"คุณกรณ์ครับ ผมว่าคุณกำลังทำเรื่องที่น่าอับอายที่สุดในชีวิตเชฟของคุณอยู่"
เสียงทุ้มต่ำของนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับรองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นจากแปลงผักข้างนอก กรณ์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่ใช้มีดปลายแหลมกรีดลงบนแผ่นแป้งญวนที่วางเรียงรายอย่างประณีต ความนิ่งสงบของเขาคือพายุที่ซ่อนอยู่ในขวดโหล
"ความอับอายของผม กับผลกำไรในบัญชีของคุณ... คุณคิดว่ามันชั่งน้ำหนักด้วยหน่วยวัดเดียวกันได้จริงหรือครับ" กรณ์ตอบกลับโดยไม่หยุดมือ เขาหยิบผักสลัดคอสกรอบสดๆ ที่เพิ่งเด็ดมาจากแปลงเมื่อสิบนาทีที่แล้ววางลงบนแป้ง ตามด้วยแครอทซอยเส้นละเอียดสีส้มสด และที่สำคัญที่สุด คือกลิ่นหอมของ 'น้ำพริกหนุ่ม' สูตรคุณตาที่เขาเคี่ยวเองกับมือเมื่อคืนนี้
รินยืนกอดอกอยู่ข้างประตู เฝ้ามองสถานการณ์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เธอเห็นแววตาของกรณ์ที่กำลังจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ มันไม่ใช่สายตาของเชฟที่กำลังทำอาหารตามสั่ง แต่มันคือสายตาของศิลปินที่กำลังเขียนจดหมายลาตายด้วยรสชาติอาหาร
"น้ำพริกหนุ่ม... กับผักสลัด?" ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ "คุณกำลังพยายามจะบอกว่า นี่คืออาหารระดับมิชลินที่ผมควรลงทุนให้งั้นรึ? นี่มันอาหารบ้านๆ ของคนขี้แพ้ในต่างจังหวัดชัดๆ"
กรณ์หยุดมือทันที เขาค่อยๆ วางมีดลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดัง 'กริ๊ก' ดั่งเสียงลั่นไกปืน เขาสบตาคู่สนทนาด้วยแววตาที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "ที่นี่ไม่มีคนขี้แพ้หรอกครับ มีแต่คนที่ลืมไปว่าผืนดินให้รสชาติอะไรกับเราบ้าง"
เขายื่นจานสลัดโรลที่ม้วนเสร็จสมบูรณ์ให้ชายคนนั้น ข้างในนั้นผักสลัดกรอบหวานผสานกับความเผ็ดร้อนนวลละมุนของน้ำพริกหนุ่มย่างไฟที่เขาปรับสูตรใหม่โดยใช้ไขมันจากเมล็ดแฟลกซ์แทนน้ำมันพืชทั่วไป กลิ่นหอมฟุ้งของพริกย่างเตะจมูกขึ้นมาทันทีที่รอยตัดสัมผัสกับอากาศ
ชายคนนั้นลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาที่ท้าทายของกรณ์ เขาก็หยิบมันเข้าปากโดยไม่เต็มใจ ทว่าเพียงคำแรกที่เคี้ยว ความกรอบของผักที่สดจนได้ยินเสียงเนื้อเยื่อแตกตัว ผสมผสานกับรสสัมผัสที่ซับซ้อนของน้ำพริกหนุ่มที่เผ็ดลึกแต่ทิ้งความหวานปลายลิ้นเอาไว้ ทำให้คนตรงหน้าชะงักไป
"มัน... มันเป็นไปไม่ได้" เขาพึมพำ
รินก้าวเข้ามาในวงสนทนา เธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่ตั้งกล้องไลฟ์สดทิ้งไว้ขึ้นมาดูคอมเมนต์ที่ไหลเลื่อนอย่างบ้าคลั่งในเพจ 'ฟาร์มสเตย์ข้างไร่' ยอดวิวกำลังพุ่งทะยานสู่หลักแสนภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
"คุณกรณ์ครับ... ยอดสั่งจองล่วงหน้าสำหรับเมนูนี้พุ่งทะลุห้าพันชุดแล้วครับ" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่คำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางห้อง
กรณ์ไม่ได้แสดงอาการดีใจ เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับอดีตตลอดสิบปีดูจะจางลงเพียงชั่วครู่ "โลกโซเชียลอาจจะชอบของแปลกใหม่ แต่สิ่งที่พวกเขาเพิ่งกินเข้าไป คือหัวใจของคุณตาที่ผมพยายามกอบกู้กลับมาต่างหากครับ"
ชายวัยกลางคนวางจานลง มือของเขาสั่นเล็กน้อย "ผมยอมรับ... ฝีมือคุณไม่ตกเลย กรณ์ แต่คุณคิดว่าแค่เมนูจานเดียวจะเปลี่ยนความจริงที่ว่าไร่นี้กำลังจะถูกยึดได้งั้นรึ?"
"เมนูนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเปลี่ยนความจริงครับ" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสง่างามแบบเชฟผู้ผ่านโลกมามากแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป "แต่มันมีไว้เพื่อบอกคุณว่า ต่อให้คุณยึดที่ดินผืนนี้ไปได้ สิ่งที่คุณจะได้ไปก็แค่เศษดิน... เพราะจิตวิญญาณของที่นี่ ผมได้ถ่ายทอดมันลงในจานของลูกค้าทุกคนไปหมดแล้ว"
รินมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง สีหน้าเธอเปลี่ยนไปทันที เธอรีบเดินเข้ามาใกล้กรณ์แล้วกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ "คุณกรณ์... ดูนี่ค่ะ มีสายด่วนโทรเข้ามาจากกองบรรณาธิการนิตยสารอาหารชื่อดังระดับโลก เขาต้องการคุยกับ 'คนปรุง' ทันที... และอีกเรื่อง"
เธอยื่นหน้าจอที่แสดงภาพข่าวหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ชื่อดังให้เขาดู กรณ์เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตัวเองในจังหวะที่กำลังม้วนสลัดโรล พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตที่เขียนว่า 'การกลับมาของอัจฉริยะที่หายสาบสูญ: รสชาติที่โลกต้องสยบ'
กรณ์ยังไม่ทันได้หายตกใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านไม้หลังเก่า ประตูถูกผลักเปิดออกโดยชายในชุดสูทที่ดูคุ้นตาคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้พบเจอมานานนับสิบปี
"สวัสดีครับ คุณกรณ์ระวี... ดูเหมือนว่าการทดลอง 'ทำฟาร์ม' ของคุณจะจบลงแล้วนะครับ เพราะทางคณะกรรมการมรดกอาหารโลกต้องการตัวคุณกลับไปรับตำแหน่งสูงสุดที่สละทิ้งไปเมื่อสิบปีก่อนทันที"
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้ากรณ์ ดวงตาของเขาฉายแววผู้ชนะ "และแน่นอน... เรื่องที่ดินผืนนี้ ถ้าคุณตอบตกลงไปกับเรา ปัญหาเรื่องหนี้สินทั้งหมดจะถูกลบทิ้งเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น... คุณจะเลือกอะไรครับ? ความสุขในดินโคลนที่คุณรัก หรือชื่อเสียงที่เคยเหยียบทิ้งไป?"
กรณ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองหน้าชายคนนั้น สลับกับมองออกไปที่แปลงผักที่หยาดฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายบางๆ ราวกับจะเตือนสติ
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง รินยืนนิ่งแทบลืมหายใจ เธอรู้ดีว่าคำตอบของเขามีเพียงหนึ่งเดียว และมันอาจหมายถึงการที่เขาต้องจากไปจากที่นี่... ตลอดกาล
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับกลิ่นดินและรอยยิ้มของฟาร์มเมอร์สุขใจนะครับ หวังว่าตอนถัดไปเราจะยังได้พบกันครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 36
สลัดโรลน้ำพริกหนุ่ม
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!