กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกันอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคาสิโน แต่สิ่งที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าบรรยากาศรอบตัว กลับเป็นความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
"นายใหญ่ครับ..." ลูคัส มือขวาคนสนิท เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความราบเรียบเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ซึมอยู่ตามไรผมกลับทรยศความนิ่งงันนั้นอย่างสิ้นเชิง "สายของเราที่ส่งไปเช็คเส้นทางการเงินของโครงการรีสอร์ทฝั่งตะวันตกรายงานมาแล้วครับ มีการโยกย้ายเงินสดสำรองออกไปสามสิบล้านดอลลาร์เมื่อคืนนี้... และคนที่ถือรหัสอนุมัติ มีเพียงแค่คนเดียว"
คริสเตียน คาลเดรอน นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองเอกสารในมือช้าๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับมือขวาของตนเอง ความนิ่งสนิทในแววตานั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุที่กำลังก่อตัว
"มาร์คัสอย่างนั้นเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเย็นเยียบ คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ "คนที่ฉันเก็บไว้ข้างกายมาห้าปี คนที่ฉันเคยไว้ใจให้คุมคลังแสงและบัญชีลับ... กล้าแทงข้างหลังฉันสินะ"
"เราควรจัดการยังไงดีครับนาย ให้ผมไปลากคอมมันมาเลยไหม" ลูคัสถามเสียงเครียด
"ยังไม่ต้องรีบร้อน..." คริสเตียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักมังกรจางๆ ที่ปลายแขน เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนจะก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารลับอีกฉบับขึ้นมาพลิกดู ข้อความเตือนสติที่วรินธรเคยทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ *'รีบหนีซะ ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเธอเป็นคนส่งข้อมูลให้ฉัน'*
ให้ตายสิ... ยัยผู้หญิงอวดดีคนนั้น รู้ลึกรู้จริงเสียยิ่งกว่าเงาของเขาเองเสียอีก
ในขณะเดียวกัน วรินธร (ไอรีน) กำลังยืนอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ของห้องพักในอาคารสำนักงานสถาปนิก ร่างเพรียวระหงสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แผนการกวาดล้างที่เธอกลั่นกรองและส่งข้อมูลให้เครือข่ายใต้ดินล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะคริสเตียนไวกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายก้าว และตอนนี้... เธอกำลังตกเป็นเป้าหมายที่อันตรายที่สุด
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสองครั้งสั้นๆ ก่อนที่กลอนประตูจะถูกบิดเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงใหญ่ของเจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคาม ประตูถูกปิดล็อกลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว
"คุณเข้ามาได้ยังไง!" วรินธรผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นว่าผู้ชายอันตรายที่สุดในเมืองมายืนอยู่ตรงหน้าเธอในยามวิกาลแบบนี้
"ประตูห้องเธอมันห่วยแตกเหมือนกับความตั้งใจที่จะหนีพ้นจากฉันนั่นแหละ ไอรีน" คริสเตียนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโอบล้อมร่างเธอไว้จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
วรินธรถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แต่มือหนากลับคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด แรงปะทะจากกายแกร่งทำให้เธอต้องยกมือขึ้นดันแผงอกของเขาไว้ แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นขนัดใต้ร่มผ้ากลับทำให้หัวใจเธอดวงน้อยเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
"ปล่อยฉันนะ คริสเตียน! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้..." เธอพยายามเชิดหน้าสู้ แม้เสียงของเธอจะสั่นพร่าด้วยความหวาดหวั่น
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คริสเตียนโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดุดันมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ "เธอส่งข้อมูลลับของฉันให้พวกมัน... หักหลังฉันยังไม่พอ เธอยังกล้าท้าทายอำนาจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า วรินธร รู้ไหมว่าคนทรยศในอาณาจักรของฉันจุดจบคืออะไร"
"ฉันไม่ได้ทรยศคุณในแบบที่คุณคิด!" เถียงสู้สุดใจแม้ลมหายใจจะติดขัด "สิ่งที่ฉันทำมันคือการหยุดคุณต่างหาก หยุดความบ้าคลั่ง เลือด และความรุนแรงที่พวกคุณสร้างขึ้น!"
"ปากดี..." คริสเตียนคำรามในลำคอ ความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนผสมปนเปกันจนเดือดพล่านในอก มือหนาเลื่อนขึ้นบีบปลายคางมนให้เงยรับจดจำรสสัมผัสจากเขา ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการประกาศความเป็นเจ้า ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกันจนแทบขาดใจ วรินธรพยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบตีไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่แรงแค่น้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับแรงดึงดูดมหาศาลจากซาตานร้ายตรงหน้า
รสจูบที่เริ่มจากความดุดันและดลบันดาลด้วยความโกรธ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ลึกซึ้งขึ้นเมื่อมือหนาสอดเข้าใต้กลุ่มผมสลวย บังคับองศาให้เธอยอมจำนนต่อรสสัมผัสอันวาบหวาม เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกที่กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากทำให้สมองของสถาปนิกสาวขาวโพลนอย่างไร้การควบคุม ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขา ความหอมหวานจากเนื้อนวลเนียนที่แนบชิดทำให้เพลิงอารมณ์ในกายของมาเฟียหนุ่มลุกโชนขึ้นอย่างไร้ทางทานทน
คริสเตียนถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจกระชั้นชิดรดรินอยู่ใกล้กัน แววตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองใบמהแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจอย่างร้ายกาจ
"เธอทำให้ฉันคลั่ง ไอรีน..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูปลุกเร้าขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง "ทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ... ไม่มีทางหนีพ้นมือฉันไปได้หรอก"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะลื่นไหลไปสู่ห้วงเสน่หาอันตราย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคริสเตียนก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหยิบขึ้นมาดูก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง "มีอะไร"
[นายใหญ่ครับ! รีบลงมาที่ชั้นใต้ดินด่วนเลยครับ!] เสียงลูคัสทางปลายสายละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ [มาร์คัส... มันพาคนบุกคลังอาวุธ แล้วมันก็จับตัวประกันไว้... มันบอกว่าถ้าท่านไม่ยอมปล่อยเส้นทางลำเลียงสินค้าออกนอกประเทศคืนนี้ มันจะระเบิดทุกอย่างทิ้งให้หมด!]
ดวงตาของคริสเตียนวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีในพริบตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนวรินธรสัมผัสได้ถึงความหนาวยะเยือก เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยังคงยืนหายใจหอบอยู่ตรงหน้า
คริสเตียนยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ลากจูงให้เธอเดินตามออกไปที่ประตูโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
"เกิดอะไรขึ้น..." วรินธรเอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา
"คนสนิทที่เธอเป็นห่วงนักหนา กำลังจะเผาทุกอย่างทิ้ง... รวมถึงตัวเธอด้วย" คริสเตียนกระซิบเสียงเย็นเยียบข้างใบหู ก่อนจะกระชากเธอให้ก้าวตามลงไปสู่ความมืดเบื้องล่างที่กำลังรอการชำระแค้นอย่างเลือดเย็น
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 12
การหักหลังในหมู่พันธมิตร
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!