เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงหรูหราของสำนักงานทะเบียนพาณิชย์หลวง แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้ปลอกปากกาหมึกซึมราคาแพงลิบลิ่วกลิ้งหล่นลงไปกระทบพื้นกระเบื้องเคลือบจนเกิดรอยตำหนิ
"คุณเอเลน่า... นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือไร!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความตื่นตระหนกและไม่ยอมรับความจริงดังขึ้นจากปากของขุนนางอาวุโสผู้รับผิดชอบการจดทะเบียนนิติบุคคล ดวงตาฝ้าฟางหลังกรอบแว่นทองคำเพ่งมองตัวเลขจำนวนมหาศาลบนเอกสารสิทธิ์ด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านเรื่องเพ้อฝันในนิยายปรัมปรา มากกว่าจะเป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทเกิดใหม่ในอาณาจักร
เอเลน่า (ลลิล) เอนกายพิงพนักเก้าอี้บุด้วยกำมะหยี่สีมรกตอย่างใจเย็น ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามเย้ายวนแต่กลับแฝงไอความเย็นยะเยือกที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องสันหลังวาบ เธอไม่ได้สวมชุดกระโปรงฟูฟ่องน่ารำคาญใจเหมือนอดีต แต่เลือกสวมสูทเข้ารูปตัดเย็บพิเศษสีดำสนิทประดับกระดุมทองคำแท้ ขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงและอำนาจที่แผ่ออกมาจากทุกอณู
"ฉันดูเหมือนคนสติไม่ดีตรงไหนหรือคะ ท่านเคานต์ฟรานซิส หรือว่าตัวเลขสี่หลักสิบหลักพวกนั้นมันทำให้สายตาฝ้าฟางของคุณพร่ามัวจนอ่านหนังสือไม่ออกกันแน่"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราatใบมีดอาบยาพิษทำให้ขุนนางชราถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้มมองตัวเลขในกระดาษอีกครั้ง... ศูนย์นับไม่ถ้วน เม็ดเงินสดหมุนเวียนที่ถูกโอนเข้าบัญชีกลางผ่านระบบตราประทับเวทมนตร์ระดับสูง มันคือตัวเลขที่สามารถซื้อคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองได้นับร้อยหลัง หรือแม้แต่ซื้อกองกำลังทหารรับจ้างส่วนตัวได้ทั้งกองพล
นี่ไม่ใช่บริษัทการค้าธรรมดา... แต่มันคือ "เอเลน่ากรุ๊ป" อาณาจักรธุรกิจที่จะเข้ามาพลิกแผ่นดินและสั่นคลอนรากฐานของตระกูลขุนนางเก่าแก่ให้สั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจ!
"แต่... แต่ว่าการจะเปิดกิจการค้าปลีกและผูกขาดเส้นทางลำเลียงสินค้าข้ามอาณาจักร จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาขุนนางชั้นสูง และที่สำคัญ..." เคานต์ฟรานซิสเว้นวรรค เหล่สายตาไปยังร่างสูงสง่าที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเลดี้สาว "อดีตคู่หมั้นของคุณ... ดยุกไรอัน ได้ยื่นเรื่องคัดค้านการผูกขาดทางการค้าไว้ล่วงหน้าแล้ว!"
เพล้ง!
เสียงคล้ายแก้วแตกในAuraความคิดของทุกคนในห้อง ทว่ามันคือเสียงหัวใจของขุนนางชราที่หวาดกลัวอำนาจมืดเบื้องหลัง ชื่อของดยุกไรอันถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดัน หวังให้หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งยอมถอยกลับไปตั้งหลัก แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่ความหวาดกลัว... กลับเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่น่าขนพองสเกล
เอเลน่าปรายตามองไปยังชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างเธอ คาลลัม... อดีตอัศวินตกอับในชุดคลุมสีเข้มที่คอยปกป้องเธอในยามยากลำบาก วันนี้เขายืนหยัดอย่างมั่นคง แว่นตากรอบเงินและรอยแผลเป็นจางๆ บนใบหน้าคมคายไม่ได้ลดทอนเสน่ห์อันตรายของเขาลงเลย ตรงกันข้าม เขากลับดูคล้ายเงาพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามที่กล้าขวางทางหญิงสาว
"ดยุกไรอันงั้นหรือคะ?" เอเลน่าทวนคำ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏชัดบนเรียวปากสีแดงก่ำ "มนุษย์ผู้ชายที่เอาแต่แบมือขอเงินตระกูลอื่นเพื่อพยุงชื่อเสียงอันจอมปลอมเนี่ยนะ มีสิทธิ์อะไรมาขวางคนที่ถือครองทรัพย์สินมากกว่าคลังสมองของราชสำนักถึงสามเท่า"
เธอยื่นมือไปรับปากกาขนนกเคลือบทองคำแท้จากมือของคาลลัมอย่างรู้ใจ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของชายหนุ่มที่ส่งผ่านมาทางด้ามปากกาทำให้หัวใจของเธอนุ่ม Warmed ขึ้นเล็กน้อย ทว่าแว่นตาสีชาของคาลลัมที่มองตรงไปยังประตูห้องทะเบียนกลับหรี่ลงเล็กน้อยราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่บานไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างของเลดี้โซเฟีย นางเอกผู้แสนดีและเสแสร้งแห่งสังคมชั้นสูงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ด้านหลังของเธอคือดยุกไรอันที่มีสีหน้ามืดทะมึนราวกับพายุฝน
"เอเลน่า! เธอคิดจะทำบ้าอะไร!" โซเฟียโพล่งขึ้นทันทีโดยไม่รักษามารยาทใดๆ ดวงตากลมโตแสร้งทำเป็นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวังดีจอมปลอม "เธอเอาเงินสกปรกมาจากไหนมากมายเพื่อสร้างบริษัทนี้! ทุกคนเขาลือกันว่าเธอยอมขายวิญญาณให้พ่อมดแห่งความมืดเพื่อแลกกับความร่ำรวย... หยุดเถอะนะ อย่าทำให้ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสียไปมากกว่านี้เลย!"
