"เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินสามร้อยไร่ รวมถึงหุ้นทั้งหมดสามสิบเปอร์เซ็นต์ในเหมืองแร่ตระกูลไรอัน... ตอนนี้ ได้ถูกโอนเข้าสู่บัญชีของเลดี้เอเลน่าอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ"
เสียงประกาศของทนายความประจำราชสำนักดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้า ภายในห้องโถงจัดเลี้ยงอันโอ่อ่าของตระกูลดยุก ใบหน้าของดยุกไรอันซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ร่างสูงสง่าที่เคยเชิดหน้าชูตาอยู่เหนือผู้คนบัดนี้กำลังสั่นเทา เขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างหมดสภาพ ขณะที่เลดี้โซเฟีย นางเอกต้นฉบับผู้เคยแย้มยิ้มเยาะเย้ยเอเลน่าในยามตกอับ บัดนี้กลับกรีดร้องโฮออกมาด้วยความสติแตก ลบภาพเลดี้ผู้สูงศักดิ์ผู้แสนอ่อนหวานไปจนสิ้นซาก
เอเลน่า (ลลิล) ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาคู่คมฉายประกายความเยเย็นและทรงอำนาจ ชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักด้ายทองระยิบระยับขับเน้นให้เธอดูราวกับพญาหงส์ผู้สง่างามเหนือผู้ใด ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นรนของอดีตคู่หมั้นสารเลว ปลายรองเท้าส้นสูงปักคริสตัลหยุดลงตรงหน้าเขาพอดี
"จำได้ไหมคะ ไรอัน... วันที่คุณผลักไสฉันออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย พร้อมกับคำพูดดูถูกเหยียดหยามว่าฉันเป็นแค่ดอกไม้ริมทางไร้ค่า คุณบอกว่าเงินซื้อศักดิ์ศรีไม่ได้..." เอเลน่าโน้มตัวลงกระซิบเสียงหวานหยาดเยิ้ม ทว่าเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "แต่วันนี้ ฉันใช้เงินซื้อทั้งศักดิ์ศรี อนาคต และลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคุณมาไว้ใต้ฝ่าเท้าเรียบร้อยแล้วค่ะ สนุกไหมคะกับเกมนี้?"
"เอเลน่า... ได้โปรด... เมตตาฉันด้วย เปรดช่วย..." ไรอันพยายามเอื้อมมือควชายกระโปรงของเธอ ทว่าถูกปลายรองเท้าของเธอเขี่ยออกอย่างไร้ความปรานี
"ความเมตตาเหรอคะ? มันมีไว้ให้สำหรับมนุษย์ค่ะ ไม่ใช่กับสุนัขที่ลอบกัด" เอเลน่าสะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ก่อนจะโบกมือเบาๆ ให้องครักษ์เข้ามาลากตัวเศษสนุษย์ทั้งสองออกไปจากสายตา
นี่คือบทสรุปของสงครามยกแรก ศัตรูชุดแรกพ่ายแพ้ราบคาบอย่างไร้ข้อแก้ตัว เงินตราและอำนาจจากระบบมหาศาลไม่ได้เพียงแค่ตบหน้าพวกมันให้ช็อกตาค้างเท่านั้น แต่มันคือการประกาศศักดาว่า "เอวาลินน์" ผู้นี้จะไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกต่อไป
บรรยากาศในห้องโถงค่อยๆ กลับคืนสู่ความสงบ เหลือเพียงความโอ่อ่าและกลิ่นอายของชัยชนะที่อบอวลไปทั่ว เอเลน่าถอนหายใจยาวออกมาเบื้องหน้ากระจกบานใหญ่ เปลือกตาปิดลงชั่วครู่เพื่อซ่อนความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน แม้ภายนอกเธอจะดูแข็งแกร่งราวนางพญา แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็เป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่โหยหาความอบอุ่นในวันที่โลกใบนี้โหดร้าย
และในวินาทีนั้นเอง อ้อมกอดอันคุ้นเคยก็โอบล้อมร่างของเธอจากด้านหลัง
คาลลัม...
