เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับไอ้หนุ่มวิศวะปากเสีย•ตอนที่ 5

กาแฟหนึ่งแก้วกับการสงบศึก

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"เลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้มาดูดพิษงูสักทีเถอะพายพาย ฉันไม่ได้จะพาเธอไปฆ่าหมกส้วมตึกวิศวะหรอกน่า" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของคินน์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดฮู้ดสีดำสนิทที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่กับพื้นพรมหนานุ่มของมุมลับชั้นสี่ ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือจางกับกลิ่นกระดาษเก่าและไอฟรุตตี้อ่อนๆ จากแคนดี้รสบลูเบอร์รี่ที่เขาเพิ่งแกะเข้าปากลอยมาแตะจมูก พายพายเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสายตาจ้องเขม็งไปยังไอ้หนุ่มวิศวะปากเสียตรงหน้า ราวกับว่าถ้าสายตาเธอกลายเป็นลำแสงเลเซอร์ หัวเกรียนๆ ของเขาคงทะลุเป็นรูโบ๋ไปสองรอบแล้ว ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่บัดซบที่สุดในสามโลก ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หลังจากที่ความลับสุดยอดของเธอ—การแอบย่องมาซ้อมมือสเต็ปเทพในโซนจำลองสถานการณ์ลับของห้องสมุดเพื่อเตรียมแข่งทัวร์นาเมนต์ใหญ่—ถูกคินน์จับได้คาหนังคาเขา แทนที่เขาจะเอาไปประจานในกรุ๊ปแชตคณะหรือแบล็กเมลให้เธอเสียหน้า กลับกลายเป็นว่าร่างสูงเจ้าเล่ห์นี่ลากแขนเธอ (ด้วยข้ออ้างหน้าด้านๆ ว่า *'ไม่อยากให้ห้องสมุดปิดแล้วโดนยามล็อกกุญแจขังไว้ด้วยกันสองต่อสอง'*) ให้เดินตามขึ้นมาบนมุมเงียบสงบที่สุดของห้องสมุดจนถึงป่านนี้ บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิทจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานครางหึ่งๆ แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบโครงหน้าคมคายของคินน์ที่กำลังนั่งไขว่ห้างเปิดแลეปท็อปคู่ใจ หน้าจอเรืองแสงสะท้อนดวงตาสาวคู่คมที่มองตรงมาที่เธออย่างพินิจพิจารณา "มองอะไรคะคุณประธานชมรม จะแทะโลมฉันทางสายตาอีกนานไหม หรือสมองกลวงๆ ของวิศวะคอมฯ คิดมุกเสี่ยวไม่ออก เลยต้องใช้ความเงียบกลบเกลื่อนความกาก" พายพายเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทาย พยายามซ่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อรู้ว่าตอนนี้... ทั้งห้องสมุดชั้นนี้มีแค่เธอกับเขาสองคนเท่านั้น คินน์หัวเราะในลำคอ หึ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเบาๆ อย่างนึกขัน เขายื่นมือหนามาหมุนปากกาในมือเล่นไปมา สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวที่นั่งกอดอกพองลมแกป่อง "ปากเก่งเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน สมแล้วที่เป็นสตรีมเมอร์สาวปากแจ๋วประจำทวิช... แต่แปลกแฮะ พอมานั่งมองเธอใกล้ๆ แบบไม่มีฟิลเตอร์กล้องสตรีมมิ่งเนี่ย เธอก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่หว่า" "หมายความว่าไงยะ!" พายพายโวยวายเสียงเบาแต่หน้าดำหน้าแดงด้วยความฉุนเฉียว "อยากหาเรื่องเหรอคินน์ อยากโดนฉันตบด้วยคีย์บอร์ดเรเซอร์สักฉาดไหม ถึงฉันจะตัวเล็กกว่าแต่แรงเตะปี๊บของฉันก็ยังหนักกว่าสมองเธอนะเว้ย!" "อ้าวๆ หยาบคายจังเด็กเร่ง" คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่พายพายเกลียดนักเกลียดหนาเพราะมันทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะทุกที "ฉันแค่วิจิตรศิลป์ในฐานะโปรแกรมเมอร์... เธอน่ะ เวลาตั้งใจเล่นเกมแล้วชอบกัดริมฝีปากตัวเองรู้ตัวป่ะวะ มันดู..." เขางดคำพูดไปดื้อๆ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายซุกซน พายพายรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูขึ้นมาฉับพลัน เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยอัตโนมัติ "มัน... มันทำไมยะ!" "เปล่า... แค่คิดว่าถ้าเอาเวลาไปกัดปากตัวเอง มาตั้งใจฟังฉันติวเทคนิคการวางแผนแท็คติกในเกมรอบชิงฯ เมื่อกี้ อาจจะทำให้เธอเลิกโง่เดินไปให้ทีมฝั่งตรงข้ามดักตบฟรีๆ ได้บ้าง" ให้ตายเถอะ! ไอ้หมอนี่มันเกิดมาเพื่อกวนประสาทชาวบ้านโดยเฉพาะจริงๆ สินะ! พายพายสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อนับหนึ่งถึงสิบในใจ เธอสะบัดหน้าหนีไปมองสันปกหนังสือสารานุกรมหนาเตอะที่เรียงรายอยู่บนชั้นด้านข้าง พยายามดึงสติกลับมาที่เป้าหมายหลักของการมาสอดแนมในห้องนี้ เธอไม่ใช่เด็กฝึกหัดที่จะมาเสียสละอารมณ์ให้ผู้ชายปากเสียอย่างคินน์ปั่นหัวเล่นเด็ดขาด "ใครโง่กันแน่คะคุณคินน์ คนที่เดินเกมพลาดคือแทงค์ฝั่งนายต่างหากที่ยืนตำแหน่งห่วยแตกจนฉันต้องแบกทีมจนหลังแทบหัก ถ้าวันนั้นนายไม่มัวแต่... เอ่อ..." พายพายชะงักคำพูดไว้ทันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในแมตช์กระชับมิตรเดือนก่อน วันที่เธอเผลอหลุดปากด่าเขาออกไมโครโฟนกลางสตรีมจนกลายเป็นไวรัลข้ามคืน คินน์เลิกคิ้วขึ้นสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น เขานอนเอนหลังพิงชั้นหนังสือ หลับตาลงข้างหนึ่งแล้วเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงลากยาว "มัวแต่ทำไมเหรอครับ หื้ม? มัวแต่มองหน้าเธอเพลินจนลืมกดสกิลอัลติฯ ช่วยซัพพอร์ตเธอหรือเปล่า... หรือว่ามัวแต่เขินเสียงหวานๆ ตอนที่เธอโวยวายใส่ฉันในไมค์กันแน่" "ไอ้... ไอ้คนหลงตัวเอง!" พายพายหวีดร้องเบาๆ ในลำคอ เธอคว้าเอาสมุดโน้ตปกอ่อนบนโต๊ะปาใส่หน้าผากเขาอย่างแม่นยำ แต่วิชากรกรองประสาทของคินน์ไวเป็นกรด มือหนายื่นมารับสมุดเล่มนั้นไว้ได้ทันก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี ห้องสมุดที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแปลกประหลาดที่ระคนกันระหว่างความตึงเครียดของการปะทะคารมและความอบอุ่นนุ่มนวลจากแสงไฟสีส้ม คินน์ค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้เธียเตอร์ที่พายพายนั่งอยู่ กลิ่นกายสะอาดๆ ของผู้ชายที่เล่นกีฬาและอยู่ห้องแอร์นานๆ ลอยเข้ามาแตะจมูกชัดเจนยิ่งขึ้นจนพายพายต้องถอยหลังกรูดไปจนติดมุมผนัง คินน์วางมือข้างหนึ่งค้ำยันชั้นหนังสือไว้เหนือหัวเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในวงแขนกลายๆ ดวงตาคู่คมคายมองตรงเข้ามาในดวงตาของเธออย่างจริงจัง จนรอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงแววตาสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของพายพายเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก "พายพาย..