"ถ้าเอกสารฉบับนี้ถูกเปิดเผยออกไป สภาสูงแห่งอาณาจักรคงต้องลุกเป็นไฟด้วยเพลิงโทสะ... และคนที่จุดไฟแช็กคงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากหม่อมฉันเองเพคะ"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่เจือด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว แสงเทียนสีส้มสลัวส่องกระทบใบงดงามเฉี่ยวคมของเอเลน่า ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์แผ่นกระดาษโบราณที่เพิ่งถูกปริ้นท์ออกมาจากระบบสืบสวนอัจฉริยะในหัว รอยยิ้มมุมปากของเธอมิได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้เจอขุมสมบัติชิ้นใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
บนโต๊ะไม้เนื้อดี ห่างออกไปไม่กี่ก้าว คาลลัมกำลังนั่งขัดเกราะอ่อนของเขาด้วยความเงียบสงบ แสงไฟวับแวมสะท้อนดึงดูดโครงหน้าคมคายสันกรามชัดเจน ดึงดูดสายตาของเอเลน่าให้มองค้างไว้ครู่หนึ่ง อัศวินหนุ่มผู้เงียบขรึมและจงรักภักดีต่อเธอเสมอมา ไม่เคยเอ่ยปากบ่นแม้แต่คำเดียวในวันที่พวกเขากินขนมปังแข็งกระด้างประทังชีวิต และไม่เคยเย่อหยิ่งแม้ในวันที่เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมเงินสดสะพัดครึ่งอาณาจักร
ทว่า... ภายใต้เงาอันสงบเสงี่ยมนั้น ใครเลจะล่วงรู้ว่าสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขา กลับเป็นสิ่งที่ราชวงศ์ปัจจุบันหวาดกลัวยิ่งกว่าภูตผีปีศาจ
"เอเลน่า..." คาลลัมเงยหน้าขึ้น ดวงตาสสีอำพันเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยความห่วงใยตามสัญชาตญาณ "ดึกมากแล้ว เหตุใดยังไม่พักผ่อนอีก เอกสารพวกนั้น... มีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นหรือ"
เอเลน่าละสายตาจากกระดาษในมือ เธอลุกขึ้นเดินช้า ๆ เข้าไปหาชายหนุ่ม กลิ่นกายหอมหวานรelaxing ละมุนละไมลอยแตะนาสิกของคาลลัม ทำให้มือที่กำลังถือผ้าเช็ดเกราะชะงักไปเล็กน้อย เลดี้สาวทิ้งตัวลงนั่งบนพนักเก้าอี้ของเขา เรียวแขนเนียนกอดรอบคอแกร่ง หลบมุมมองจากหน้าต่างอย่างแนบเนียน ก่อนจะกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจาง ๆ
"ยุ่งยากหรือคะ? หึ... สำหรับคนอื่นอาจจะหายนะ แต่สำหรับดิฉัน มันคือตั๋วชั้นหนึ่งในการเหยียบย่ำพวกที่เคยดูถูกเราต่างหากล่ะคะ"
คาลลัมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อประคองเอวบางของเธอไว้ตามความคุ้นชิน นิ้วมือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบสัมผัสเบา ๆ บนเนื้อผ้าไหมชั้นดี "ไม่ว่าคุณอยากจะทำลายใคร บอกผม... ดาบเล่มนี้พร้อมจะเปื้อนเลือดเพื่อคุณเสมอ"
"เลือดอะไรกันคะ ยุคนี้เขาใช้เงินฟาดหัวกันต่างหากเล่า" เอเลน่าหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพลิกเอกสารในมือให้เขาเห็น "อีกอย่าง... คนที่เรากำลังจะไปจัดการ ไม่ใช่แค่ขุนนางกระจอก ๆ อย่างดยุกไรอัน แต่เป็นถึง... 'สายเลือดที่แท้จริง' ของบัลลังก์ที่พวกมันร่วมมือกันชิงมาต่างหากล่ะคะ"
ดวงตาของคาลลัมกะพริบลงช้า ๆ สายตาของเขาเลื่อนไปมองกระดาษแผ่นนั้น ตัวอักษรโบราณและตราประทับประจำราชวงศ์ที่จางหายไปนานนับสิบปีปรากฏเด่นชัด ชื่อที่สลักอยู่บรรทัดสุดท้ายทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น
*‘เจ้าชายคาลลัมแห่งราชวงศ์ซิลเวอร์เดล... ผู้รอดชีวิตจากการสังหารหมู่’*
