เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะพิจารณาคดีไม้สักทองดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงพิพากษาเบื้องต้น บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของความตึงเครียด
"ข้อหานี้มันไร้สาระสิ้นดี ทนายธาม..." พราวพิลาสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของหล่อนเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมจะกรีดเฉือนคู่ต่อสู้ให้ย่อยยับได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "การกล่าวหาว่าลูกความของดิฉันจงใจปกปิดทรัพย์สินในเครือบริษัทโฮลดิ้ง เป็นเพียงกลเกมสกปรกที่คุณกุขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถในการสืบพยานของคุณเองต่างหาก"
ธามแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีในฐานะทนายความมือหนึ่งของตระกูลคู่แข่ง เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือด้วยความเหยียดหยามจงใจหลุดลอดออกมา
"ระวังคำพูดหน่อยจะดีกว่านะครับ... อ้อ ขออภัย ดิฉันลืมไปว่าคุณพราวคงกำลังร้อนรน เพราะคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ลูกความทางธุรกิจธรรมดาๆ หรอกกระมัง?" ธามจงใจเว้นจังหวะให้คนในห้องได้ยินชัดเจน "ข่าวฉาวเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทนายสาวผู้ผดุงความยุติธรรมกับซีอีโอหนุ่มเลือดร้อน... มันทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณสั่นคลอนไปถึงไหนแล้วล่ะพราว?"
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุม ทว่าในความเงียบนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ พราวพิลาสไม่สะท้าน หล่อนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงเข้ม
"เรื่องส่วนตัวของดิฉัน จะมีค่าหรือไร้ค่าแค่ไหน ก็ยังดีกว่าคนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกซื้อพยานปากเอกเพื่อพลิกคดี... หวังว่าคุณจะเตรียมหลักฐานมาแก้ต่างในชั้นศาลจริง ไม่ใช่เอาแต่เห่าหอนด้วยเรื่องซุบซิบไร้สาระแบบนี้นะคะ ทนายธาม"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้ธามหุบยิ้มฉับ ดวงตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นในทันที ทว่าก่อนที่การปะทะฝีปากจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงก้าวเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูทางเข้าห้องพิจารณาคดี
ลีโอก้าวเข้ามาด้วยสูทสีชาโคลเข้ารูป รัศมีคุกคามรอบตัวแผ่ซ่านจนผู้คนรอบข้างต้องรีบหลบทาง ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกควบคุมไว้อย่างแนบเนียน ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างพราวพิลาสอย่างอารักขา มือหนาเอื้อมแตะข้อศอกเรียวของหญิงสาวแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นพอที่จะประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจ
"พอได้แล้วมั้งครับ... ทนายธาม" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "ถ้าคุณว่างมากจนต้องเอาเวลามาสืบเรื่องส่วนตัวของภรรยา... เอ๊ย ลูกความของผม ผมเกรงว่าคุณควรจะเอาเวลาสมองอันน้อยนิดนั้นไปเตรียมตัวแพ้คดีในวันพรุ่งนี้เสียจะดีกว่า"
ธามหรี่ตามองมือที่เกาะกุมกันอยู่ของทั้งคู่ รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นอีกครั้ง "โอ้ ดูเหมือนท่านซีอีโอจะหวงก้างน่าดูนะครับ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมแบบนี้ ถ้าวันหนึ่งมันถูกเปิดโปงขึ้นมา คนที่จะพังไม่ใช่ผม... แต่คือผู้หญิงที่คุณยืนปกป้องอยู่นั่นต่างหาก"
"ไสหัวไปซะ" ลีโอคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาดุดันจ้องเขม็งจนธามต้องยอมถอยฉากออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน ทิ้งไว้เพียงความระอุที่ยังคงค้างเติ่งในอากาศ
เมื่อลับร่างของคู่ปรับ ลีโอก็หันขวับมาหาทนายความสาวทันที แรงหึงหวงและกรุ่นโกรธที่อัดอั้นมาตลอดการฟังการไต่สวนระเบิดออกมาเป็นน้ำเสียงแข็งกร้าว
"ใครอนุญาตให้เธอไปยืนปะทะคารมกับมันสองต่อสองแบบนั้นฮะพราวพิลาส!" ลีโอตวาดเบาๆ อย่างเหลืออด มือหนาบีบเข้าที่ต้นแขนของหล่อนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "เธอคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน ถึงกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับไอ้สารเลวนั่น!"
