กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 12

ซุปหน่อไม้ฝรั่งกับความทรงจำ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังตัดปลายสีม่วงเข้มทิ้งไปแบบนั้น ซุปที่ออกมาจะขาดความลึกของรสชาติไปโดยสิ้นเชิงครับ" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในครัวไม้หลังเก่า เขาวางมีดเชฟในมือลงบนเขียงไม้ ก่อนจะจ้องมองมือของรินรดาที่กำลังถือมีดค้างอยู่เหนือหน่อไม้ฝรั่งสีเขียวสดที่เพิ่งเก็บมาจากแปลงเมื่อครู่ รินรดาชะงัก เธอไม่ได้หันมามอง แต่ผมสังเกตเห็นไหล่ของเธอเกร็งขึ้นเล็กน้อย "มันออกจะเหนียวค่ะ... เอ้ย เหนียวครับ" เธอแก้คำพูดติดอ่าง ก่อนจะกัดริมฝีปากแน่น "ฉันเคยเห็นในตำราอาหารพื้นบ้าน เขาบอกให้เอาส่วนโคนออกเยอะๆ เพื่อความนุ่มไม่ใช่หรือไงคะคุณกรณ์" "ตำราที่คุณอ่านอาจจะเหมาะกับการลวกจิ้มน้ำพริก แต่ถ้าคุณจะทำซุปครีมหน่อไม้ฝรั่งสูตรของผม ทุกส่วนมีหน้าที่ของมันครับ" กรณ์เดินเข้าไปใกล้ กลิ่นดินจางๆ ที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขาอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือเธอเบาๆ แล้วบังคับให้มีดวางลงในจุดที่เหมาะสมกว่า "ค่อยๆ ฝานตรงนี้... ให้เห็นเส้นใยสีขาวอมเขียวข้างใน นั่นแหละคือรสอูมามิธรรมชาติที่หาไม่ได้จากผงปรุงรสไหนๆ" รินรดาหันมาสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยจากการปะทะคารมที่แฝงไปด้วยความใกล้ชิดเกินพอดี เธอถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ "ดูเหมือนคุณจะเปลี่ยนไปเยอะนะครับ ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ ความเป็นเชฟมิชลินที่ต้องเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วเริ่มหายไป แต่ความจุกจิกเรื่องวัตถุดิบนี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" กรณ์ไม่ได้ตอบ เขากลับไปสนใจหม้อสต็อกบนเตา เขาใช้ช้อนไม้คนเบาๆ กลิ่นหอมละมุนของเนยสดผสมกับกลิ่นเขียวสดของหน่อไม้ฝรั่งเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วครัว มันเป็นกลิ่นที่เตะจมูกเขาแรงจนความทรงจำในอดีตพุ่งย้อนกลับมา ภาพของห้องครัวในโรงแรมหรูที่ปารีสที่เขาเคยทำในฐานะเชฟมือทอง ภาพที่เขาต้องแบกรับความคาดหวังจนลมหายใจสุดท้ายแทบขาดรอนๆ แต่แล้วภาพเหล่านั้นก็ถูกทับซ้อนด้วยภาพของคุณตา—ชายชราผู้สวมเสื้อหม้อฮ่อมเก่าๆ ที่เคยสอนเขาว่า 'อาหารที่ดีที่สุด คืออาหารที่ทำให้คนกินจำได้ว่าเขากำลังมีชีวิตอยู่' "คุณกำลังคิดถึงใครอยู่หรือเปล่าครับ" รินรดาถามเบาๆ เธอวางหน่อไม้ฝรั่งลงแล้วเดินมาพิงขอบโต๊ะ จ้องมองใบหน้าที่ดูนิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยความหม่นหมองของกรณ์ "เปล่าครับ" กรณ์ตอบสั้นๆ ขณะที่มือยังคงคนซุป "ผมแค่คิดว่า ถ้าผมทำอาหารจานนี้ได้สำเร็จ เหมือนที่ตาเคยทำได้เมื่อยี่สิบปีก่อน บางที... ผมอาจจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเลือกใช้ชีวิตที่นี่ มากกว่าจะไปอยู่ในที่ที่เขามีทุกอย่าง" รินรดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดขึ้นมาเตรียมไว้ "ตาของคุณน่ะ... ไม่ได้เลือกที่นี่เพราะอยากหนีจากโลกหรอกนะคุณกรณ์ แต่เขาเลือกที่นี่เพราะเขารู้ว่า สักวันหนึ่งจะมีคนคนหนึ่งหลงทางจนเกือบจะสูญเสียตัวเองไป แล้วที่นี่จะเป็นที่เดียวที่ช่วยเยียวยาเขาได้" คำพูดของเธอกระแทกใจกรณ์อย่างจัง เขาหยุดมือที่ถือช้อนไม้ สายตามองลึกลงไปในหม้อซุปที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนนวลตา ความร้อนของมันไม่ได้ทำให้ใบหน้าเขารู้สึกร้อนเท่ากับสิ่งที่ได้รับรู้ "คุณรู้เรื่องตาผมมากแค่ไหนกันแน่ ริน" กรณ์ถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น รินรดาเม้มปาก เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าอ่อนๆ จากตัวเธอผสมกับกลิ่นครีมหน่อไม้ฝรั่ง "ฉันรู้มากกว่าที่คุณเห็นในบันทึกเก่าๆ ที่คุณเก็บไว้ใต้เตียงนั่นอีกครับ... แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่คุณจะรู้หรอก" เธอยื่นมือมาหยิบช้อนเล็กๆ แล้วตักซุปขึ้นมาชิม หลับตาลงพริ้ม รสชาติที่กลมกล่อม ความหวานธรรมชาติของหน่อไม้ฝรั่งรุ่นแรกผสานกับความมันของครีมและกลิ่นหอมของเนยทำให้เธอต้องอมยิ้ม "รสชาติแบบนี้... รสชาติของความทรงจำที่คุณตามหา มันไม่ได้อยู่ในตู้เย็นหรือในสูตรอาหารที่ไหนหรอกนะครับกรณ์ มันอยู่ในแปลงผักที่คุณตั้งใจดูแลทุกเช้าต่างหาก" กรณ์มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความนิ่งสงบในดวงตาเขาสั่นคลอน ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีให้รินรดาค่อยๆ เปลี่ยนรูปไปเป็นความสงสัยที่ปนเปกับความผูกพันที่อธิบายไม่ถูก ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในบรรยากาศที่แสนเปราะบางนั้น เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้ง จังหวะการเคาะนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมองพร้อมกัน ที่หน้าประตู มีชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนตากฝนปรอยๆ อยู่ ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาถือซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าแก่ราวกับผ่านกาลเวลามานานปี ชายคนนั้นเลื่อนสายตาจากรินรดามาหยุดที่กรณ์ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่กรณ์ไม่ได้ยินมานานกว่าทศวรรษ "คุณกรณ์ระวีครับ... ผมมาจากบริษัทจัดการมรดกของคุณท่าน ผมเกรงว่าคุณจะต้องเลิกทำอาหารมื้อนี้เดี๋ยวนี้ เพราะสิ่งที่ตาคุณทิ้งไว้ให้ ไม่ได้มีแค่แปลงผักกับความทรงจำ แต่มันรวมถึงหนี้สินที่เขาแอบทำไว้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตด้วย" กรณ์ตัวชาวาบ เขามองซองจดหมายในมือชายคนนั้น สลับกับจานซุปที่ยังคงควันฉุยบนโต๊ะ ราวกับว่าโลกทั้งใบที่เขากำลังพยายามสร้างให้กลับมาสมบูรณ์แบบ กำลังจะแตกสลายลงต่อหน้าต่อตาโดยมีคำตอบของความลับทั้งหมดซ่อนอยู่ในจดหมายฉบับนั้น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สิบสองนี้นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%