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นกุมมือฉันไว้แน่น สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยใต้ฝ่ามือ "วันพายุโหมกระหน่ำในคืนที่ผมสูญเสียทุกอย่าง... ครอบครัวของผม รถที่พลิกคว่ำ และพี่ชายที่ปกป้องผมไว้จนลมหายใจสุดท้าย" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกจนน่าใจหาย "ผมรอดมาได้เพราะความผิดบาปที่ผมพาเขาไปในวันนั้น" ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาในความมืด ดวงตาคู่คมคู่นั้นไหววับด้วยหยาดน้ำตาที่ถูกกลั้นไว้ไม่ให้ร่วงหล่น หัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างแรง—ผู้ชายที่หยิ่งผยองและเจ้าเล่ห์คนนี้ แท้จริงแล้วแบกรับความรู้สึกผิดมหาศาลไว้มาตลอดชีวิต "คุณไม่ได้ผิดสักหน่อย... คณิน" ฉันกระซิบแผ่วเบา พร้อมกับใช้มืออีกข้างประคองแก้มเขาไว้ ลูบไล้เบาๆ เพื่อปลอบประโยคที่เขาไม่เคยบอกใคร ลีโอจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง เขาก้มลงจูบหน้าผากฉันอย่างแผ่วเบา ราวกับจะกล่าวคำขอบคุณสำหรับความเข้าใจที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน "แล้วคุณล่ะ พราว..." เขาย้อนถามเสียงทุ้มต่ำ "รอยแผลในใจที่คุณสร้างกำแพงสูงลิบเพื่อปกป้องตัวเอง... มันเริ่มต้นจากใคร?" คำถามนั้นทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก ความเจ็บปวดที่พยายามฝังกลบไว้ใต้คราบทนายสาวมือฉกาจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันเม้มริมฝีปากแน่น กำมือที่วางอยู่บนอกเขาแน่นขึ้น "ธาม..." ฉันเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย "ผู้ชายคนที่สอนให้ฉันรู้ว่า... ความไว้วางใจ คืออาวุธที่คมที่สุดที่สามารถย้อนกลับมาแทงข้างหลังเราได้" บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงทันทีเมื่อชื่อของอดีตคู่หมั้นถูกเอמהถึง ลีโอขมวดคิ้วมุ่น แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบทันทีเมื่อตระหนักได้ถึงความเชื่อมโยงอันตรายบางอย่าง ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่จู่ๆ ก็เปิดขึ้นเองก็ดัง "ติ๊ด!" ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลง หน้าจอสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความวิดีโอคอลล์จากเบอร์แปลกที่ไม่มีการระบุตัวตน ลีโอดึงฉันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปกดรับสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ภาพบนหน้าจอไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น **ธาม** ที่กำลังนั่งจิบไวน์อยู่ในห้องทำงานหรูหราฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคายของเขา ก่อนที่เขาจะเอמהประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเราเย็นเฉียบ *"หวังว่าค่ำคืนนี้... แฟ้มคดีลับที่คุณพยายามตามหา จะทำให้พวกคุณสนุกจนลืมดูว่า... ของจริงมันไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วนะ ลีโอ, พราว"* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยแผลอันลึกซึ้งและเกมหัวใจที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%