กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 13

ตลาดนัดชุมชนครั้งแรก

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังจัดเรียงคะน้าหันหัวไปทางเดียวกันหมดแบบนี้ รับรองว่าอีกสามชั่วโมงข้างหน้า ตลาดวายโดยที่ผักของคุณยังนอนนิ่งสนิทอยู่บนแผงแน่ครับ คุณกรณ์" เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ดังขึ้น เหนือลังไม้เก่าๆ ที่บรรจุผักเคลออร์แกนิกสีเขียวเข้ม กรณ์ชะงักมือที่กำลังบรรจงเช็ดใบผักสลัดให้สะอาดสะอ้านทีละใบ เขาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะไม้ไผ่ชั่วคราว พบรินรดาในชุดผ้าพื้นเมืองสีครามกำลังยืนกอดอก มองผลงานการจัดเรียงผักสไตล์เชฟมิชลินของเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก ตลาดเช้าชุมชนบ้านห้วยสำราญในยามนี้ไม่ได้เงียบสงบเหมือนแปลงผักของเขา เสียงล้อรถเข็นไม้ เสียงฝีเท้าของผู้คนที่เร่งรีบ เสียงทักทายด้วยภาษาถิ่นอันคุ้นเคย และกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟโบราณผสมผสานกับกลิ่นควันจากเตาถ่านของแม่ค้าขายหมูปิ้ง ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา "ผมแค่อยากให้ทุกอย่างมันดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สมกับความตั้งใจที่เราปลูกมันขึ้นมานะครับ" กรณ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองหญิงสาวอย่างไม่ยอมแพ้ มือหนายังคงขยับจัดก้านผักชีลาวให้เข้าที่ "ความระเบียบเรียบร้อยแบบห้องอาหารฝรั่งเศส ใช้ไม่ได้กับตลาดนัดชุมชนหรอกนะครับคุณกรณ์" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ เธอหยิบต้นคะน้าขึ้นมาจากลังด้วยความรวดเร็ว แล้วพลิกกลับด้านให้ใบแผ่กว้างรับสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา "ที่นี่... เขาซื้อขายกันด้วยความจริงใจและความเป็นกันเอง ผักของคุณสวยไร้ที่ติก็จริง แต่มันดู... 'เกร็ง' จนเกินไป จนคนซื้ออาจจะไม่กล้าหยิบจับ กลัวมันจะช้ำ" กรณ์นิ่งงฟังคำพูดนั้น ลึกๆ ในใจ เขายอมรับว่าเธอกล่าวได้ถูกต้อง อดีตที่ผ่านมาเขาอยู่กับความสมบูรณ์แบบมาตลอด ทุกจานอาหารต้องไร้ที่ติ ทุกวัตถุดิบต้องผ่านการคัดสรรระดับพรีเมียม แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับแผงผักเล็กๆ ในตลาดสด ความกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่คือความกังวลว่า ผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงของเขาจะไม่มีใครเข้าใจคุณค่าของมัน "งั้น... ถ้าคุณรินเก่งนัก เชิญมาช่วยสอนผมหน่อยสิครับ ว่าตลาดบ้านๆ เขาขายความรู้สึกแบบไหนกัน" กรณ์เอ่ยท้าทายเล็กน้อย นัยน์ตาลึกซึ้งฉายแววหยอกเย้าที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น รินรดาชะงักไปนิดเมื่อสบตากับเขา ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เธอรีบเบี่ยงสายตาไปมองทางอื่นแก้เก้อ "ก็ได้ค่ะ... เอ้ย! ก็ได้ครับ วันนี้ฉันจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง สักตั้งหนึ่ง" เธอเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกมาจนต้องรีบแก้คำลงท้ายแทบไม่ทัน เรียกเสียงทุ้มหัวเราะในลำคอจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มหนาแน่น แสงแดดอ่อนยามสายส่องกระทบผิวน้ำค้างที่ยังเกาะอยู่บนใบผักกาดขาว ทำให้แผงผักของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ดูโดดเด่นสะดุดตา ท่ามกลางเสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขายรายอื่น "อ้าว, หนุ่มกร! เอาผักอะไรมาขายบ้างล่ะวันนี้ หน้าตาแปลกดีแท้ ไม่เคยเห็นในตลาดเราเลยนะ" เสียงทุ้มกังวานของลุงสม ผู้ใหญ่บ้านร่างท้วมเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าแผง พร้อมกับชะโงกหน้ามองผักเคลและซูกินีด้วยความสนใจ "สวัสดีครับลุงสม วันนี้ผมลองเอาผักเคลออร์แกนิกกับซูกินีสดๆ จากแปลงมาลองให้พ่อแม่พี่น้องได้ชิมกันดูครับ ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีเลยแม้แต่นิดเดียว กรอบ ปลอดภัย และหวานธรรมชาติแน่นอนครับ" กรณ์ปรับน้ำเสียงให้เป็นกันเอง รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าดูผ่อนคลายกว่าทุกวันที่ผ่านมา "อ๋อ... ไอ้ผักใบหยิกๆ นี่น่ะเรอะ ที่แม่รินเขาเคยเอาไปทำน้ำปั่นให้กินคราวก่อน รสชาติใช้ได้แฮะ งั้นเอาไอ้นี่มากำนึงสิ ยายแก่ที่บ้านบ่นอยากกินผักสดๆ มาหลายวันละ" ลุงสมชี้มือไปยังผักเคลต้นอวบ รินรดารีบหยิบถุงกระดาษคราฟท์มารองรับผักอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับส่งยิ้มหวาน "เดี๋ยวฉันแถมพริกหวานออร์แกนิกให้อีกสองลูกนะคะ... เอ๊ย! อีกสองลูกนะครับ เอาไปทำผัดไข่รับรองอร่อยเหาะ" ลุงสมหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ ควักกระเป๋าตังค์จ่ายเงินทอนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตรวจตลาดต่อ การเปิดประเดิมลูกแรกผ่านไปได้ด้วยดี กรณ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่แบกไว้ตั้งแต่เช้าเริ่มคลายลงทีละน้อย เขาสังเกตเห็นว่าการพูดคุยกับผู้คนในชุมชนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด รอยยิ้ม คำทักทาย และความเป็นกันเอง คือเครื่องปรุงรสชั้นดีที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ตลอดช่วงเช้า แผงผักของกรณ์ได้รับความสนใจจากชาวบ้านแวะเวียนเข้ามาสอบถามและซื้อหาอย่างต่อเนื่อง บางคนสงสัยว่าผักหน้าตาประหลาดพวกนี้ทำเมนูอะไรได้บ้าง กรณ์ก็ทำหน้าที่อธิบายด้วยความอดทน บางครั้งก็มีรินรดาช่วยเสริมเมนูพื้นบ้านง่ายๆ เข้าไป ทำให้การซื้อขายกลายเป็นบทสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องอาหารที่สนุกสนาน จนกระทั่งช่วงเวลาที่ตลาดเริ่มซาลง ร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเรียบหรู รองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นเล็กน้อย เดินเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าแผง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกันแดดทรงโตค่อยๆ ถอดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างน่าตกใจ นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองมาที่กรณ์นิ่งสนิท ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเชฟมือหนึ่งแห่งปีจะมานั่งขายผักอยู่กลางตลาดชนบทเช่นนี้ กรณ์ที่กำลังก้มหน้าเก็บลังไม้ถึงกับมือแข็งค้าง เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ ความทรงจำเก่าๆ ที่พยายามฝังกลบไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไหลทะลักกลับเข้ามาในอกราวกับเขื่อนแตก "ไม่นึกเลยนะคะกรณ์... ว่าเชฟผู้โด่งดัง จะลดตัวลงมาเป็นคนสวนปลูกผักขายข้างถนนแบบนี้" เสียงหวานที่เคยคุ้นเคยเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ พร้อมกับรอยยิ้มหยันที่มุมปากของ "พิมพ์มาดา" อดีตคู่หมั้นสาวผู้เป็นชนวนเหตุสำคัญของโรคหมดไฟในตัวเขา ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สิบสามนี้นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%