พราวพิลาสขมวดคิ้ว หล่อนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างดุดันไม่แพ้กัน
"อย่ามาโวยวายใส่ฉันนะลีโอ! นี่มันคือวิชาชีพของฉัน หน้าที่ของฉัน! ฉันจัดการเองได้โดยไม่ต้องให้คุณมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้!"
"ฉันไม่ได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ!" ลีโอสวนกลับทันควัน หน้าคมสันตึงเครียดขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "แต่ฉันทนไม่ได้ที่เห็นมันใช้สายตาน่าขยะแขยงมองเธอ พูดจาดูถูกเธอแบบนั้น! เธอไม่รู้หรือไงว่ามันจงใจลากเธอลงมาในเกมสกปรกนี้เพื่อทำลายเธอให้พังคามือฉัน!"
"แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวเหรอ?!" พราวพิลาสสวนกลับ เสียงของหล่อนสั่นพร่าด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ตีรันวนอยู่ในอก "ฉันผ่านอะไรมาเยอะกว่าที่คุณคิดลีโอ! ฉันไม่ใช่เด็กสาวในทุ่งลาเวนเดอร์ที่ต้องรอให้คุณมาปกป้องตลอดเวลา!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่ศาลที่เริ่มเหลือบมอง ลีโอหายใจหอบกระชั้น หน้าอกแกร่งกระกระแทกขึ้นลงตามแรงอารมณ์ เขารู้ว่าหล่อนเก่ง หล่อนเด็ดเดี่ยว และหล่อนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ความคิดที่ว่าผู้หญิงคนนี้อาจตกอยู่ในอันตรายเพราะเขา... มันทำให้สติสัมปชัญญะของซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งแทบจะขาดผึ่ง
ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนพราวต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ลีโอยกมือขึ้นยันผนังล้อมกรอบร่างบางไว้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความร้อนรุ่มของร่างกายแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
"ใช่... เธอมันเก่ง เธอมันแข็งแกร่งจนบางทีฉันอยากจะจับเธอมาฟาดให้หายดื้อนัก" ลีโอกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและหึงหวงที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก "แต่จำใส่สมองของเธอไว้เลยนะพราว... ถ้าไอ้หน้าไหนมันกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว มันต้องข้ามศพฉันไปก่อน"
หัวใจของพราวพิลาสกระตุกวูบ กระแสความร้อนแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วสันหลังอย่างควบคุมไม่ได้ หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งที่หล่อนสร้างขึ้นมานานปี
ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะแปรเปลี่ยนเป็นรสสัมผัสที่ร้อนแรงกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของลีโอก็แผדเสียงแหลมขึ้นทำลายบรรยากาศ
ซีอีโอหนุ่มสบถอย่างหัวเสียในลำคอ ก่อนจะควักเครื่องมือสื่อสารออกมาด้วยมือเดียว ขณะที่สายตายังคงไม่ละไปจากเรียวปากอิ่มสีแดงสดของหญิงสาว ทว่าทันทีที่เขาเหลือบมองหน้าจอแสดงผล สีหน้าดุดันและกรุ่นโกรธเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงระคนเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที
พราวพิลาสสังเกตเห็นความผิดปกติ หล่อนขมวดคิ้ว "ใครโทรมา?"
ลีโอเงยหน้าขึ้นมองหล่อน ดวงตาคู่นคมฉายแววอันตรายที่หล่อนไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุกเมื่อเอ่ยคำพูดประโยคถัดมา
"เลขาฯ ของฉันโทรมา... เขาบอกว่า ตู้นิรภัยส่วนตัวในห้องทำงานของฉันที่บริษัท ถูกงัดเรียบร้อยแล้ว... และเอกสารสำคัญชิ้นเดียวที่จะล้มคดีนี้ได้ หายไปอย่างไร้ร่องรอย"
- มิดไนท์คิส -
สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ•ตอนที่ 10
สงครามประสาทสองขั้ว
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!