กลิ่นอายความตายลอยคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของคริสเตียน คาลเดรอน วัตถุชิ้นเล็กๆ ที่กลิ้งหล่นอยู่แทบเท้าของเขา—แหวนเพชรเรือนหนาฝังมรกตเม็ดโตสลักตรารูปงูเกาะกุมกริช—คือประกาศิตจากขุมนรกที่ส่งตรงมาท้าทายอำนาจของเจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนอย่างไม่ต้องสงสัย
คริสเตียนไม่แม้แต่จะชายตาก้มลงมองแหวนวงนั้นด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบดั่งสัตว์ป่าล่าเหยื่อกวาดมองไปที่ลูคัสด้วยประกายตาดุดันเย็นเยียบ ก่อนจะเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของวรินธร สถาปนิกสาวที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือดี แม้แผ่นหลังบางนั้นจะสั่นเทาด้วยแรงกดดันรอบตัว แต่ดวงตากลมโตที่จ้องตอบเขากลับเต็มไปด้วยความพยศและทิฐิที่เขาอยากจะทำลายให้แหลกคราบ
“ออกไปให้หมด” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกน
ลูคัสก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกวาดสายตาเรียกบอดี้การ์ดทั้งหมดถอยร่นออกไปจากห้อง และปิดประตูบานใหญ่ลงอย่างไร้เสียง ทิ้งให้พื้นที่กว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจระรัวของไอรีนและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของเธอเอง
“สงครามมันมาเคาะประตูบ้านเราแล้วนะ... คริสเตียน” ไอรีนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงพยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าภายในจะหวาดหวั่นต่อสถานการณ์ภายนอกเพียงใดก็ตาม “ศัตรูของตระกูลมอร์แกนไม่ได้มาเล่นๆ แหวนวงนั้นหมายความว่าพวกมัน...”
“ฉันไม่สนว่าใครจะตายหรือใครจะบุกมาถึงหน้าประตู” ร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนขยับเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวดั่งเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอแล้วรวบเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม “สิ่งที่ฉันสนใจในตอนนี้... คือความอวดดีที่เธอพยายามซ่อนไว้หลังท่าทีนิ่งเฉยต่างหาก ไอรีน”
“ปล่อยฉันนะ! สถานการณ์ข้างนอกกำลัง...” ไอรีนร้องประท้วงพร้อมกับใช้สองมือดันแผงอกเขาไว้ แต่แรงของสถาปนิกสาวหรือจะสู้แรงของมาเฟียผู้ผ่านสนามเลือดมาโชกโชนได้ คริสเตียนรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
ดวงหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้พุ่งพล่าน “ช่างหัวสถานการณ์ข้างนอกสéวะพวกนั้นสิ... ปล่อยให้มันรอก่อนเถอะ เพราะตอนนี้ ฉันมีเรื่องที่ต้องสะสางกับเธอให้จบเสียก่อน”
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้เรียวปากนุ่มของเธอด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายและอำนาจครอบครองทำให้ไอรีนถึงกับสมองขาวโพลน เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนเธอต้องส่งเสียงประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ ความตึงเครียดภายนอกถูกแทนที่ด้วยไฟปรารถนาอันตระกองกอดที่แผดเผาทุกตารางนิ้วในห้องทำงาน
มือหนาอีกข้างที่ไม่ว่าง ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานอย่างอารมณ์ร้าย สัมผัสหยาบโลนแต่ช่ำชองทำเอาขาเรียวของไอรีนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แรงต่อต้านทั้งหมดที่เธอสะสมมาพังทลายลงในพริบตา เมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอกของเธอออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหายใจหอบกระชั้น
“คุณมัน... คนเผด็จการ...” เธอกัดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ เอ่ยเสียงพร่าพร่าขณะที่แผ่นอกเปลือยเปล่าเผชิญหน้ากับสายตาเร่าร้อนที่จ้องมองมาดั่งจะกลืนกิน
“ใช่... และเธอก็ชอบความเผด็จการของฉันไม่ใช่เหรอ ไอรีน” เสียงกระซิบพร่าต่ำพ่นอยู่ข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ขบเม้มติ่งหูและซอกคอขาวเนียนอย่างแรงจนเกิดรอยแดงกุหลาบเด่นชัด เป็นการประท้วงตราสញ្ញาณความเป็นเจ้าของที่ไม่อนุญาตให้ชายใดแตะต้อง
คริสเตียนอุ้มร่างบางขึ้นโดยไม่ให้ตั้งตัว เรียวขาของเธอเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้สองมือโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากของพวกเขายังคงคลอเคลียกันอย่างไม่รู้จักพอ แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่รุนแรงราวกับแรงโน้มถ่วงของหลุมดำที่ดึงดูดทุกสิ่งให้ดิ่งลงสู่ห้วงลึก
เขาก้าวเท้าพาเธอเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ กวาดแฟ้มเอกสารและข้าวของกระจัดกระจายลงพื้นอย่างไร้ความใยดี ก่อนจะวางร่างระหงให้นอนราบลงบนพื้นผิวไม้มะฮอกกานีชั้นดี แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอสัมผัสกับความเย็นเฉียบของโต๊ะ ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความร้อนระอุจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ขึ้นมาจากข้อเท้า สะโพก จนถึงเอวคอด
“มองฉัน... ไอรีน” เขาค้ำยันร่างไว้เหนือเธอ ดวงตาสีเข้มคมกริบสะท้อนภาพเงาของความปรารถนาอันดิบเถื่อน “จำไว้ว่าไม่ว่าศัตรูหน้าไหนจะเหยียบเข้ามาในอาณาจักรของฉัน... ผู้หญิงคนนี้ และทุกตารางนิ้วของเรือนร่างนี้ เป็นของคริสเตียน คาลเดรอน แต่เพียงผู้เดียว”
ไอรีนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองสบเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความหวาดกลัว ความพ่ายแพ้ และแรงเสน่หาที่โหมกระหน่ำจนยากจะต้านทาน เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่อาจไม่มีวันได้หวนกลับ แต่ในวินาทีที่เรียวปากร้อนของเขากลับมาทาบทับลงที่ซอกคอและลาดไหล่ พร้อมกับแรงสัมผัสที่ซาบซ่านไปทั่วร่าง เธอก็เลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในไฟสวาทนี้อย่างไร้ทางออก
บทรักอันดุดันและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว ความตึงเครียดจากสงครามภายนอกราวกับถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเนื้อกายที่กระทบกันและสัมผัสวาบหวามที่หลอมรวมพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขสมยังไม่ทันจางหาย เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของลูคัสด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนผิดวิสัย
“นายครับ! แขกไม่ได้รับเชิญคนแรกก้าวเข้ามาถึงห้องโถงชั้นล่างแล้ว... และเขาบอกว่าต้องการพบ ‘สถาปนิก’ ของเราด้วยตนเองครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ
เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 9
รอยจูบประทับตรา
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!