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ไร้ซึ่งคำพูดประชดประชันใดๆ น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลจนน่ากลัว "อะ... What? จะมาไม้ไหนอีก อย่ามาทำหน้าแบบนี้นะ ฉันไม่หลงกลมุกเสี่ยวๆ ของนายหรอกบอกไว้ก่อน!" พายพายแกล้งทำเป็นเสียงแข็ง แต่ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างกลับจิกชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ "เปล่าไม่ได้จะมาไม้ไหน..." คินน์ก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างแก้มเนียนใสของเธอ "แค่จะบอกว่า... ที่ฉันลากเธอขึ้นมาห้องสมุดดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ไม่ได้อยากจะมานั่งเถียงเรื่องเกมกับเธอหรอกนะ" "แล้วนาย... นายต้องการอะไรล่ะ?" พายพายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้าเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือแค่คืบเดียว คินน์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่มีความกวนประสาทเจือปน มีเพียงความอบอุ่นอ่อนโยนที่ทำให้พายพายแทบจะละลายหายไปตรงนั้น มือหนาอีกข้างเอื้อมขึ้นมาแผ่วเบา ปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มของเธอทัดหูให้อย่างทะนุถนอมสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ผิวแก้มของเธอร้อนฉ่าราวกับโดนไฟลวก "ฉันแค่อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนอกจอ... แบบที่ไม่มีแชตวิ่งผ่านหน้า ไม่มีสตรีมมิ่งมากั้นกลาง" คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมหู "และก็... อยากพิสูจน์ให้เธอเห็นด้วยตัวเอง ว่าไอ้หนุ่มวิศวะปากเสียคนนี้ มันไม่ได้เก่งแต่ปากอย่างที่เธอชอบด่าในสตรีมหรอกนะ" พายพายนิ่งค้างไปทันที สมองประมวลผลช้าลงอย่างกะทันหัน หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความลับ ความรู้สึก และกำแพงทิฐิที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองตลอดหลายเดือน ถูกรอยยิ้มและสายตาคู่นั้นพังทลายลงในพริบตาเดียว เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามสไตล์เดิม แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาจากมุมบันไดชั้นสี่ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนก้องผ่านความเงียบ "เฮ้ย! มุมนั้นใครยังอยู่ตรงนั้นวะ! ห้องสมุดปิดทำการแล้ว ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" คินน์ชะงักเล็กน้อย เขายืดตัวตรงขึ้นทันที แต่ก่อนที่เขาจะหันไปมองต้นเสียง มือหนากลับฉวยโอกาสคว้าข้อมือเล็กของพายพายไว้แน่น พร้อมกับกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ "ซวยแล้ว... ดูท่าทางคืนนี้เราต้องหาที่สงบศึกกันต่อที่อื่นซะแล้วล่ะมั้ง คุณสตรีมเมอร์ตัวจี๊ด" และก่อนที่พายพายจะได้ทันโวยวายอะไรออกไป คินน์ก็กระชากมือเธอให้วิ่งหนีฝ่าความมืดของชั้นหนังสือออกไปทางประตูหนีไฟ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังเคล้าไปกับเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่สะท้อนก้องไปทั่วตึกห้องสมุดยามวิกาล... แล้วคืนนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะจบลงที่ตรงไหน เมื่อไลน์กลุ่มแชตของมายด์เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพายพายพอดี พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ: *"อุ๊ย! ฉันเห็นพวกเธอแอบวิ่งลงมาจากตึกห้องสมุดด้วยกันนะ คืนนี้มียาวแน่แม่สาวน้อย คืนดีกันแล้วใช่ไหมล่ะ?"* พีชชี่เบอร์รี่ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับไอ้หนุ่มวิศวะปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%