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คาลลัมไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอย่างที่ควรจะเป็น แววตาของเขาเพียงแค่ไหววับคล้ายผิวน้ำในยามพายุโหมกระหน่ำ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม มือหนายกขึ้นลูบเส้นผมสีดำสนิทของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา
"คุณรู้อยู่แล้วสินะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความกังวล
"ดิฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณค่ะ คาลลัม" เอเลน่าสบตาเขาตรง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและทรงพลัง "และดิฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิงสิ่งที่เป็นของคุณไป... โดยเฉพาะเลดี้โซเฟียกับดยุกไรอัน ที่ตอนนี้กำลังเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองบนคราบน้ำตาของคนอื่น"
ปัง!
เสียงประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต สาวใช้รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"นายหญิงคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! เลดี้โซเฟียกับดยุกไรอัน... พวกเขานำกองกำลังราชองครักษ์มาปิดล้อมคฤหาสน์ของเราแล้วค่ะ! พวกเขาอ้างว่าคุณซ่อนตัว 'กบฏราชวงศ์' ไว้ในบ้าน และตอนนี้กำลังบุกเข้ามาแล้วค่ะ!"
เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปากสีชาดทันที เธอหันกลับไปสบตากับคาลลัมที่กำลังลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อัศวินหนุ่มหยิบดาบประจำกายขึ้นมาคาดเอว รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาโดยไม่รู้ตัว จนสาวใช้ที่วิ่งเข้ามาถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
"ช่างบังเอิญเสียจริง..." เอเลน่าก้าวถอยหลังมาจับชายเสื้อของคาลลัมไว้เบา ๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดที่พร้อมจะฆ่าคนได้ด้วยวาจา "ในเมื่อพวกมันรีบมาส่งหัวถึงที่... เราก็ควรต้อนรับพวกมันให้สมฐานะ 'มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ' เสียหน่อยแล้วกระมังคะ"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายดังกระชั้นชิดเข้ามาที่หน้าประตูห้องรับรอง เสียงตะโกนกร้าวของดยุกไรอันดังทะลุกำแพงเข้ามาอย่างฮึกเหิม
"เอเลน่า! นังสารเลว! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เจ้ามีความผิดฐานกบฏซ่อนตัวอาชญากร โทษของเจ้าคือประหารสถานเดียว!"
คาลลัมเอื้อมมือไปแตะกลอนประตู แต่เอเลน่ากลับเป็นฝ่ายยื่นมือไปขวางไว้ เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับชายหนุ่ม ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นบนมือจากระบบ ออกมาถือไว้ในมือ
"รอดูก่อนสคะคาลลัม... ว่าเงินหนึ่งหมื่นล้านเหรียญทองของดิฉัน จะซื้อ 'หัว' ของพวกมันได้เร็วกว่าที่พวกมันพังประตูเข้ามาหรือเปล่า"
ครืนนน—!
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สกรีนโลโก้ตระกูลของเธอ บินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทบนลานกว้างหน้าคฤหาสน์อย่างอลังการ พร้อมกับเสียงประกาศก้องผ่านโทรโข่งจากบอดี้การ์ดนับร้อยคนที่ล้อมกองกำลังของดยุกไรอันไว้อีกชั้นหนึ่งในพริบตาเดียว!
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตบหน้าพวกสารเลวต่อในตอนหน้าค่ะ! — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 14
สืบหาความจริงเบื้องหลังอดีตของคาลลัม
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!