กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 6

ข้าวต้มมื้อค่ำใต้แสงดาว

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณจะขยำผักกาดดองด้วยแรงแค้นขนาดนั้น ผมเกรงว่ามันจะกลายเป็นผักกาดช้ำ มากกว่าผักกาดดองรสเลิศนะครับคุณกรณ์" เสียงใสๆ ของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบในครัวไม้หลังเก่า กรณ์ชะงักมือที่กำลังขยำผักกาดดองสดๆ ในกะละมังใบโต เขาถอนหายใจยาวพลางวางมือลงข้างลำตัว แววตาคมกริบแบบเชฟมิชลินสตาร์ที่เคยแผ่รังสีอำนาจในครัวหรู ตอนนี้กลับเจือไปด้วยร่องรอยของความอ่อนล้า "ผมไม่ได้แค้นครับ ผมแค่กำลังหาวิธีทำให้รสสัมผัสมันสมดุลที่สุด" กรณ์ตอบเสียงเรียบ พลางเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูไม้ สายตาของรินจับจ้องมาที่เขาอย่างรู้ทัน "คนเราน่ะนะ บางทีความสมบูรณ์แบบก็ไม่ได้อยู่ในสูตรตวงวัดหรอกครับ มันอยู่ในความใจเย็น... เหมือนกับที่คุณตาของคุณเคยสอนไว้ตอนที่คุณยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกนั่นไง" กรณ์นิ่งงันไป คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มลงไปในใจกลางความทรงจำ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูจากอดีตหวนกลับมา เขาจำได้ดี กลิ่นนี้แหละ กลิ่นที่เคยลอยฟุ้งอยู่ในบ้านไม้หลังเก่าที่เขาเคยเติบโตมากับคุณตา ชายชราผู้ที่มีมือเหี่ยวย่นแต่กลับสามารถเนรมิตอาหารรสเลิศได้จากวัตถุดิบธรรมดาข้างรั้ว "คุณรู้เรื่องคุณตาผมมากเกินไปแล้วนะริน" เขาว่าพลางหันไปตั้งหม้อข้าวต้ม เสียงข้าวสารที่กระทบก้นหม้อดินเผาดังกรุ๊งกริ๊ง เป็นจังหวะที่ผ่อนคลายอย่างประหลาด "ก็ผมอยากรู้ไงครับว่า คนที่เก่งระดับโลกจนคนยอมรับไปทั่วอย่างคุณ ทำไมถึงยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเวลาต้องมาทำอาหารง่ายๆ แบบนี้" รินเดินเข้ามาใกล้ หยิบเอาขวดโหลใส่เครื่องปรุงพื้นบ้านวางลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา "อาหารไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะใคร แต่มันคือการพูดคุยกับตัวเอง... คุณลองเงียบ แล้วฟังเสียงข้าวในหม้อสิครับ มันกำลังบอกอะไรคุณอยู่" กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงจริงๆ ในครัวนั้นไม่มีเสียงเครื่องจักร เสียงพัดลมดูดอากาศแรงดันสูง หรือเสียงตะโกนสั่งการของลูกน้อง มีเพียงเสียงฟืนในเตาที่ปะทุเป็นระยะ และเสียงข้าวต้มที่เริ่มเดือดพล่านปุดๆ เป็นจังหวะที่ซื่อตรงและจริงใจ เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลง เขาหยิบกระบวยไม้ขึ้นมาคนข้าวต้มเบาๆ ความทรงจำในวัยเด็กไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำหลาก ภาพที่คุณตาเคยจับมือเขาไว้ขณะปอกผักกาดดอง สัมผัสอุ่นๆ ที่แผ่นหลังในวันฝนพรำ และคำสอนที่ว่า *‘ทำอาหารให้คนกินมีความสุข ตัวเรานั่นแหละที่จะเป็นคนแรกที่ได้สัมผัสความสุขนั้น’* "ผักกาดดองนี่... ฝีมือคุณรินหรือครับ?" กรณ์เอ่ยถามขณะหยิบชิ้นผักกาดที่ล้างสะอาดแล้วมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ "ไม่ใช่แค่ฝีมือผมหรอกครับ แต่เป็นฝีมือของผืนดินผืนนี้ที่คุณเพิ่งพลิกฟื้นมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อของคุณเอง ลองชิมดูสิครับ" กรณ์หยิบผักดองชิ้นเล็กใส่ปาก รสเปรี้ยวเค็มกำลังดี ผสมผสานกับความกรอบสดใหม่ ไม่มีความฉุนของสารเคมีเหลืออยู่เลย มันเป็นรสชาติของความบริสุทธิ์... รสชาติเดียวกับที่เขาเคยตามหามาตลอดหลายปีในร้านอาหารหรูหราแต่กลับไม่เคยพบเจอ เมื่อข้าวต้มเสร็จลง ทั้งสองเดินถือปิ่นโตและถาดไม้ก้าวออกมายังระเบียงหลังบ้าน ท้องฟ้าคืนนี้กระจ่างใส ไร้ซึ่งแสงไฟจากเมืองหลวงบดบัง หมู่ดาวพร่างพราวราวกับโรยด้วยผงเพชรบนผืนกำมะหยี่สีเข้ม ลมกลางคืนพัดผ่านทุ่งนาหอมกลิ่นไอฝนที่เพิ่งตกผ่านไปเมื่อหัวค่ำ "บรรยากาศดีจังนะครับ" กรณ์เปรยพลางนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ "ถ้าโลกนี้มีแต่ความเร่งรีบ เราคงไม่มีวันได้เห็นดาวสวยๆ แบบนี้หรอกครับ" รินวางถ้วยข้าวต้มลงเบื้องหน้ากรณ์ แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดใบเล็กทำให้ใบหน้าของเขาทั้งสองดูนุ่มนวลกว่าปกติ กรณ์ตักข้าวต้มเข้าปาก อุ่นวาบไปถึงหัวใจ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ความเงียบที่มีรสชาติของอาหารค่ำและเสียงหริ่งเรไรเป็นบทสนทนา พวกเขานั่งกินข้าวต้มด้วยกัน ท่ามกลางความเวิ้งว้างของทุ่งนาและความอบอุ่นของมิตรภาพที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่า ในขณะที่กรณ์กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยผักดองอีกครั้ง แสงไฟฉายจากที่ไกลๆ ก็สาดส่องเข้ามาที่ระเบียงบ้านอย่างผิดสังเกต เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเดินมุ่งตรงมายังกระท่อมของเขากลบเสียงธรรมชาติไปจนหมดสิ้น รินชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศ ใบหน้าที่เคยร่าเริงกลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเงาของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่เดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร ชายวัยกลางคนที่ดูคุ้นตาคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก้าวขึ้นมาบนระเบียง ก่อนจะโยนเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้ากรณ์ด้วยแรงที่ทำให้ถ้วยข้าวต้มสั่นไหว "ฉันไม่สนว่านายจะปลูกผักอินทรีย์อะไรนั่นไปทำไม แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ของนายอีกต่อไปแล้ว... เก็บของซะ ก่อนที่ฉันจะใช้มาตรการรุนแรงกับที่ดินผืนนี้" กรณ์นิ่งค้าง สายตาจดจ้องที่เอกสารคำสั่งรื้อถอนในขณะที่ความอบอุ่นในมื้อค่ำยังคงค้างอยู่ที่ปลายลิ้น เขาไม่ได้มองหน้าชายแปลกหน้าคนนั้น แต่เขามองไปที่รินที่ตัวสั่นเทาอยู่ข้างๆ พร้อมกับความจริงที่ว่า... ความสุขสโลว์ไลฟ์ที่เขาเพิ่งสร้างมันขึ้นมา กำลังจะถูกพรากไปในชั่วข้ามคืน ฟาร์มเมอร์สุขใจขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกฟื้นผืนดินไปพร้อมกับกรณ์และรินในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%