“คุณจะบอกผมว่า ของที่ผมคัดมากับมือ ภายในห้าชั่วโมงที่อยู่บนรถขนส่ง มันกลายเป็นขยะไปหมดแล้วงั้นหรือครับ?”
เสียงของกรณ์เรียบสนิท แต่มันแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในโรงเรือนคัดบรรจุเย็นเยียบลงทันตา เขาไม่ได้ตะคอก แต่ดวงตาคู่คมที่เคยผ่านการสั่งการในครัวระดับมิชลินสตาร์กำลังจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่รินรดาส่งมาให้ดู ภาพใบโหระพาที่เคยเขียวสดกลับช้ำดำคล้ายถูกลวกด้วยน้ำร้อน ตามด้วยภาพผลมะเขือเทศเชอร์รี่ที่แตกเละเทะจนน้ำฉ่ำไหลนองเต็มกล่องกระดาษ
รินรดายืนกอดอก พิงเสาไม้ไผ่ที่ใช้ยึดโครงโรงเรือน เธอไม่ตอบทันที แต่ขยับเข้าไปใกล้กล่องพัสดุใบนั้น ใช้มือสัมผัสเบาๆ ที่ก้นกล่องที่เปียกชื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความเห็นใจ แต่มีความจริงจังที่มากกว่าเดิม
“บริษัทขนส่งทำเวลาไม่ได้ตามสัญญาครับกรณ์ ระบบทำความเย็นในรถคันนั้นพังตั้งแต่ช่วงเที่ยง และที่แย่กว่าคือ... พวกเขาเอาผักของเราไปวางทับกับลังผลไม้ที่มีเอทิลีนสูง กลิ่นดินที่ฉันอุตส่าห์ฟูมฟักมากับมือ กลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าในชั่วข้ามคืน” รินเว้นจังหวะ “คุณจะแก้ตัวยังไงกับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่รอปิ่นโตมื้อพิเศษนี้อยู่ครับ?”
กรณ์นิ่งไป คำพูดของคนปริศนาที่ทิ้งปมไว้เมื่อวานยังคงวนเวียนในหัว *ที่ดินผืนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อฟาร์มเล็กๆ*... เขาหลับตาลง พยายามดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน กลิ่นดินชื้นๆ ที่เคยปลอบประโลมใจเขากลับเริ่มกลายเป็นกลิ่นของความล้มเหลว
“ริน... วางอุปกรณ์ทั้งหมดลงก่อน” กรณ์เอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น เขาเดินตรงไปที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่เขาใช้เตรียมสมุนไพร “เราจะไม่ส่งของเน่าเสียไปเด็ดขาด และเราจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะความผิดพลาดของคนอื่น”
“คุณจะทำอะไรครับ นี่มันบ่ายสองแล้ว อีกไม่ถึงสามชั่วโมงลูกค้าจะได้รับอาหาร!” รินอุทาน แต่มือของเธอก็หยิบมีดสแตนเลสคู่ใจของเขามาวางตรงหน้าโดยอัตโนมัติ
กรณ์ไม่ตอบ เขาคว้าตะกร้าหวายใบใหญ่แล้ววิ่งออกไปทางสวนหลังบ้าน รินมองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนนั้นไปด้วยความฉงน ในช่วงเวลาวิกฤต อดีตเชฟผู้เงียบขรึมคนนี้กลับมีบางอย่างที่น่าเกรงขามอย่างประหลาด เขาไม่ได้ฟูมฟาย ไม่ได้โทษดินฟ้าอากาศ แต่เขากำลังมองหา 'ทางออก'
เพียงสิบนาที กรณ์กลับมาพร้อมกับยอดผักพื้นบ้านที่เขาล้างด้วยน้ำฝนที่เพิ่งตักจากโอ่งดินเผา ใบกะเพราป่าสีเขียวเข้ม ดอกขจร และยอดผักเหลียงที่ยังคงมีความเย็นจากไอฝนที่เพิ่งพรำลงมาเมื่อครู่
“เราจะเปลี่ยนเมนู” กรณ์เอ่ย พลางหั่นสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว “จากที่คิดจะส่งผักสดกล่องใหญ่ เราจะทำ 'ชุดสมุนไพรสกัดเย็นพร้อมทาน' แทน ผมจะใช้เทคนิคการถนอมอาหารด้วยความเย็นจัดที่ผมเคยใช้ในห้องอาหารฝรั่งเศส แต่เปลี่ยนวัตถุดิบเป็นของพื้นบ้านที่เรามี”
