"บอกว่าอย่าแตะบรรทัดนี้ไงคะคุณประธาน! โค้ดตรงนี้มันไม่ได้รั่วเพราะลอจิกของฉัน แต่มันรั่วเพราะอีโก้ของคุณต่างหากล่ะที่มันใหญ่เกินความจำเป็น!"
เสียงกระแทกนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดกลไกดังลั่นห้องแล็บชมรมเกม จนเจ้าของโต๊ะฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องเลิกคิ้วสูง คินน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้เกมมิ่งราคาแพง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองหน้าจอที่มีโค้ดสีแดงพาดผ่านพรึบราวกับเตือนภัยระดับชาติ เขาไม่ได้มีทีท่าเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิด ตรงกันข้าม... รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมานั่นแหละค่ะที่มันน่าหมั่นไส้เสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
"ปากแจ๋วจังนะพายพาย... ตื่นมาทำงานวันแรกก็เปิดฉากใส่ฉันซะไฟลุกท่วมจอเลย หิวคาปูชิโน่สักแก้วไหม หรือว่าหิวคำชมจากโปรแกรมเมอร์มือหนึ่งอย่างฉันมากกว่ากันแน่ล่ะหึ"
คินน์ลอยหน้าลอยตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ทำเอาเส้นเลือดขมับของฉันเต้นตุบๆ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อไม่ให้เผลอยกแก้วกาแฟสาดหน้าไอ้คนปากเสียตรงหน้า พายพายคนนี้อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาเริ่มต้นฝึกงานวันแรกในฐานะเกมดี자이너และโค-โปรดิวเซอร์ของชมรม แต่ใครจะไปคิดล่ะคะว่าฟ้าดินจะกลั่นแกล้งให้ฉันต้องมานั่งร่วมโต๊ะปะทะคารมกับอีตาคินน์ ประธานชมรมวิศวะคอมพิวเตอร์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและกวนบาทาสมชื่อ
"เชิญเก็บคำชมเชยหลงตัวเองนั่นไว้ใช้ตอนเขียนบักแก้ปัญหาตัวเองเถอะค่ะ!" ฉันแค่นเสียงฮึดฮัด สะบัดหน้าหนีแล้วก้มลงรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์เพื่อแก้โครงสร้างดาต้าเบสที่ถูกรื้อทิ้งเละเทะเมื่อครู่ "แล้วก็เลิกเรียกฉันว่า 'พายพาย' แบบสนิทสนมได้แล้ว เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นค่ะคุณคินน์"
"้าว... ก็เมื่อคืนใครกันนะที่พิมพ์แชตมาบอกว่า *'ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมของผมนะ... พายพาย'* อ้าว โทษทีๆ อันนั้นมันประโยคของฉันเองนี่หว่า ลืมไปว่าเธอเป็นฝ่ายแคปหน้าจอเก็บไว้ฟ้องเพื่อนสนิทอย่างยัยมายด์ต่างหากล่ะ"
ให้ตายเถอะค่ะ! ผู้ชายอะไรหน้าด้านหน้าทนเป็นที่สุด! ฉันร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงสมองส่วนหน้า หรือเป็นเพราะความอับอายที่ดันเผลอไปจำประโยคบอกเล่ากำกวมนั่นฝังหัวกันแน่
บรรยากาศในห้องแล็บช่วงบ่ายแก่ๆ ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมยังเคลียร์ตารางเรียนกันไม่เสร็จ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์และเสียงก๊อกแก๊กจากการพิมพ์งานเบาๆ ทว่าความเงียบนั้นกลับถูกคั่นด้วยสายตาแพรวพราวที่คินน์มักจะส่งข้ามฟากมาแซวอยู่เรื่อยๆ ยิ่งเขาแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวแล้วทำท่าทางเหมือนเด็กโดนขัดใจ ฉันก็ยิ่งอยากจะควAทุบโต๊ะสักทีให้หายหมั่นไส้
"ถ้ายังไม่เลิกกวนประสาท ฉันจะย้ายไปนั่งทำโปรเจกต์ที่ห้องสมุดนะคะคุณประธาน" ฉันขู่เสียงเขียว พร้อมกับกดเซฟไฟล์งานแล้วทำท่าจะปิดจอหนีจริงๆ
"โอ้โห ขู่เก่งเป็นแมวขู่ฟ่อเลยนะเนี่ย" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงอบอุ่นและนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหันจนฉันปรับอารมณ์แทบไม่ทัน เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของฉัน ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือจางกับกลิ่นกาแฟเย็นโชว์หึ่งเข้าจมูก "โอเคๆ ยอมแพ้แล้วครับคุณพายพายคนเก่ง... ไหน ลองเปิดบรรทัดที่สิบห้าให้ฉันดูซิ ว่าทำไมเธอถึงดื้อรั้นไม่ยอมรับลอจิกตรงนี้"
ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เสียจนฉันแทบจะหยุดหายใจ ขยับถอยหลังก็ไม่ได้เพราะติดพนักพิงเก้าอี้ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปหลายสังหวะอย่างน่าขายหน้าก็ตามที
"ก็... ก็ตรงนี้มันเรียกฟังก์ชันซ้ำซ้อนไงคะ ถ้าคุณเขียนลูปให้มันสั้นลง..." ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่นิ้วเรียวชี้ไปที่บรรทัดโค้ดบนหน้าจอเบี่ยงเบนความสนใจจากระยะห่างอันตรายนี่
คินน์เงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมทอดมองลงมาที่หน้าจอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาฉันตรงๆ รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่เลือนหายไป กลายเป็นแววตาพินิจพิเคราะห์ที่ลึกซึ้งและจริงจังจนน่าประหลาดใจ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา
"อืม... เธอนี่นะ ดื้อเป็นบ้าเลย" เขาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น "แต่... ก็เก่งใช้ได้เหมือนกันนี่ สมกับที่ยัยมายด์ป้ายยาฉันไว้ไม่หยุดหย่อน"
ฉันเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนเถียงกันเรื่องโค้ดเสียอีก ยัยมายด์นะยัยมายด์! ไปขายอะไรฉันให้ตาคนนี้ฟังบ้างก็ไม่รู้!
