เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 8

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
"แปลนห้องชุดวีไอพีชั้นบนสุด... คุณแก้มาสามครั้งแล้วนะ วรินธร" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยียบเย็นดังขึ้นก้องห้องประชุมกระจกใส บรรยากาศรอบตัวผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรคาสิโนใต้ดินแผ่รังสีคุกคามจนอุณหภูมิลดฮวบ คริสเตียน คาลเดรอน นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องตะครุบเหยื่อ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของคนฟังราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา ไอรีน หรือ วรินธร เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สถาปนิกสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหวในดวงตา เธอกำแฟ้มในมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด แม้แผ่นหลังจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบจากแรงกดดันมหาศาลที่เขาจงใจแผ่ใส่ แต่ศักดิ์ศรีและความหัวรั้นที่มีค้ำคอทำให้เธอไม่มีวันก้มหัวให้ความดิบเถื่อนนี้เด็ดขาด "ฉันแก้ตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัยค่ะท่านประธาน โครงสร้างรับน้ำหนักของคาสิโนฝั่งตะวันตกไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับภาระเพิ่มจากสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่คุณต้องการ ถ้าดึงดันสร้างต่อ ตึกทั้งหลังจะพังลงมาทับคนตายหมู่... ซึ่งฉันไม่อخذชื่อเสียงตัวเองไปแลกกับความไร้เหตุผลหรอกนะคะ" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แม้ข้างในจะปั่นป่วนราวกับพายุ คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่า ดิบ และเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายของอำนาจและบุหรี่ราคาแพงโถมเข้าใส่จนเธอนิ่งง้าง "เธอคิดว่ากำลังสั่งใครอยู่ หืม... ไอรีน?" คริสเตียนโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดใบหูจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่า "ที่นี่ไม่มีกฎวิศวกรรมอะไรทั้งนั้น... มีแค่กฎของฉันคนเดียว" เพล้ง! เสียงกระจกหน้าต่างห้องประชุมแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแรงปะทะหนักหน่วงที่เจาะทะลุกระจกกันกระสุนเข้ามา ฝุ่นผงและเศษแก้วคมกริบกระจายเกลื่อนพื้น ท่ามกลางความชุลมุนที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนก็พุ่งเข้ากระชากเอวบางของวรินธรให้ล้มลงราบไปกับพื้นห้องทันที แรงเหวี่ยงนั้นรุนแรงจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เสียงคำรามต่ำในลำคอของเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่า "หมอบลง!" ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนเก็บเสียงรัวติดต่อกันสามนัด กระสุนเจาะฝังลงบนพนักเก้าอี้ที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่จนนวมทะลุ ลูคัส มือขวาคนสนิทชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาจากสูทอย่างไร้ความลังเล พร้อมกับกดสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน เสียงไซเรนดังหวีดหวิวแสบแก้วหูไปทั่วทั้งชั้น หัวใจของวรินธรเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังเมื่อตระหนักว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่สิ่งที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจไม่ใช่กระสุนมรณะจากภายนอก... หากแต่เป็นร่างหนาหนักที่ทาบทับอยู่บนตัวเธอในเวลานี้ คริสเตียนไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แววตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความเหี้ยมเกรียมและกระหายเลือดที่ถูกจุดประกายขึ้นจนน่ากลัว เขากวาดสายตาคมกริบมองลอดผ่านขอบหน้าต่างที่แตกออกไปยังตึกฝั่งตรงข้าม "ลูคัส... เก็บมัน" น้ำเสียงของเจ้าพ่อมาเฟียราบเรียบ เย็นชา และเด็ดขาดไร้ความปรานี "ครับนาย" ลูคัสรับคำสั้นๆ ก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางประตูลับด้านหลังอย่างรวดเร็ว ในความเงียบงันที่ถูกคั่นกลางด้วยเสียงหัวใจเต้นระทึก คริสเตียนหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่อยู่ใต้ร่างของเขา มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปบีบคางมนของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอสบตาเขาตรงๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านริมฝีปากสั่นระริกของเธออย่างถือวิสาสะ "กลัวจนตัวสั่นเลยเหรอ... สาวน้อย" เขายิ้มเยาะ รอยยิ้มที่ไม่ได้แตะไปถึงดวงตา คราบเขม่าดินปืนและกลิ่นเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากนอกหน้าต่างยิ่งขับเน้นความเถื่อนดิบของชายหนุ่มให้เด่นชัดขึ้น "ทีนี้รู้หรือยังว่าโลกที่เธอเหยียบอยู่มันอันตรายแค่ไหน... ทำไมฉันถึงต้องสั่งให้เธอแก้แบบให้มันแข็งแกร่งที่สุด" วรินธรหายใจหอบถี่ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ความโกรธและความกลัวตีรวนกันอยู่ในอกจนเธอแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนรุนแรงกว่ากัน แต่ทว่า... สัมผัสจากมือที่บีบเค้นอยู่บนคางของเธอกลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างน่าละอาย "คุณ... คุณมันบ้า..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างออกไป แต่เขากลับทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทับหนักหน่วงยิ่งขึ้น ราวกับกรงขังเหล็กที่ไม่มีวันหลุดพ้น "ใช่... ฉันมันบ้า" คริสเตียนก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม กลิ่นกายของเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง "และเธอก็เป็นคนเดียวที่กล้าลองดีกับคนบ้าอย่างฉัน... วรินธร" ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การAุจอนุญาต รสจูบนั้นดิบเถื่อน ดุดัน และเต็มไปด้วยความกระหายหิวที่ถูกปลุกเร้าจากสถานการณ์เฉียดตาย มันไม่ใช่ความอ่อนหวานโรแมนติก แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า เจ้าของอาณาจักรสีเทาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหายจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเคล้นเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานอย่างแรงจนเกิดรอยแดง วรินธรพยายามจะทุบตีประท้วง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวมือสังหารเมื่อครู่... แต่เป็นเพราะแรงปรารถนาอันตรายที่ผู้ชายคนนี้กำลังจุดไฟเผาผลาญเธอให้มอดไหม้ไปพร้อมๆ กับลมหายใจของเขา ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะหลุดลอยไปกับรสจูบเร่าร้อน คริสเตียนก็ผละริมฝีปากออกช้าๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยแววตาพึงพอใจอย่างร้ายกาจ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น... วรินธร" เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหูที่แดงก่ำ "จำความรู้สึกวันนี้ไว้ให้ดี เพราะต่อจากนี้... ฉันจะทำให้เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นไปไหนได้อีกเลย" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มบอดี้การ์ดที่วิ่งกรูเข้ามาทางประตูหน้าก็ทำลายความเงียบลง แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้รายงานสถานการณ์ ร่างของลูคัสก็เดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกับโยนสิ่งของชิ้นหนึ่งตกลงแทบเท้าของคริสเตียน—มันคือแหวนเพชรประจำตระกูลคู่ปรับที่คุ้นเคยดี ซึ่งการปรากฏตัวของมันหมายความว่า... สงครามล้างบางเพิ่งจะยกพลมาถึงหน้าประตูบ้านของพวกเขาแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความเร่าร้อนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%