“ถ้าคิดว่าเงินสกปรกพวกนั้นจะซื้อเกียรติยศของตระกูลไรอันได้ ก็ลองดูสิครับ เลดี้เอเลน่า”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นกลางบูติกเครื่องประดับชั้นนำประจำเมืองหลวง แสงไฟจากโคมระย้าคريสตัลสาดส่องลงมากระทบกับเพชรเม็ดโตบนสร้อยคอที่เลดี้โซเฟียกำลังสวมอยู่บนคอระหง หล่อนจงใจเอียงคอเล็กน้อยเพื่ออวดความงามที่ถูกประโคมด้วยทรัพย์สินเงินทองของดยุกไรอัน อดีตคู่หมั้นผู้เคยหันหลังให้เอเลน่าในวันที่ตระกูลของเธอล่มสลาย
เอเลน่า (ลลิล) ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ดวงตาสีไพลินคู่สวยกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเวทนา ราวกับกำลังมองมดปลวกที่พยายามจะอวดความยิ่งใหญ่บนกองเนินทราย เธอยืนพิงกรอบตู้กระจกอย่างผ่อนคลาย ชุดราตรีสั่งตัดพิเศษขับเน้นเรือนร่างให้ดูสง่างามและทรงอำนาจจนผู้คนในร้านต้องเหลียวมอง
ข้างกายของเธอ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทของชายผู้กุมอำนาจมืดครึ่งหนึ่งของทวีป—คาลลัม—ขยับเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมกริบทอประกายอันตรายยามจ้องมองไปยังดยุกไรอัน มือหนาเอื้อมมาจัดปรกผมให้อย่างทะนุถนอม พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ
“ต้องการให้ผมกวาดล้างตระกูลไรอันให้หายไปจากแผนที่คืนนี้เลยไหมครับ คนรักของผม”
เอเลน่าเหลือบมองผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเธอมาตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นเพียงคุณหนูตกอับ มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความภักดีที่ผ่านบทพิสูจน์มาอย่างยาวนานนี้ช่างหวานหอมยิ่งกว่าอัญมณีเม็ดใดในร้าน
“ใจเย็นก่อนสิคาลลัมคะ การฆ่าคนให้ตายทั้งเป็นด้วยความอับอาย มันสนุกกว่าการใช้กำลังเยอะค่ะ”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ก่อนจะเบนสายตาคมปลาบไปสบตากับเลดี้โซเฟียที่กำลังเชิดหน้าชูตาด้วยความมั่นใจจอมปลอม
“โอ้ เลดี้โซเฟียคะ สร้อยคอเส้นนั้น... ช่างดู ‘พยายาม’ เสียจริงนะคะ น่าสงสารที่เพชรน้ำงามเกรดบีแบบนั้น ต่อให้เอามาใส่รวมกันสิบเส้น ก็ยังดูเหมือนเศษแก้วราคาถูกอยู่ดีในสายตาของฉัน”
คำพูดจี้จุดดำมืดทำเอาเลดี้โซเฟียหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าเกือบจะรักษาไว้ไม่อยู่ หล่อนกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคืองก่อนจะแสร้งทำเป็นเสียงสั่นเครือออดอ้อนดยุกไรอัน
“ท่านดยุกคะ... ดูเอเลน่าสิคะ นางคงจะเจ็บใจจนเสียสติไปแล้วแน่ๆ ที่ท่านทิ้งนางมาหาฉัน นางถึงได้เที่ยวพูดจาดูถูกข้าวของของเราแบบนี้”
ดยุกไรอันขบกรามแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเอเลน่าด้วยท่าทีคุกคาม หวังจะใช้ความกดดันทางสังคมและอำนาจบรรดาศักดิ์กดขี่หญิงสาวตรงหน้าให้ยอมจำนนเหมือนในอดีต
“เอเลน่า! เธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ถูกเขี่ยทิ้ง อย่ามาสามหรมกับโซเฟียนะ! รู้ไว้ซะว่าเงินที่เธอใช้หายใจอยู่ตอนนี้ มันเทียบไม่ได้กับเศษเงินที่ฉันจ่ายให้ร้านนี้ด้วยซ้ำ!”
