“มันหายไปแล้ว กรณ์... ทั้งหมดนี่คือความพยายามของผมตลอดหนึ่งเดือนเต็ม”
กรณ์ทรุดตัวลงคุกเข่าบนคันดินที่เปียกชื้น มือสั่นเทาของเขาเอื้อมไปแตะใบผักกาดเขียวที่เหลือเพียงซากพรุนราวกับถูกงานศิลปะของแมลงกัดกินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม กลิ่นดินหลังฝนตกที่ควรจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กลับกลายเป็นกลิ่นอับชื้นที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของอดีตเชฟผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขา
“คุณใจเย็นก่อนสิคะ... อ้อ ผมขอโทษครับ ผมลืมไปว่าที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์เรื่องความใจเย็น” รินที่เดินตามมาข้างหลังหยุดยืนกอดอก เธอมองดูความพินาศตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ได้ตื่นตระหนก แต่กลับเป็นสายตาของการสำรวจและวิเคราะห์
“ใจเย็นเหรอริน? คุณเห็นไหมว่าพวกมันทำอะไรกับแปลงผักของผม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผัก มันคือเรื่องของความล้มเหลว” กรณ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้สั่นไหวด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “ผมกะว่าจะเก็บผักพวกนี้ไปทำแกงส้มสูตรคุณตาในวันหยุดนี้... แต่ดูสิ ทุกอย่างมันจบแล้ว”
รินก้าวเข้ามาใกล้ เธอนั่งยองๆ ลงข้างเขา กลิ่นหอมจางๆ ของใบสมุนไพรสดโชยออกมาจากตัวเธอ ซึ่งมันตัดกับกลิ่นสาบของแมลงในแปลงผักอย่างสิ้นเชิง “เชฟที่ยอดเยี่ยมไม่ได้วัดความสำเร็จที่วัตถุดิบสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ แต่เขาต้องรู้จัก ‘เอาตัวรอด’ จากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ต่างหาก นี่แหละคือบทเรียนที่ผืนดินกำลังสอนคุณ”
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง? ซื้อยาฆ่าแมลงเคมีแรงๆ มาฉีดงั้นหรือ? ผมไม่ทำแน่” กรณ์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ที่ผมกลับมาทำเกษตร ก็เพื่อหนีจากอะไรที่มันฉาบฉวยแบบนั้น”
“ใครบอกว่าจะใช้สารเคมีครับ?” รินหยิบใบผักกาดเขียวที่ขาดวิ่นขึ้นมาพิจารณา “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายอุดมการณ์ของคุณ แต่ผมมาเพื่อบอกว่า... ธรรมชาติมีวิธีของมัน ถ้าคุณรู้จักฟัง”
เธอขยับกายลุกขึ้นพลางปัดมือ “ตามผมมาที่โรงเรือนหลังบ้าน เดี๋ยวนี้เลย ถ้าอยากรักษาผักกาดที่เหลืออยู่”
รินเดินนำไปโดยไม่หันกลับมามอง กรณ์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นตามไป ความเงียบงันระหว่างทางมีเพียงเสียงแมลงปีกแข็งที่บินว่อนอยู่ในอากาศ ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา
ภายในโรงเรือนไม้เก่าๆ รินเริ่มต้นหยิบจับสิ่งของด้วยความคล่องแคล่ว เธอโยนกำใบสะเดาและข่าแก่ลงในครกหินขนาดใหญ่ ก่อนจะส่งสากให้เขา “ตำครับ... ใช้แรงทั้งหมดที่คุณมี ใส่ความโกรธที่คุณมีต่อแมลงพวกนั้นลงไปในครกนี่”
กรณ์รับสากมาด้วยความงุนงง แต่เขาก็ยอมทำตาม รสสัมผัสที่หนักแน่นของสากกระทบก้นครกดังสนั่น มันเป็นจังหวะที่ช่วยลดทอนความฟุ้งซ่านในใจลงได้บ้าง จนกระทั่งรินเริ่มหยดน้ำส้มควันไม้และเหล้าขาวลงไป กลิ่นฉุนของส่วนผสมธรรมชาติเริ่มฟุ้งกระจาย แต่มันกลับไม่ทำให้เขารู้สึกเหม็น กลับกัน... มันคือกลิ่นที่บ่งบอกถึงการต่อสู้เพื่อปกป้อง
“ทำไมต้องเป็นสูตรนี้?” กรณ์เอ่ยถามขณะที่เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม
“เพราะนี่คือการเจรจาครับ” รินตอบพลางรินน้ำสมุนไพรสีเข้มเข้มข้นลงในถังน้ำ “เราไม่ได้ฆ่าเพื่อล้างผลาญ แต่เรากำลังบอกให้พวกแมลงรู้ว่า ‘ที่นี่ไม่ต้อนรับ’ ธรรมชาติมีความเกรงใจต่อกันเสมอถ้าเราสื่อสารให้ถูกวิธี”
ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองคนร่วมกันฉีดพ่นละอองน้ำสมุนไพรลงบนแปลงผัก กรณ์เริ่มเห็นความต่าง บางทีการดูแลชีวิตที่เปราะบางแบบนี้ มันก็ไม่ได้ต่างจากการปรุงอาหารในครัวที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดเพียงแต่คราวนี้เขาไม่ได้ปรุงเพื่อเสิร์ฟลูกค้าในร้านอาหารหรู แต่เขาปรุงเพื่อ ‘ฟื้นฟู’ จิตวิญญาณของตัวเอง
เมื่อแสงตะวันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองจัด รินหยุดมือแล้วหันมามองเขา “เห็นไหมครับ ผักพวกนี้อาจจะไม่สวยเหมือนภาพในนิตยสาร แต่พวกมันยังมีชีวิตอยู่ นี่แหละความจริงของโลกเกษตร”
กรณ์เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก สายตามองไปยังแปลงผักที่ดูสงบลง “ขอบคุณนะริน... ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงไถทิ้งไปแล้วจริงๆ”
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ สิ่งที่คุณทำวันนี้คือการก้าวข้ามกำแพงความสมบูรณ์แบบที่ขังคุณไว้” รินยิ้มบางๆ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย “ว่าแต่... ได้ยินเสียงอะไรไหม?”
กรณ์นิ่งฟัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาทางประตูรั้วฟาร์ม ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของชาวบ้านแถวนี้ แต่มันเป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นดินแห้งกรังจนเกิดเสียงดังผิดปกติ
ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงทางเข้า เขาถือแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความกดดันที่คุ้นเคยเสียจนกรณ์แทบหยุดหายใจ
“ไม่เจอกันนานนะ... กรณ์ระวี” ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ดูเหมือนการหนีมาเป็นเกษตรกรของคุณ จะไม่ได้ทำให้คุณลืมเรื่องสัญญาที่เหลืออยู่เลยสักนิด”
กรณ์ตัวแข็งทื่อ สมองของเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะ เพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้... ‘เจ้าของร้านอาหารคนเก่าที่เขาทิ้งมากลางคัน’
รินหันมามองกรณ์ด้วยแววตาสงสัย แต่เมื่อเห็นท่าทีของเขา เธอจึงตระหนักได้ทันทีว่า ‘อดีต’ ที่กรณ์พยายามฝังกลบ กำลังจะขุดตัวเองขึ้นมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุด
ฟาร์มเมอร์สุขใจขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกรณ์และรินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 9
เมื่อแมลงบุกและวิธีธรรมชาติ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!