เสียงกระดาษแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงกิโยตินที่ตกลงมาตัดขั้วหัวใจของคนตระกูลโซเฟียในห้องประชุมใหญ่ของสภาธุรกิจหลวง
"นี่มัน... หมายความว่ายังไงกัน!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจของดยุกไรอัน บัดนี้สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดขึ้นฟ้าเสมอในยามปกติ ซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาเบิกโพ้างมองเอกสารแจ้งอายัดทรัพย์สินและฟ้องร้องล้มละลายที่กองอยู่ตรงหน้า หนาเตอะจนสามารถใช้มันฆ่าคนให้ตายทั้งเป็นได้ในคราวเดียว
เอเลน่า (ลลิล) นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท มุมปากสลักรอยยิ้มเยືือกเย็นและทรงอำนาจ นิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำกำลังหมุนแหวนเพชรเม็ดโตเล่นอย่างไม่ใส่ใจ รัศมีความมั่งคั่งและอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกดดันให้ทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง
"ก็หมายความตามตัวอักษรภาษาอังกฤษและภาษาทางการค้านั่นแหละค่ะ ท่านดยุกผู้สูงส่ง" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "หนี้สินมูลค่าแปดหลักที่พวกท่านแอบกู้ยืมมาเพื่อพยุงหน้าตาทางสังคมในงานเลี้ยงน้ำชาเมื่อเดือนก่อน บัดนี้... ได้ถูกกว้านซื้อโดย 'เอเลน่ากรุ๊ป' ทั้งหมดแล้ว และในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด ฉันมีสิทธิ์ขาดในการทวงถาม หรือหากพวกท่านไม่มีปัญญาจ่าย..." เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า "...ก็เตรียมตัวย้ายไปนอนข้างถนนได้เลยค่ะ"
ข้างกายของเอเลน่า คาลลัมยืนสงบนิ่งราวกับเงาพิทักษ์
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนสง่างามและกลิ่นอายอันตรายที่ยากจะเข้าใกล้ มือหนาข้างหนึ่งวางทับอยู่บนด้ามดาบประจำตัวที่ซ่อนไว้ภายใต้เสื้อคลุม คอยสอดส่องสายตาดุดันไปยังรอบด้านเพื่อป้องกันไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาเข้าใกล้สตรีของเขา แม้มนุษย์ตระกูลโซเฟียในตอนนี้จะอ่อนแอราวกับมดปลวกที่ถูกเหยียบย่ำจนจมดินแล้วก็ตาม
เลดี้โซเฟีย ซึ่งเคยเป็นดวงใจและนางเอกผู้แสนบริสุทธิ์ในสายตาของสังคมชั้นสูง บัดนี้ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างไร้ซึ่งความสง่างาม น้ำตานองหน้า เครื่องสำอางราคาแพงไหลเยิ้มเปื้อนแก้ม เธอพยายามคลานเข้าไปหาเอเลน่าเพื่อเกาะชายกระโปรง แต่กลับถูกคาลลัมก้าวเท้าเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางเย็นชาและกดดันจนเธอต้องถอยร่นด้วยความหวาดกลัว
"เลดี้เอเลน่า... ได้โปรด... เมตตาพวกเราด้วยเถอะค่ะ" โซเฟียสะอื้นไห้จนตัวโยน เสียงกรีดร้องและอ้อนวอนช่างน่าเวทนาในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับเอเลน่า มันเป็นเพียงบทเพลงกล่อมเด็กที่ไร้ค่า
"เมตตา?" เอเลน่าหัวנסเสียงแผ่วเบาในลำคอ ดวงตาสสีนิลคมกริบราวกับใบมีดหันกลับมามอง "ตอนที่พวกคุณร่วมมือกันเหยียบย่ำฉัน ขับไล่ฉันออกจากตระกูล และหัวเราะเยาะในวันที่ฉันไม่มีแม้แต่เศษเงินซื้อขนมปัง... พวกคุณเคยมีความเมตตาให้ฉันบ้างไหมคะ?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของไรอันและโซเฟียจนแหลกสลาย ไรอันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
เนื้อ เลือดสีสดซึมออกมา เขากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองที่ผสมผสานกับความสิ้นหวัง "นังสารเลว! แกมันปีศาจชัดๆ! คิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!"
"ค่ะ ฉันมีเงิน... และเพราะฉันมีเงินนี่แหละค่ะ ถึงได้ซื้อหัวของพวกคุณมาวางไว้บนโต๊ะอาหารได้ในวันนี้"
เอเลน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงสั่งตัดพิเศษสะท้อนแสงไฟระยิบระยับขับเน้นความสง่างามเย้ายวนใจ เธอก้มลงมองหน้าอดีตคู่หมั้นที่กำลังจะกลายเป็นยาจกในชั่วข้ามคืนด้วยรอยยิ้มเยาะ
"ไม่คิดเลยนะ ว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอ จะสนุกเร้าใจได้ขนาดนี้... ลลิล" ไรอันเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้นสุดขีด
เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรบมือเบาๆ สองครั้งด้วยความชื่นชมในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คาลลัม
"จัดการเอกสารขั้นสุดท้ายให้เรียบร้อยค่ะคาลลัม ฉันไม่อยากเสียเวลากับคนแพ้ที่ไม่มีแม้แต่ค่าอากาศหายใจ"
"รับทราบครับ ที่รัก"
คาลลัมตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับเธอ ก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อ รูดหน้าจอปลดล็อกด้วยระบบสแกนอัตลักษณ์ชั้นสูง
ท่ามกลางความเงียบงันและเสียงสะอื้นของเลดี้โซเฟีย จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบรรดาขุนนางและพ่อค้าที่นั่งสังเกตการณ์อยู่รอบห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทุกคนหยิบอุปกรณ์ของตนขึ้นมาดูด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่สีหน้าของแต่ละคนจะเปลี่ยนเป็นซีดเผือดขั้นสุด
หน้าจอของทุกคนปรากฏข้อความจากธนาคารกลางแห่งอาณาจักร...
*ประกาศด่วน: อสังหาริมทรัพย์และหุ้นทั้งหมดของตระกูลโซเฟีย ถูกโอนกรรมสิทธิ์เข้าสู่ "เอเลน่ากรุ๊ป" อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ณ บัดนี้*
แต่ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว และตระกูลโซเฟียต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ทางสู้ ประตูเหล็กบานใหญ่ของห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสือคู่ดังระรัวเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง
"ช้าก่อน... แม่นางน้อยแห่งเอเลน่ากรุ๊ป ดูเหมือนเธอจะลืมคิดถึง 'หนี้ก้อนโต' อีกก้อนหนึ่งที่ตระกูลนี้ค้างไว้กับ 'สมาคมการค้าแห่งความมืด' ไปเสียแล้วกระมัง?"
เอเลน่าหันขวับไปมอง รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าชะงักไปชั่วขณะ เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของชายแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ซ่อนเร้นความลับอันตรายเอาไว้เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
เอวาลินน์ปลายพู่กัน (ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ)
เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 21
ฟ้องล้มละลายตระกูลโซเฟีย
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!