เสียงฮือฮาจากบรรดาแขกเหรื่อและพนักงานในร้านดังขึ้นเบาๆ ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เหตุการณ์ความขัดแย้ง หลายคนส่งสายตาสมเพชมาทางเอเลน่า โดยลืมไปสนิทว่าสถานะทางการเงินของตระกูลไรอันในตอนนี้แทบจะกลวงเปล่าจากการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเพื่อซื้อหน้าตาทางสังคม
แต่เอเลน่ากลับหลุดหัวعاسเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเยือกเย็นจนน่ากลัว เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำขอบทองอร่ามที่เปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงไฟ ออกมาจากกระเป๋าถือหนังจระเข้ใบหรู
การ์ดแบล็กการ์ดแห่งสถาบันการเงินสูงสุด—บัตรที่ออกให้เฉพาะผู้ครองความมั่งคั่งระดับตำนานและมีวงเงินไร้ขีดจำกัดจากระบบมหาเศรษฐีที่ผูกติดกับวิญญาณของเธอเท่านั้น!
“อวดรวยงั้นเหรอคะ?” เอเลน่าเอ่ยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทุกคนในร้านต้องเงียบกริบ “ในเมื่อท่านดยุกพูดถึงเรื่องเงินทอง ฉันก็เกรงใจแย่ถ้าจะไม่สนองความกรุณานี้ให้สาสม”
เธอหันไปสบตากับผู้จัดการร้านที่ยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อรัศมีอันเยือกเย็นของเธอ
“ผู้จัดการคะ” เอเลน่าเอ่ยเสียงใส แต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต “ฉันขอเหมาเครื่องประดับทั้งหมดในร้านนี้ค่ะ ตั้งแต่ตู้จัด V.I.P. ไปจนถึงคอลเลกชันโบราณที่เก็บไว้ในห้องนิรภัย คิดเงินรวมทั้งหมดมาได้เลยค่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในร้านราวกับถูกแช่แข็ง ผู้จัดการร้านอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อหู เครื่องประดับในร้านนี้มูลค่ารวมกันทะยานไปถึงหลักร้อยล้านเหรียญทอง! แม้แต่ดยุกไรอันยังหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่กออกมาตามไรผม
“คะ... คุณหนูเอเลน่า! ท่านพูดจริงหรือครับ? ทั้งร้าน... หมายถึงทั้งหมดจริงๆ หรือครับ?” ผู้จัดการละล่ำละลักถามเสียงสั่น
“หูหนวกหรือไงคะ?” คาลลัมแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาดุดันคู่นั้นกวาดมองผู้จัดการจนอีกฝ่ายต้องรีบโค้งตัวคำนับแทบไม่ทัน “คนรักของผมสั่งซื้อของทั้งร้าน ฟังภาษาคนไม่ออกหรือไง”
เอเลน่าส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เลดี้โซเฟียที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หล่อนก้าวถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกตะลึง ขณะที่เอเลน่าก้าวเข้าไปใกล้เคียง ยื่นบัตรสีดำสนิทส่งให้ผู้จัดการด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชนีผู้ครองบัลลังก์
“รูดบัตรค่ะ”
เอเลน่าเอ่ยคำสั่งสั้นๆ ชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
*ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณอนุมัติจากเครื่องรูดบัตรดังขึ้นก้องกังวาน พร้อมกับหน้าจอระบบที่แสดงยอดเงินมหาศาลหักผ่านอย่างไร้รอยต่อ และในวินาทีนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ของคาลลัมก็บินมาจอดสนิทลงบนลานดาดฟ้าของอาคารกระจก พร้อมกับฝูงบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลที่กรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ร้านเพื่อคุมเชิงอย่างอารักขาขั้นสูงสุด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟาดความสะใจไปกับเอเลวันลน์นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 7
เสียงรูดบัตรที่ทรงพลังที่สุดในค่ำคืนนี้
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!