“คุณจะสู้กับเวลาด้วยการแปรรูปเนี่ยนะ?” รินถามพลางช่วยเตรียมขวดโหลแก้ว “แต่มันยังขาดรสสัมผัสที่ลูกค้าคาดหวังนะกรณ์”
“ถ้าผักสดมันไปไม่ถึง เราก็ต้องทำให้รสชาติที่บรรจุในขวดนี้ มีค่ามากกว่าผักสดที่เขาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ” กรณ์หันมามองริน สายตาของเขามีความอ่อนโยนขึ้น “ผมเคยทำอาหารเพื่อชื่อเสียง แต่วันนี้... ผมทำเพื่อสิ่งที่ผมรัก ที่ดินผืนนี้ไม่ได้ให้แค่ผัก แต่มันให้บทเรียนผมว่า ทุกอย่างมีฤดูกาลของมัน แม้แต่ความผิดพลาด”
ท่ามกลางกลิ่นหอมของสมุนไพรที่เริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วโรงเรือน ทั้งคู่ทำงานประสานกันราวกับนาฬิกาเรือนดี กรณ์คุมการปรุง รินคุมการบรรจุ ทั้งสองคนแทบไม่ได้คุยกัน แต่จังหวะการส่งมีด การวางขวดโหล และการสบตา สื่อสารกันได้ดีกว่าคำพูดใดๆ
เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงจนแสงสีส้มสาดผ่านหน้าต่างโรงเรือน ชุดปิ่นโตสมุนไพรหน้าตาสวยงามก็ถูกจัดเรียงลงในลังไม้ที่รองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อรักษาอุณหภูมิสุดท้ายก่อนส่งถึงมือลูกค้า
ทว่า ในวินาทีที่กรณ์กำลังจะปิดฝาลังไม้ เสียงรถกระบะคันหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าฟาร์ม เสียงเบรกที่หยุดกะทันหันบ่งบอกถึงความรีบร้อน รินเดินไปดูที่หน้าต่างก่อนจะชะงัก
“กรณ์... คนของบริษัทขนส่งมาถึงแล้ว แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว”
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่ไม่เข้ากับบรรยากาศฟาร์มก้าวลงจากรถพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคน เขาเดินตรงเข้ามาในโรงเรือนด้วยท่าทีคุกคาม กรณ์วางมือจากงานแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยท่าทีสุภาพแต่ก็พร้อมปะทะ
“ผมมาที่นี่เพื่อบอกว่า... พัสดุของคุณไม่จำเป็นต้องส่งแล้ว” ชายคนนั้นกล่าว พลางโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะ “เพราะทางเราได้ซื้อที่ดินผืนนี้จากธนาคารโดยตรงแล้ว และคำสั่งขับไล่จะมีผลในเช้าวันพรุ่งนี้ครับคุณกรณ์”
กรณ์นิ่งงัน มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ รินรีบก้าวเข้ามาข้างๆ เขาอย่างไม่หวั่นเกรง ชายคนนั้นเหยียดยิ้มพร้อมกับมองไปที่ปิ่นโตสมุนไพร “และผักพวกนี้... ก็กลายเป็นสมบัติของเจ้าของที่ดินคนใหม่ไปตั้งแต่วินาทีนี้แล้วครับ”
กรณ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่เก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดมาตลอดสิบปี “ถ้าคุณคิดว่าที่ดินนี้เป็นแค่ตัวเลขในบัญชี คุณก็คิดผิดถนัดครับ... เพราะสิ่งที่อยู่บนโต๊ะนี้ ไม่ใช่ผัก แต่มันคือคำตอบสุดท้ายของผม”
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกลิ่นดินและปิ่นโตในตอนนี้นะครับ หวังว่าจะพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 35
วิกฤตขนส่งล่าช้า
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!