อดีตอัศวินตกอับผู้เคยยืนเคียงข้างเธอในวันที่มืดมนที่สุด ร่างสูงใหญ่ของเขาสวมชุดสูทสีเข้มเข้ารูป ขับเน้นกล้ามเนื้อและไหล่กว้างที่ดูอบอุ่นและพึ่งพาได้ ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างขมับของเธออย่างถือวิสาสะ ทว่าแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในจักรวาล
"เหนื่อยมากไหมครับ... นายหญิงของผม" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอจนเอเลน่าย่อตัวลงเล็กน้อยด้วยความจั๊กจี้และหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ
เอเลน่าเอี้ยวคอหันไปมองสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมของคาลลัมในยามนี้ไม่มีคราบความหม่นหมองของอัศวินตกอับหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงประกายความลึกล้ำ คมคาย และความคลั่งรักที่เอ่อล้นจนแทบจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้เงาของอัศวินผู้ภักดีคนนี้ กลับกุมความลับอันยิ่งใหญ่และอำนาจมืดที่แม้แต่ราชสำนักยังต้องเกรงกลัว—และเขายอมซ่อนเขี้ยวเล็บทั้งหมดไว้ เพียงเพื่อยืนปกป้องเธออยู่ข้างหลังเงา
"ถ้าฉันตอบว่าเหนื่อย คุณจะทำยังไงคะ คาลลัม?" เอเลน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
คาลลัมหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนอันตราย มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้เส้นผมสีนิลสลวยอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
"ถ้าคุณเหนื่อย... ผมพร้อมจะอุ้มคุณเดินออกจากโลกใบนี้ไปเลยครับ" คาลลัมกระซิบชิดริมฝีปาก ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น "หรือถ้าคุณต้องการความสุขรูปแบบอื่น... ผมก็พร้อมจะปรนเปรอคุณทั้งคืนเช่นกันครับ เลดี실ร่าของผม"
ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและเฉียบขาดของเอเลน่าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เคมีอันทรงพลังระหว่างมหาเศรษฐีสาวผู้กุมเงินตราทั้งอาณาจักรกับชายหนุ่มผู้กอบกุมหัวใจของเธอแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ ความสัมพันธ์ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาบัดนี้ได้ก้าวข้ามเส้นAกั้น สู่ความลึกซึ้งที่ร้อนแรงและสั่นคลอนหัวใจ
เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มยั่วเย้าปรากฏขึ้นที่มุมปาก เธอวางมือเรียวลงบนแผงอกกว้างของเขา ออกแรงผลักเบาๆ ให้ถอยหลังไปชิดกับเสาหินอ่อน ก่อนจะโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงท้าทาย
"ปากหวานเสียจริงนะคะ... งั้นพิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยสิคะ ว่าคำพูดของคุณมีค่ามากกว่าบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของฉันหรือเปล่า"
คาลลัมยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยไฟปรารถนา มือหนาคว้าเอวเธอเข้ามาชิดแนบแน่น เตรียมจะมอบจุมพิตอันลึกซึ้งเพื่อปิดฉากค่ำคืนแห่งชัยชนะนี้
ทว่า—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องโถง ก่อนที่พ่อบ้านประจำตระกูลจะพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ราวกับเพิ่งไปเห็นผีสางมาสดๆ ร้อนๆ
"นายหญิงครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" พ่อบ้านละล่ำละลักละลอกละลานหายใจหอบโยน "ศัตรู... ศัตรูชุดที่สอง ไม่ใช่คนของตระกูลไรอัน... แต่เป็น... แต่เป็น..."
เอเลน่าขมวดคิ้วมุ่นทันที ความเร้าใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา คาลลัมดึงเธอกลับมาอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาฆ่าฟัน
"พูดให้มันชัดเจนสิคะ! ใครกล้าบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของฉันตอนนี้?" เอเลน่าเอ่ยเสียงเฉียบขาด
พ่อบ้านกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่สั่นเทายื่นซองจดหมายสีดำประทับตราประหลาดที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ตรายางของ... 'องค์กรเงาพยัคฆ์ทมิฬ' ครับนายหญิง... พวกเขาบอกว่า... หนี้ชีวิตของตระกูลคุณเมื่อสิบปีก่อน ถึงเวลาต้องชำระด้วยเลือดแล้วครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักมุมนี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 12
จบองค์ที่ 1: ชัยชนะยกแรกและก้าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!