แรงลมกระโชกแรงจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ทหารรบตระกูลสเตนฟอร์ดตีเข้ากับหน้าต่างกระจกนิรภัยจนเกิดเสียงคำรามกึกก้อง แต่ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ กลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านไปทั่ว
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น รองเท้าคอมแบทหนังขัดเงาเหยียบลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงราวกับจะประกาศศักดา ไหล่กว้างประดับอินทรธนูทองคำบ่งบอกถึงยศนายพลระดับสูงที่คุมกำลังพลนับแสน ใบหน้าคมคายสันกรามคมชัดดั่งงานแกะสลักสวมแว่นกันแดดสีชา ทว่าดวงตาสีเทาเข้มที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นนั้น... กลับกวาดสายตามาหยุดอยู่ที่ร่างบางในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษอย่างแม่นยำ
คาลลัม... อดีตอัศวินตกอับที่เคยยืนเคียงข้างเธอในวันที่ไร้แม้แต่เศษเงินติดตัว บัดนี้คือ "ท่านพลเอกคาลลัม แห่งกองกำลังพิเศษพิทักษ์จักรวรรดิ" ผู้กุมอำนาจทางทหารครึ่งหนึ่งของประเทศ
"มาช้าไปสามนาทีนะคะ, ท่านพลเอก" เอเลน่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือความเย้าหยอกเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบดั่งเพชรน้ำงาม เธอไม่ได้หันไปมองเฮลิคอปเตอร์รบด้านนอกด้วยซ้ำ ปลายเรียวนิ้วเรียวสวยกำลังจิบชาเอิร์ลเกรย์จากถ้วยกระเบื้องเคลือบโบราณอย่างใจเย็น
คาลลัมถอดหมวกทหารออก ส่งให้ลูกน้องด้านหลัง ก้าวเข้าประชิดตัวเอเลน่าด้วยฝ้าว่องไว ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนอบน้อม—ท่าทีที่หากขุนนางคนอื่นเห็นคงหัวใจวายตายคาที่ เพราะชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในกองทัพกำลังทำความเคารพสตรีผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "นางร้ายตกอับ"
"ขออภัยด้วยครับ... อ้ะ, ขออภัยด้วยครับนายหญิง" คาลลัมเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นหางตาคมปลาบของเอเลน่า "การจราจรทางอากาศเหนือนครหลวงค่อนข้างหนาแน่น เพราะพวกสุนัขรับใช้ของสภาสูงพยายามส่งเครื่องบินสกัดกั้นเส้นทางของผม... แต่เกรงว่าพวกมันคงลืมไปว่า ท้องฟ้าแห่งนี้... ตระกูลสเตนฟอร์ดเป็นผู้ถือสัมปทานน่านฟ้าร่วมกับระบบการเงินของท่าน"
มุมปากของเอเลน่ากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่ทำให้ดิตถ์ความงดงามของเธอดูลึกลับและอันตรายยิ่งกว่าพิษร้าย
"ดีมากค่ะคาลลัม" เธอวางถ้วยแบล็กทีลงเบาๆ จนเกิดเสียงกระทบกันเบาหวิว "ในเมื่อพวกมันคิดจะเล่นเกมการเมืองสกปรกในสภาสูง เพื่อบีบให้ฉันคุกเข่าคืนสิทธิและทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ราชสำนัก... วันนี้เราก็จะไปเยือนท้องพระโรงกันสักตั้ง"
"ด้วยความยินดีครับ" คาลลัมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีเทาเข้มทอประกายคลั่งรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "ยานเกราะหุ้มโลหะผสมทีทาเนียมและระบบป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ พร้อมจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์แล้วครับ นายหญิง... วันนี้เราจะพาจักรวรรดิตื่นจากฝันร้าย"
***
ณ ลานกว้างหน้าพระราชวังหลวงใจกลางมหานครเอลดอราโด
บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบ รถหุ้มเกราะทองคำอร่ามความยาวสิบเมตร ล้ออัลลอยด์ขนาดมหึมาที่หลอมจากทองคำขาวบริสุทธิ์และติดเกราะกันกระสุนระดับทหารราบ เคลื่อนตัวฝ่าประตูเหล็กดัดโบราณเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่าแรงสะเทือนจากเครื่องยนต์พลังงานฟิวชันกลับทำให้พื้นหินแกรนิตสั่นสะเทือนไปทั่ว
เหล่าทหารองครักษ์หลวงและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ยืนรอรับเสด็จอยู่บริเวณทางลาดพระราชวัง ต่างหน้าถอดสีและก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
"นั่น... รถอะไรกัน!" เสียงกระซิบด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากปากของรัฐมนตรีคลัง ผู้ซึ่งเคยร่วมมือกับดยุกไรอันในการอายัดบัญชีของเอเลน่า
ประตูรถหุ้มเกราะเปิดออกช้าๆ ไอน้ำเย็นยะเยือกพ่นออกมาจากระบบปรับอากาศภายใน ราวกับประตูมิติที่เปิดต้อนรับมัจจุราช
เอเลน่าก้าวลงมาจากรถในชุดเดรสสูทเข้ารูปสีดำสนิทประดับกระดุมเพชรแท้จากเหมืองส่วนตัว สวมหมวกตาข่ายปีกกว้างที่บังใบหน้าครึ่งบนไว้พับเก็บความเย้ายวน ทว่าแผ่รังสีความน่าเกรงขามดั่งราชินีผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักร ด้านซ้ายคือพลเอกคาลลัมที่เดินประกบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มือหนาวางกุมอยู่ที่ด้ามดาบพิธีการตลอดเวลา ด้านขวาคือบอดี้การ์ดมืออาชีพในชุดสูทดำอีกสพรั่งนับสิบนาย
"หยุดนะ! การนำยานพาหนะติดอาวุธหนักเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในถือเป็นความผิดฐานกบฏ!" หัวหน้าองครักษ์หลวงชักดาบออกมาขวางทาง พร้อมด้วยทหารนับร้อยนายที่ยกหอกและปืนคาดดาบเล็งมาที่พวกเขา
เอเลน่าหยุดเดิน ปลายรองเท้าส้นสูงสีดำสนิทหยุดนิ่ง เธอปรายตามองหัวหน้าองครักษ์ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"กบฏงั้นหรือคะ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่เอ่ยขึ้น "ตระกูลลลิลคือผู้ค้ำประกันหนี้สาธารณะแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของจักรวรรดิ หากไม่มีเงินสดจากระบบของฉัน ป่านนี้ทหารหาญของพวกคุณคงไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อกินที่ชายแดน... และคุณ... กล้าใช้คำว่ากบฏกับเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของราชสำนักอย่างนั้นหรือ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ขุนนางหลายคนในระเบียงทางเดินเริ่มเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เพราะพวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่เอเลน่าพูดคือความจริง
"เชิญเสด็จครับ นายหญิง" คาลลัมเอ่ยเตือนเสียงเบา พร้อมผายมือเปิดทางสู่ท้องพระโรงใหญ่
ประตูไม้สักแกะสลักทองคำสลักลายตราประจำราชวงศ์ค่อยๆ ถูกผลักออกด้วยแรงของทหารองครักษ์ที่จำใจต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์ ภายในท้องพระโรง องค์จักรพรรดิประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียด ด้านข้างคือดยุกไรอันและเลดี้โซเฟียที่ยืนยิ้มเยาะด้วยความมั่นใจ ราวกับถือไพ่เหนือกว่าในมือ
"เอเลน่า... เจ้ากล้ามากนะที่บุกรุกเข้ามาในท้องพระโรงโดยไม่ได้รับอนุญาต!" เสียงทรงอำนาจขององค์จักรพรริตรัสก้องด้วยความขุ่นเคือง "และยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังบังอาจนำกำลังทหารนอกสังกัดเข้ามาในเขตวังหลวง มีความผิดฐานพยายามก่อรัฐประหาร!"
