กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 34

ซุปฟักทองอุ่นใจ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
“คุณจะให้ผมส่งของพวกนี้ออกไปทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนสั่งงั้นหรือริน?” กรณ์วางจดหมายปึกหนาที่ถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรเรียบง่ายลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่ เสียงกระทบของมันหนักแน่นพอๆ กับหัวใจที่เต้นรัวของเขาในเวลานี้ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงถุงเมล็ดพันธุ์ เธอหันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่พยายามจะฉายความมั่นใจ แต่เขารู้ดีว่าเธอกำลังกังวลไม่ต่างกัน “ออเดอร์ชุดแรกเข้ามาระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกครับกรณ์ แต่มันคือนิมิตหมายว่าสิ่งที่คุณพยายามทำมาตลอดมันกำลังออกดอกออกผล” รินตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ “หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าพอคนได้ลิ้มรสผลผลิตจากฟาร์มสุขใจแล้ว พวกเขาจะคาดหวังมากกว่าเดิม?” กรณ์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่เบือนหน้าหนีไปยังหน้าต่างที่มองเห็นทุ่งฟักทองสีเหลืองอร่ามที่กำลังรอวันเก็บเกี่ยว สีหน้าของเขาที่ซีดเผือดลงเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งความหวาดหวั่นไว้ เขาไม่ได้กลัวการทำงานหนัก แต่เขากลัว... กลัวว่าความสมบูรณ์แบบที่เขายึดถือจะเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดให้เขาต้องกลับไปเป็นเชฟผู้เย็นชาในเมืองหลวงอีกครั้ง “ผมจะทำซุปฟักทอง” กรณ์พึมพำขึ้นมาทำลายความเงียบ “เย็นนี้... เราจะทำซุปฟักทองแจกจ่ายให้คนงานและส่งไปพร้อมกับออเดอร์พิเศษชุดแรก” เขารีบเดินไปยังสวนหลังบ้าน คว้ามีดคู่ใจที่ลับจนคมกริบลงบนผลฟักทองพันธุ์พื้นเมืองที่ผิวขรุขระแต่เนื้อข้างในมีสีเหลืองทองดั่งทองคำแท้ กลิ่นดินที่ติดมากับเปลือกฟักทองทำให้เขาสงบลงเล็กน้อย นี่ไม่ใช่การปรุงอาหารในครัวหรูที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ราคาแพง แต่มันคือการเคี่ยวความรู้สึกผ่านความร้อนของเตาถ่าน รินรดาเดินตามเข้ามา เธอเห็นกรณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าเตา มือหนาที่เปื้อนฝุ่นดินบรรจงหั่นฟักทองเป็นชิ้นพอดีคำ จังหวะการหั่นนั้นช่างเชื่องช้าและพิถีพิถันราวกับเขากำลังประกอบชิ้นส่วนสำคัญของชีวิต “คุณเคยบอกว่าซุปฟักทองคือเมนูแรกที่คุณทำกับคุณตา” รินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธออ่อนลง ต่างจากเมื่อครู่ที่เน้นไปที่เรื่องธุรกิจ “ทำไมถึงอยากทำเมนูนี้ในวันที่เรากำลังจะเผชิญกับพายุลูกใหญ่ครับ?” “เพราะมันคือจุดเริ่มต้นที่ไม่มีเงื่อนไขครับริน” กรณ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยขุ่นมัวเริ่มมีความกระจ่างใส “ตอนเด็กๆ ผมเคยถามคุณตาว่า ทำไมต้องปลูกฟักทองให้เหนื่อย ในเมื่อเราซื้อกินก็ได้ คุณตาบอกผมว่า การปลูกเองทำให้เรารู้ว่าในซุปหนึ่งถ้วย มีหยาดเหงื่อกี่หยด