เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 4

อย่าทำตัวเป็นเจ้าของ

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยดังขึ้นเบาหวิว ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะสับบรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงานส่วนตัวของ CEO ให้ขาดเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย ร่างสูงโปร่งของ "ปกรณ์" ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่ง ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจห้องทำงานที่เขาคุ้นเคย ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลินินซึ่งยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน "พี่คีย์ครับ ผมกลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ... เอ๊ะ ลินิน? ทำไมคุณถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้ล่ะครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความสนิทสนมอย่างออกหน้าออกตา ทำให้คีย์ ธันวา ขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ทว่าปกรณ์กลับไม่มีทีท่าจะเกรงกลัว เจ้าตัวยังคงสาวเท้าเข้ามาใกล้ พร้อมกับทำท่าจะยื่นมือมาแตะที่ไหล่ของคีย์เพื่อทักทายตามประสาคนคุ้นเคย "กลับมาเร็วกว่ากำหนดสินะ ปกรณ์" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบสัมผัสนั้นอย่างไร้เยื่อใย ดวงคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกฝ่าย "และโดยมารยาท การจะเข้ามาในห้องทำงานของใคร ควรเคาะประตูขออนุญาตก่อน ไม่ใช่ถือวิสาสะเปิดเข้ามาแบบนี้" ปกรณ์ชะงักไปนิด รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกวูบแต่ก็รีบปรับเปลี่ยนให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอแก้เก้อ "โธ่ พี่คีย์ครับ ก็ผมคิดถึงพี่นี่นา อีกอย่าง... ผมเคยเป็นเลขาฯ มือหนึ่งของพี่มาก่อน ห้องนี้ผมเข้าออกจนหลับตาเดินได้แล้วมั้งครับ" ปกรณ์จงใจเน้นคำว่า 'เลขาฯ มือหนึ่ง' พร้อมกับปรายตามามองลินินที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างโต๊ะด้วยรอยยิ้มเชิงเยาะที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากมิตรภาพ "จริงไหมครับ... คุณเลขาฯ คนใหม่" ลินินรับรู้ได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังซัดสาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขายังจำคำเตือนและข่าวลือในบริษัทได้ดีว่า ปกรณ์คืออดีตมือขวาคนสนิทของคีย์ที่เคยมีข่าวพัวพันเกินเลยกว่าเจ้านายกับลูกน้อง ก่อนที่อีกฝ่ายจะบินไปดูงานต่างประเทศยาวนานร่วมปี และการกลับมาในตอนนี้ พร้อมกับท่าทีแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ... ช่างน่ารำคาญสายตาเสียเหลือเกิน "ครับ ผมลินิน เลขาฯ คนปัจจุบันของท่านประธาน" ลินินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท รอยยิ้มสุภาพถูกยกขึ้นประดับบนใบหน้าหวานอย่างพอดิบพอดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป "และถ้าคุณปกรณ์มีความคุ้นเคยกับที่นี่ดีอย่างที่พูด ก็น่าจะรู้ด้วยนะครับว่า 'เวลาทำงาน' ของท่านประธาน มีไว้สำหรับเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" คำพูดที่เจือความย้อนศรและทวงคืนพื้นที่ทำงานอย่างนิ่มนวลแต่เจ็บแสบ ทำเอาปกรณ์ถึงกับหุบยิ้มสนิท ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาวบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความฉายแววไม่พอใจ คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ลอบพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก แววตาที่เคยมองปกรณ์ด้วยความรำคาญเมื่อครู่ กลับมีประกายบางอย่างพาดผ่านยามที่เหลือบมองปกรณ์สลับกับร่างโปร่งของเลขาฯ ปากกล้าที่ยืนอยู่ข้างกาย ดูท่า... หมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างเขา คงไม่ต้องออกแรงไล่แขกไม่ได้รับเชิญด้วยตัวเองเสียแล้วกระมัง "พูดได้ดีนี่ครับ" ปกรณ์แค่นหัวเราะ น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นกระด้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกเด็กใหม่อย่างลินินหักหน้า "ปากคอเราะรายสมกับที่พี่คีย์ยอมดึงตัวมาทำงานด้วยจริงๆ... แต่ก็นั่นแหละนะ คนเราจะยืนในจุดที่สูงได้นานแค่ไหนกันเชียว ถ้าไร้ซึ่ง... ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งพอ" ประโยคกำกวมพร้อมสายตาที่ปกรณ์จงใจสื่อความหมายไปยังคีย์ ทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น ลินินขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ตีรวนขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำดูถูก แต่เป็นเพราะความรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่เห็นคนอื่นทำตัวตีสนิทล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเจ้านายหนุ่มต่างหาก "ถ้าการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของคุณ หมายถึงการใช้ 'อดีต' มาอ้างสิทธิ์เหนืองานปัจจุบัน..." ลินินก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างโปร่งยืนประจันหน้ากับปกรณ์อย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววคมกริบยามเอ่ยต่อ "ผมว่าคุณปกรณ์กำลังเข้าใจอะไรผิด องค์การนี้ขับเคลื่อนด้วยผลงานและความสามารถครับ ไม่ใช่พื้นที่ระลึกความหลังของใคร" "ลินิน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ คีย์ก้าวเข้ามาประชิดร่างของลินินจนแผ่นหลังบางเกือบชิดกับอกแกร่ง ความอบอุ่นและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะนาสิกจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ มือหนาเอื้อมมาแตะที่ขอบโต๊ะทำงานใกล้กับเอวบางของลินิน ราวกับต้องการประกาศอาณาเขตทางพฤติกรรมกลายๆ ลินินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้เมื่อแผ่นหลังแนบชิดกับอกของคนตัวโต เขาเหลือบสายตาขึ้นมองเจ้านายหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนกระซิบข้างใบหู "อย่าทำตัวเป็นเจ้าของผมต่อหน้าคนอื่น... มันน่ารำคาญ" คีย์กระซิบเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าสายตากลับตวัดมองปกรณ์ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง ลินินเม้มปากแน่น รีบขยับตัวถอยห่างจากระยะประชิดนั้นทันที หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอายที่ตีรวนกันมั่วซั่ว เจ้านายคนนี้ช่างฉวยโอกาสเก่งเป็นที่หนึ่ง! "ส่วนคุณ ปกรณ์" คีย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตเลขาฯ อีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนคนฟังต้องสะท้าน "ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาออกไปจากห้องของผม เพราะตอนนี้... ผมมีงานด่วนที่ต้องเคลียร์กับเลขาฯ ส่วนตัว" ปกรณ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระจายไม่มีชิ้นดี เขากวาดสายตามองคีย์และลินินที่ยืนเคียงคู่กันอย่างมีความหมาย ก่อนจะแค่นเสียงลอดไรฟัน "ก็ได้ครับพี่คีย์... หวังว่าเลขาฯ คนใหม่คนนี้ จะเก่งกาจและอยู่ ‘รับใช้’ พี่ได้นานพอนะครับ" สิ้นคำพูดประชดประชัน ปกรณ์ก็สะบัดตัวเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป เสียงประตูกระจกปิดลงอย่างแรงสะท้อนความไม่พอใจที่อัดแน่นอยู่ภายใน ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ลินินยืนกอดอก หันขวับมามองหน้า CEO หนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งตีหน้าตายอยู่ใกล้ๆ "สนุกมากไหมครับที่ยืนดูผมกับคุณปกรณ์ปะทะคารมกัน" ลินินเอ่ยเสียงเขียว ดวงตาคู่สวยตวัดมองคอยอย่างไม่พอใจ "แล้วเมื่อกี้... ใครทำตัวเป็นเจ้าของกันแน่ครับ ท่านประธาน!" คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ ร่างสูงก้าวเข้าไปหาลินินช้าๆ บีบพื้นที่ให้ร่างบางต้องถอยหลังจนสะโพกชนติดขอบโต๊ะทำงาน "ผมไม่ได้ทำตัวเป็นเจ้าของ..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ปิดไม่มิด "ผมแค่... กำลังแสดงสิทธิ์ในสิ่งที่ 'เป็นของผม' ต่างหาก" ลินินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความดุดันและร้อนแรงดั่งไฟสุม ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้สมองขาวโพลน คำพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำพองทันที ทว่า... ก่อนที่ลินินจะได้ทันตั้งสติหรือผลักอกอีกฝ่ายออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่ต้องรออนุญาต "ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทเราในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้..." เสียงหอบเหนื่อยของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพท่านประธานหนุ่มจอมเนี้ยบกำลังยืนคร่อมกักตัวเลขาฯ คนสนิทไว้บนโต๊ะทำงานอย่างหมิ่นเหม่ คีย์หรี่ตาลงอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ เขายืดตัวตรงช้าๆ ปรายตามองลูกน้องหน้าตาตื่นด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาอีกครั้ง "มีเรื่องอะไร... ที่ทำให้คุณถึงกับลืมมารยาทในการเคาะประตูขนาดนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งดุดันและร้อนแรงนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ — โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%