เอเลน่าไม่ได้คุกเข่า ไม่ได้ทำความเคารพตามธรรมเนียม เธอกลับเดินอาดๆ เข้าไปใจกลางห้องโถงอย่างสง่างาม เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
เธอหยิบสมาร์ทโฟนเคลือบทองคำฝังเพชรออกมาจากกระเป๋าถือ สไลด์หน้าจอเพียงครั้งเดียว ภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นกลางท้องพระโรง แสดงตัวเลขบัญชีทรัพย์สิน ทรัพยากร และสัญญากู้ยืมเงินทั้งหมดที่ราชสำนักติดค้างอยู่กับเธอ
"ก่อรัฐประหารหรือเพคะ ฝ่าบาท?" เอเลน่าแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาสคมกริบกวาดมองหน้าขุนนางทีละคน "ดูกราฟฟิกนี่ให้ดีๆ สิคะ... เงินเดือนของทหาร งบประมาณบูรณะกำแพงเมือง รวมถึงภาษีที่พวกท่านใช้กินหรูอยู่สบายในทุกวันนี้ ล้วนมาจากบัญชีธนาคารส่วนตัวของดิฉันทั้งสิ้น"
ดยุกไรอันหน้าซีดเผือด รีบก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อขัดจังหวะ "เพ้อเจ้อ! นางสารเลวผู้นี้โกหก! ฝ่าบาท อย่าทรงหลงเชื่อ นางเป็นแค่หญิงสาวล้มละลายที่ถูกถอนหมั้น..."
"หุบปากซะ ไรอัน" เอเลน่าตวาดสวนกลับด้วยน้ำเสียงทรงพลังจนไรอันสะดุ้งเฮือก "แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเปล่งเสียงในสถานที่แห่งนี้"
เธอกดปุ่มสีดำสนิทบนหน้าจอโฮโลแกรม—ปุ่ม "ระงับวงเงินฉุกเฉินและเรียกคืนทรัพย์สินทั้งหมดทันที"
*ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณอนุมัติการทำธุรกรรมดังขึ้นก้องท้องพระโรง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของขุนนางทุกคน: [ACCOUNT FROZEN: DEBT RECALL IN PROGRESS]
จักรพรรดิเบิกوตากว้างด้วยความตกใจ ทันใดนั้น สมาร์ทโฟนและเครื่องมือสื่อสารของขุนนางทุกนายในห้องโถงก็สั่นรัวพร้อมกัน ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลวงเด้งขึ้นพร้อมเพรียงกันว่า—ทรัพย์สินและที่ดินส่วนตัวทั้งหมดถูกอายัดโดยระบบของตระกูลลลิล!
"เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป!" องค์จักรพรรดิผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์พระวรกายสั่นเทา
เอเลน่าเหยียดยิ้มเย็น เธอเอามือไขว้หลังเชิดหน้าขึ้นสบตากับองค์จักรพรรดิอย่างไม่เกรงกลัว มาด女王 (ราชินี) ที่แท้จริงได้ปรากฏกายขึ้นแล้วในวินาทีนี้
"ดิฉันไม่ได้ทำอะไรมากหเพคะ... แค่ทวงทุกอย่างที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำคืนมา" เอเลน่ากวาดสายตาคมปลาบไปยังเลดี้โซเฟียที่กำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง "และเกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นเองค่ะ"
คาลลัมก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังเอเลน่า พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกองกำลังทหารนับร้อยนายที่เดินเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านของท้องพระโรงไว้ทั้งหมด ปิดตายทางหนีทีไล่ของพวกมันอย่างสมบูรณ์แบบ
ในวินาทีที่ความเงียบงันและหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วห้องโถงนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของดยุกไรอันก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน... ไรอันมือสั่นเทาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวาดผวา หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ—*สำนักงานพิทักษ์ทรัพย์สินล้มละลายแห่งชาติ: แจ้งประกาศยึดคฤหาสน์และทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลดยุกไรอัน มีผลทันที!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 27
เข้าพบองค์จักรพรรดิด้วยมาด女王
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!