เอกสารข้อตกลงประนีประนอมยอมความถูกพับปิดลงด้วยปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย—น้อยเสียจนหากไม่สังเกตด้วยความคุ้นเคยอย่างลึกซึ้ง ก็คงไม่มีทางมองเห็นรอยร้าวบนกำแพงน้ำแข็งที่พราวพิลาสเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
"คุณกำลังวิ่งหนีพราว... ทั้งที่ในศาล คุณไม่เคยถอยให้ใครเลยสักครั้ง"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าหยวนและร่องรอยของความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นจากชายหนุ่มผู้มีเรือนร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่า ลีโอยืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ของสำนักงานกฎหมายชั้นสามสิบห้า สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นจับจ้องร่างบางที่กำลังเก็บแฟ้มเอกสารเข้าตู้ด้วยท่าทางรีบร้อนเกินความจำเป็น
พราวพิลาสไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา เข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน แต่วันนี้ไม่มีใครยอมกลับบ้าน "ฉันไม่ได้วิ่งหนีค่ะคุณลีโอ ฉันแค่กำลังจัดลำดับความสำคัญของคดีนี้ให้ถูกต้อง... และความสัมพันธ์ระหว่างเรา มันไม่ได้อยู่ในสำนวนคดีที่คุณต้องมาใส่ใจ"
"แต่ 'ความรู้สึก' มันอยู่นอกเหนือเขตอำนาจศาล พราว" ลีโอสาวเท้าเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนรุ่มเฉพาะตัวโชยเข้าปะทะนาสิกจนทนายสาวต้องกลั้นหายใจ ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างขอบโต๊ะทำงานกับแผงอกกว้าง "คุณกลัวอะไร กลัวว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ หรือกลัวว่าหัวใจที่คุณปิดตายไว้ จะต้านทานผู้ชายอย่างผมไม่ไหวกันแน่"
พราวเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่ตีรวนอยู่ในอก "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณลีโอ ฉันเป็นทนาย ไม่ใช่นักบุญที่จะคอยเยียวยาปมในใจให้ใคร และที่สำคัญ... เราตกลงกันแล้วว่านี่คือความร่วมมือทางธุรกิจ"
"ธุรกิจงั้นเหรอ?" ลีโอหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความอันตราย นิ้วเรียวแข็งแรงเอื้อมมาแตะปลายคางมน บังคับให้เธอเงยขึ้นรับสัมผัส "มีธุรกิจไหนที่จูบกันด้วยความรู้สึกแบบนั้นบ้างล่ะ พราว... บอกผมสิ ว่าตอนที่ริมฝีปากเราแตะกันเมื่อคืน คุณคิดถึงแค่เรื่องคดีความจริงๆ"
สัมผัสอุ่นจัดที่ปลายคางส่งกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง พราวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอรู้ดีว่ายิ่งถอย ยิ่งแสดงอาการตื่นกลัว ลีโอจะยิ่งรุกคืบเข้ามาจนเธอไม่เหลือพื้นที่หายใจ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นด้วยคดีความและความเจ็บปวดในอดีตกำลังสั่นคลอนอย่างน่ากลัว
"คุณมันเจ้าเล่ห์..." เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างรวบเอวบางเข้ามาชิดแนบเนื้อ จนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากแผงอกแกร่งที่สะท้อนตามจังหวะลมหายใจ
"ผมแค่ซื่อตรงต่อความต้องการของตัวเอง... ในขณะที่คุณกำลังโกหกทั้งผม และที่สำคัญที่สุด คุณกำลังโกหกหัวใจตัวเอง พราวพิลาส"
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะโน้มลงมาประทับย้ำเน้นที่มุมปากอย่างจงใจ รสสัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในคราวเดียวกันทำเอาสมองของเธอขาวโพลน มือเรียวที่เคยถือแฟ้มเอกสารมั่นเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน เปรียบเสมือนแม่เหล็กต่างขั้วที่ถูกเหวี่ยงเข้าหากันด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล
ลีโอไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ตั้งตัว ปลายลิ้นร้อนล้ำแทรกซึมผ่านกลีบปากที่เผยอออกด้วยความตกใจ รสจูบที่ลึกซึ้งและเว้าวอนดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเธอให้หลุดลอย วินาทีนั้นไม่มีทนายสาวผู้ไร้พ่าย ไม่มีซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล มีเพียงคนสองคนที่ยอมจำนนต่อแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและบริสุทธิ์ที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กันในความเงียบสงัดยามวิกาล
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองเพล ลีโอบดเบียดริมฝีปากหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เรียรียวแขนแข็งแรงยกอุ้มร่างบางขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่ยอมผละจูบออกแม้แต่วินาทีเดียว พราวกอดรอบลำคอแกร่งแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ปลายนิ้วจิกเกาะลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวสะโพกและแผ่นหลังปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งทะยานจนเกินกว่าจะควบคุม
แต่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความเร่าร้อนที่กำลังเผาผลาญสติสัมปชัญญะ เสียงเตือนภัยในใจของพราวก็กรีดร้องขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอเป็นคนกำหนดเกม... เธอยอมให้มันเกินเลยไม่ได้เด็ดขาด
ทนายสาวรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ดันอกกว้างออกห่างพร้อมกับหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคู่สวยคลอด้วยหยาดน้ำใสจากอารมณ์ที่ค้างเติ่งแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง "พอค่ะ... ลีโอ พอแค่นี้"
ลีโอหยุดชะงัก ลมหายใจของเขาก็ติดขัดไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบและใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความปรารถนาอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณยังจะปฏิเสธผมได้อีกเหรอ พราว... ร่างกายของคุณมันตอบสนองผมชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเสียอีก"
"เพราะฉันเป็นมนุษย์ค่ะ... มีความรู้สึก มีความอ่อนแอ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้คุณเข้ามาทำลายเกราะป้องกันสุดท้ายที่มี" พราวเสียงสั่นเล็กน้อยขณะดันตัวเองลงจากโต๊ะ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา "เราจบแค่นี้เถอะค่ะ... และพรุ่งนี้ ในห้องพิจารณาคดี เราคือคู่กรณีที่ต้องห้ำหั่นกัน"
เธอกำลังจะก้าวเดินเลี่ยงไปหยิบกระเป๋าบนเก้าอี้ ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเธอกลับดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้อง
ลีโอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงเบอร์โทรเข้า ความเย้ายวนในแววตาก็พลันมลายหายไป กลายเป็นความเย็นชาที่คมกริบดุจใบมีด
พราวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชื่อของ 'ธาม' ปรากฏเด่นหร่าบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามเข้ามาติดๆ ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกัก
*'หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คุณตามหา... ตอนนี้มันอยู่ในมือผมแล้ว พราวพิลาส อยากรู้ไหมว่าใครคือคนหักหลังคุณตัวจริง'*
พราวหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจขณะเงยหน้าขึ้นสบตากับลีโอที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความหนาทึบและอันตรายขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อเกมกระดานนี้กำลังจะพลิกผันในเสี้ยววินาที
***
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครทุกมิตินะคะ)
สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ•ตอนที่ 14
รุ่งอรุณแห่งความไม่แน่นอน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!