และมีฤดูกาลไหนที่โอบอุ้มมันไว้” เขานำฟักทองลงหม้อดินเผา เติมหอมหัวใหญ่ที่ผ่านการผัดจนหวานฉ่ำ เติมน้ำสต๊อกที่เคี่ยวจากผักพื้นบ้านจนได้ที่ กลิ่นหอมละมุนเริ่มโชยอบอวลไปทั่วครัว กรณ์ไม่ได้ปรุงรสด้วยเครื่องเทศฝรั่งเศสราคาแพง แต่เขาเลือกใช้สมุนไพรในสวนที่รินรดาเป็นคนนำมาให้ ความเงียบครอบงำห้องครัวไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของซุปในหม้อ กรณ์ตักชิมรสชาติด้วยความระมัดระวัง ลิ้นของเขาที่เคยผ่านการชิมอาหารระดับมิชลินสตาร์มานับไม่ถ้วนกำลังวิเคราะห์ทุกรสสัมผัส มันไม่ใช่รสชาติที่จัดจ้านหวือหวา แต่มันคือนุ่มนวล ลึกซึ้ง และซื่อตรงอย่างน่าประหลาด “คุณกำลังเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความละมุนใช่ไหมครับ?” รินถามพลางชะโงกหน้ามองซุปสีทองในหม้อ “ผมกำลังเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงครับ” กรณ์ตอบพลางตักซุปใส่ปิ่นโตใบเก่า “ไม่ว่าใครจะเป็นคนสั่ง หรือเขาต้องการอะไรจากฟาร์มสุขใจ ผมก็แค่ต้องทำให้สิ่งที่อยู่ในปิ่นโตนี้ สะท้อนถึงหัวใจของผมให้ดีที่สุด” เขายื่นช้อนที่บรรจุซุปอุ่นๆ ให้รินรดา รินรับไปชิมพลางหลับตาลงสัมผัสถึงความอุ่นที่ซึมลึกไปถึงอก เธอส่งยิ้มให้เขา ซึ่งเป็นยิ้มที่กรณ์ไม่ได้เห็นบ่อยนัก มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “อร่อยมากครับ... กลิ่นของดินและไอฝนเหมือนจะละลายรวมอยู่ในซุปถ้วยนี้เลย” ขณะที่พวกเขากำลังช่วยกันบรรจุกล่องพัสดุสำหรับออเดอร์แรก เสียงกระดิ่งหน้าประตูบ้านก็ดังกังวานขึ้นอย่างไม่คาดฝัน มันไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยของบุรุษไปรษณีย์ หรือเสียงหัวเราะของชาวบ้านในละแวกนี้ แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามาในโถงบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ กรณ์ชะงักมือทันที ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู คนตรงกลางสวมแว่นตากรอบเงินและมีรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวพร้อมกับวางเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนกองเมล็ดพันธุ์ของรินรดา “คุณกรณ์ระวีครับ... ทางบริษัทแม่ส่งผมมาเพื่อแจ้งว่า กิจการฟาร์มสุขใจของคุณ กำลังจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดในฐานะส่วนหนึ่งของสัญญาที่หมดอายุลงเมื่อสามปีก่อน” ชายคนนั้นกล่าวพลางยื่นนามบัตรสีทองให้ “และดูเหมือนว่า ซุปที่คุณเพิ่งต้มเสร็จ จะเป็นมื้อสุดท้ายที่ฟาร์มแห่งนี้จะได้ทำในนามของตัวคุณเองครับ” กรณ์รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินรดาหน้าซีดเผือดพลางกุมมือกรณ์ไว้แน่น ภายใต้ความเงียบงันที่แผ่ขยายออกไป ชายคนนั้นก็ก้มลงมองปิ่นโตที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ดูท่า... อดีตเชฟผู้เก่งกาจจะลืมไปแล้วว่า คนที่มอบที่ดินผืนนี้ให้คุณเมื่อสิบปีก่อน ไม่ได้ต้องการให้มันกลายเป็นแค่ฟาร์มเล็กๆ ที่ไร้ราคานะครับคุณกรณ์” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของฟาร์มสุขใจมาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%