การแสดงละครฉากใหญ่ถูกงัดออกมาใช้กลางห้องทะเบียน สายตาของเหล่าข้าราชการเริ่มหันมาซุบซิบนินทา ทว่าเอเลน่ากลับไม่แม้แต่จะชายตามอง เลดี้สาวเพียงแค่จรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสำคัญอย่างเชื่องช้า ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้เธอต้องเสียเวลาใส่ใจ
"เงียบปากของเธอซะ โซเฟีย" ไรอันก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบจ้องมองเอเลน่าด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "เธอไม่มีสิทธิ์จดทะเบียนอะไรทั้งสิ้น! เอกสารฉบับนี้เป็นโมฆะ เพราะฉันในฐานะอดีตคู่หมั้นและตัวแทนสภาขุนนางขอสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของเธอภายใต้ข้อหาฉ้อโกงราชสำนัก!"
สิ้นคำประกาศกร้าวของดยุกไรอัน บรรยากาศภายในห้องก็เย็นเยียบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง ข้าราชการต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวอำนาจของท่านดยุก โซเฟียลอบยิ้มเยาะในความสำเร็จของการกดดัน
ทว่า... เอเลน่ากลับวางปากกาลงอย่างแผ่วเบา เสียงเหล็กกระทบโต๊ะดัง *คลิก* ชัดเจนในความเงียบ
เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับไรอันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังเต้นเร่าๆ บนกองเพลิงโดยไม่รู้ตัว
"ฉ้อโกงราชสำนักงั้นหรือคะ ไรอัน..." เอเลน่าเอ่ยเสียงหวานหยด ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีดำสนิททำให้เธอดูทรงอำนาจราวกับพญาหงส์เหนือฝูงกา เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละน้อย จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมปนเปกับความตื่นตระหนกของเขา "นายคิดจริงๆ หรือว่า... บริษัท 'เอเลน่ากรุ๊ป' ที่นายพยายามจะขัดขวางเนี่ย มันเป็นแค่บริษัทการค้ากระจอกๆ เหมือนที่นายเคยฮุบไปจากฉันเมื่อก่อน"
ไรอันชะงัก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเมื่อเผชิญหน้ากับออร่ากดดันที่น่ากลัวผิดกับอดีต
"นี่... นี่คือรายชื่อผู้ถือหุ้นหลักของฉัน" เอเลน่าหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมาสะบัดเบาๆ ก่อนจะโยนมันลงแทบเท้าของดยุกสารเลว "และคนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันตอนนี้..."
เธอหันกลับไปมองคาลลัม ชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและอาณาจักรของเธอ รอยยิ้มลึกล้ำปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา คาลลัมยื่นมือไปดึงเอกสารลับตราประทับตรามังกรทองคำเพลิง ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์สูงสุดของราชวงศ์และสมาคมการค้าใต้ดินที่ทรงอำนาจที่สุดในทวีป ออกมาวางทับลงบนโต๊ะ
ดวงตาของเคานต์ฟรานซิสเบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า เมื่อเห็นตราประทับนั้นชัดเจน... มันคือตราสิทธิ์ขาดที่แม้แต่องค์จักรพรรดิยังต้องเกรงใจ!
"ขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ..." เอเลน่าโน้มตัวกระซิบข้างหูไรอันที่กำลังหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นกลัวจนแทบยืนไม่อยู่ "ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ตัวจริงแห่งเอเลน่ากรุ๊ป... และเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินสามในสี่ของเมืองหลวงแห่งนี้... คือสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของฉันเองค่ะ"
สิ้นเสียงหวานหยดที่ราcotคมมีดกรีดลงบนหัวใจ ไรอันและโซเฟียเบิกตากว้างค้างในสภาพราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบมหาเศรษฐีในหัวของเอเลน่าก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอสีทองอร่ามที่สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ
[ยินดีด้วยค่ะ! ภารกิจ 'เขย่าบัลลังก์การเงิน' สำเร็จลุล่วง!]
[ยอดเงินในบัญชีหลัก: ทะลุขีดจำกัดสูงสุด เพิ่มอำนาจสิทธิพิเศษระดับ 'พระเจ้าแห่งตลาดทุน' ปลดล็อกการเข้าซื้อกิจการของตระกูลดยุกไรอันทั้งหมดใน 3... 2... 1...]
เอเลน่าแย้มยิ้มกว้างอย่างสะใจเป็นที่สุด ขณะที่ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอแตะลงบนหน้าจอระบบเพื่อกดปุ่ม "ยืนยันการยึดทรัพย์ทั้งหมด" พร้อมกับเสียงหัวใจของศัตรูที่กำลังแตกสลายเป็นจุล!
====================
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตบหน้าพวกสารเลวต่อในตอนหน้าค่ะ! — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 13
เริ่มต้นอาณาจักรการค้า 'เอเลน่ากรุ๊ป'
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!