เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว•ตอนที่ 18

ของขวัญมูลค่าพันล้านให้คาลลัม

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ในที่สุด... ก็ตามหาคุณเจอเสียที... ราชินีแห่งตระกูลลลิล..." เสียงพร่าทุ้มที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของชายปริศนาภายใต้เงาฮู้ดนั้น ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาตกลงมาทุบกลางใจของเอเลน่าจนแหลกละเอียด ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอสะดุดกレイในทันที ดวงตาคู่คมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาที่หายากยิ่งสำหรับหญิงสาวผู้กุมอำนาจเงินตราและระบบมหาศาลไว้ในกำมือ กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่โชยมากับสายลมราตรี... กลิ่นอายของอดีตที่เธอจงใจฝังกลบมันไว้ใต้กองเงินกองทองและความรุ่งโรจน์ "คุณ... เป็นใครกันแน่?" เอเลน่าเค้นเสียงถาม ร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวสีดำสนิทขยับถอยหลังเพียงครึ่งก้าว สัญชาตญาณนักธุรกิจและผู้รอดชีวิตกรีดร้องเตือนภัย สีหน้าของเธอกลับมาเยือกเย็นและไร้ความปรานีอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำแตะเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อคลุม ซึ่งมีแบล็กการ์ดวงเงินไม่จำกัดนอนสงบนิ่งอยู่ ชายปริศนาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นโครงหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหางคิ้ว ดวงตาคมกลาสีคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และ... ความจงรักภักดีที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมา "ผมเองครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง... ผมเองครับคุณเอเลน่า คนที่เคยตายไปแล้วในกองเพลิงวันนั้น" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่ลังเล ราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์ที่ได้พบเจ้านายผู้เป็นดั่งดวงใจอีกครั้ง เอเลน่าหรี่ตาลง สมองอันฉลาดเป็นกรดประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพอดีตก่อนที่เธอจะตายและเกิดใหม่ซ้อนทับเข้ามา ชายตรงหน้าคืออัศวินองครักษ์ผู้เคยปกป้องเธอจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่ตระกูลจะล่มสลาย—เรย์มอนด์ ผู้ที่ทุกคนคิดว่าถูกเผาไหม้เป็นจุลไปพร้อมกับคฤหาสน์หลังเก่า! "นายยังไม่ตาย..." เอเลน่าพึมพำ ดวงตาไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม "ลุกขึ้นเถอะเรย์มอนด์ เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือเสียที... ในเมื่อรอดมาได้ ทำไมถึงเพิ่งมาปรากฏตัวเอาป่านนี้?" เรย์มอนด์ยิ้มขื่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เพราะผมต้องไปสะสางบัญชีแค้นกับไอ้พวกสารเลวที่มันหักหลังคุณไงครับ เลดี้เอเลน่า... และตอนนี้ ของขวัญชิ้นแรกที่ผมเตรียมไว้ให้คุณ เพื่อต้อนรับการกลับมาของราชินี ก็พร้อมแล้ว" เขายื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราลับเฉพาะมาให้เธอ เอเลน่ารับมาเปิดดูเพียงแวบเดียว มุมปากสวยก็ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทรงพลังที่สุด—เอกสารสิทธิ์ครอบครองหุ้นร้อยละยี่สิบของตระกูลดยุกไรอัน และรายชื่อสินทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกซุกซ่อนไว้ในต่างประเทศ *หึ... ช่างเป็นของขวัญที่ถูกใจเสียนี่กระไร ไรอัน... แกคิดว่าซ่อนเงินไว้พ้นสายตาฉันงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!* เอเลน่าสะบัดมือเก็บแฟ้มเอกสารลงในกระเป๋า ก่อนจะหันหลังให้กับเรย์มอนด์ "เก็บความแค้นของนายไว้ก่อน วันนี้ฉันมีธุระสำคัญกว่านั้น... คาลลัมกำลังรอฉันอยู่" ณ คฤหาสน์ส่วนตัวริมหน้าผา บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบจนได้ยินเสียงคลื่นซัดกระทบโขดหิน คาลลัมยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงกว้าง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปในความมืดมิดของมหาสมุทร แม้ภายนอกเขาจะดูสงบเยือกเย็น แต่ในใจกลับร้อนรุ่มด้วยความกังวลยามที่เอเลน่าไม่อยู่ในสายตา *เธอจะปลอดภัยไหมนะ... ผู้หญิงคนนั้นชอบแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอ* คาลลัมขบกรามแน่น ความรู้สึกไร้พลังที่เคยเกาะกินจิตใจในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง สมัยที่เขายังเป็นแค่อัศวินตกอับ ไร้ซึ่งเงินทองและอำนาจ มีเพียงหัวใจที่ภักดีและร่างกายนี้ที่พร้อมจะตายแทนเธอได้ทุกเมื่อ เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง คาลลัมรีบหันขวับ ดวงตาที่เคยคมปลาบอ่อนแสงลงทันทีเมื่อเห็นร่างเพรียวบางของเอเลน่าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบป่าที่เธอชอบลอยมาแตะจมูก "กลับมาดึกจังครับ มีเรื่องอะไรรึเปล่า..." คาลลัมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เจือความห่วงใยที่ปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมออกไปประคองร่างบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในจักรวาล เอเลน่าไม่ตอบทันที เธอยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอุ่นที่คุ้นเคย ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไปกับสัมผัสของเขา รอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมของชายหนุ่ม "คาลลัม..." เสียงของเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง "นายจำได้ไหม ตอนที่เรายังลำบาก... ตอนที่เรากินขนมปังแข็งๆประทังชีวิตในห้องเช่าแคաբๆ นั้น นายเคยบอกฉันว่าอะไร?" คาลลัมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มเศร้าๆ "ผมบอกว่า... ต่อให้โลกนี้จะทอดทิ้งคุณ หรือต่อให้เราต้องเหลือกันแค่สองคนมือเปล่า ผมก็จะปกป้องคุณด้วยชีวิต... และผมไม่เคยเสียใจเลยสักวินาทีเดียวที่เลือกเดินเคียงข้างคุณ เอเลน่า" คำพูดนั้นหนักแน่นและจริงใจจนหัวใจของเอเลน่ากระตุกวูบ ความรักและความภักดีที่คาลลัมมอบให้เธอตลอดมา ไม่ใช่สิ่งที่เงินทองหรืออำนาจใดๆ จะซื้อได้ มันคือเพชรแท้ที่ผ่านการเจียระไนด้วยความทุกข์ยาก "งั้นเหรอ..." เอเลน่าลอยหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ มือเรียวควักกระเป๋าหยิบสมาร์ตโฟนหรูหราขึ้นมา กดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะยื่นหน้าจอสีทองอร่ามให้เขาดู "ถ้าอย่างนั้น... นายคิดว่าเกาะส่วนตัวขนาดใหญ่ที่มีคฤหาสน์หรู ชายหาดส่วนตัว และสนามเฮลิคอปเตอร์ในทะเลแคริบเบียน... เหมาะกับคนแบบนายไหม?" คาลลัมขมวดคิ้วด้วยความงุนงง มองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่แสดงเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์และแผนที่เกาะส่วนตัวมูลค่ามหาศาล—ตัวเลขศูนย์นับไม่ถ้วนตามหลังเครื่องหมายสกุลเงิน ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด "เอเลน่า... นี่มัน..." "ของขวัญสำหรับนายค่ะ คาลลัม" เอเลน่าพูดแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด เธอยกมือขึ้นคล้องคอเขา ดวงตาส่อประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "เงินที่ฉันหามาได้ทั้งหมด... และระบบมหาศาลพวกนั้น จะมีความหมายอะไรถ้าฉันไม่ได้ใช้มันปรนเปรอผู้ชายที่อยู่เคียงข้างฉันในวันที่กัดก้อนเกลือกินด้วยกันล่ะคะ?" คาลลัมเบิกตากว้าง ความตกตะกอนทางอารมณ์พวยพุ่งขึ้นมาจุกอก ความซาบซึ้งใจเอ่อล้นจนขอบตาร้อนผ่าว ผู้หญิงคนนี้... เธอมักจะทำให้เขาคาดไม่ถึงเสมอ ไม่ใช่เพราะความรวยระดับพระกาฬ แต่เพราะความใส่ใจและการกระทำที่ตอกย้ำว่า เขาคือ 'คนสำคัญที่สุด' ในโลกของเธอ ฉับพลัน อ้อมกอดที่เคยอ่อนโยนก็เปลี่ยนเป็นแน่นแฟ้นและทรงพลัง คาลลัมดึงร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตา ใบหน้าคมซบลงที่ซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นเพื่อยืนยันว่าเธออยู่ตรงนี้จริงๆ เสียงกระซิบพร่าพรายดังชิดริมใบหู "คุณนี่มัน... ร้ายกาจที่สุดเลยนะเอเลน่า... ทำให้ผมถอนตัวไม่ขึ้นไปถึงไหนแล้วรู้ไหม..." เอเลน่าหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ มือเรียวลูบกลุ่มผมนุ่มของเขาอย่างเอ็นดู "ก็บอกแล้วไงคะ ว่าฉันคือนางร้าย... และสำหรับคนของฉัน ฉันเปย์ไม่อั้นอยู่แล้ว" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและอบอวลไปด้วยความสุข เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเอเลน่าก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ... หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากระบบ พร้อมกับพิกัดจีพีเอสที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้คฤหาสน์อย่างรวดเร็ว **[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบเป้าหมายอันตราย - ดยุกไรอัน พร้อมกำลังพลติดอาวุธ กำลังบุกรุกเข้ามาในอาณาเขต!]** เอเลน่าชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เธอก้มลงมองข้อความนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคาลลัมที่ผละออกจากอ้อมกอด ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นคมกริบและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที คาลลัมแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ถูกเก็บกดมานาน "ดูท่า... สุนัขจนตรอกตัวนั้น จะยังไม่เข็ดสินะครับ ที่กล้าบุกมาหาเรื่องถึงถิ่นเรา..." เอเลน่าเหยียดยิ้มเย็น มือเรียวหยิบแบล็กการ์ดสีดำสนิทขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างสบายใจเฉิบ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความสนุกสนานเร้าใจ "ดีเสียอีก... ฉันกำลังเบื่อๆ อยู่พอดี มาดูกันสว่าเงินพันล้านของฉัน จะซื้อโลงศพให้มันได้สักกี่โลง..." เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายสายเปย์: สลัดคราบตัวร้ายแล้วฟาดเงินใส่หน้าพวกสารเลว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%