"รู้ตัวก็ดีค่ะ งั้นก็ถอยออกไปไกลๆ ได้แล้ว ฉันจะทำงานต่อ!" ฉันดันอกเสื้อเขาเบาๆ เพื่อระบายความเขินอายที่กำลังลามเลียไปทั่วพวงแก้ม คินน์ยอมผละตัวออกไปแต่โดยดี พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่ดังตามหลังมาอย่างอารมณ์ดี
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านกระจกใสของห้องแล็บเป็นสีส้มอมชมพูสวยงาม งานหน้าจอของฉันกับคินน์เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ความหัวร้อนในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบที่มีแต่เสียงจังหวะการทำงานร่วมกันอย่างเข้าขา ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาแก้ไขดีไซน์ตัวละครตัวสุดท้ายในโฟลเดอร์ โดยมีแก้วชาเขียวเย็นเจี๊ยบที่จู่ๆ คินน์ก็เดินไปซื้อมาวางไว้ให้บนโต๊ะตั้งไว้ข้างมือ
มือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่คว่ำหน้าอยู่ขึ้นมาดูเวลา นิ้วเรียวไถหน้าจอเช็คแชตกลุ่มของแก๊งเพื่อนสนิทตามความเคยชิน ทว่าจังหวะที่กำลังจะพิมพ์ข้อความบ่นเรื่องอีตาประธานจอมกวนประสาทให้ยัยมายด์ฟัง นิ้วเจ้ากรรมดันกดสลับแชตผิดพลาดไปกดโดนหน้าต่างแชตส่วนตัวของคนชื่อ 'Kinn' ที่เพิ่งคุยงานกันเมื่อครู่แทน!
หน้าจอแ시ตสีขาวสว่างวาบปรากฏช่องข้อความที่ค้างเติ่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน และด้วยความลนลานเพราะกลัวเขาจะหาว่าแอบส่อง ฉันรีบละลานละลักพิมพ์ข้อความออกไปโดยไม่ได้ดูว่าส่งหาใคร...
*[พายพาย]: รำคาญที่สุดเลยคนอะไรก็ไม่รู้ ขี้เก๊กแถมยังชอบทำให้คนอื่นใจเต้นอยู่เรื่อย หงุดหงิดชะมัด!*
กรี๊ดดดดดดด! ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นชื่อผู้รับเต็มสองตา! นิ้วรีบกดค้างเพื่อจะกดยกเลิกข้อความทันที แต่ทว่า...
*Rrrr...*
เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ดังขึ้นทันทีจากโทรศัพท์ของคนตัวสูงที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม คินน์ชะوักมือที่กำลังพิมพ์งาน เงยหน้าขึ้นมองฉันช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นทีละน้อย... ก่อนที่หน้าจอโทรศัพท์ของฉันจะสว่างวาบขึ้นพร้อมข้อความตอบกลับจากเขาที่ส่งเข้ามาติดๆ
*[Kinn]: หืม...? ใครทำให้คนปากเก่งใจเต้นเหรอครับพายพาย หรือว่า... หมายถึงฉัน?*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเติมเต็มรอยยิ้มในทุกๆ ตอนด้วยนะคะ พีชชี่เบอร์รี่รักรี้ดที่สุดเลยค่ะ!
เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับไอ้หนุ่มวิศวะปากเสีย•ตอนที่ 3
เกลียดกันแค่นี้พอไหม
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับไอ้หนุ่มวิศวะปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!